ช็อตต่อช็อต!! ส่องอาณาจักร อบจ.พิจิตร หลังใหม่ ราคา 138 ล้าน ใหญ่โต-โอ่อ่า เบื้องหลังส่อทุจริต แหล่งมั่วสุมผู้มีอิทธิพล เสพยา ขยี้กาม!!

ช็อตต่อช็อต!! ส่องอาณาจักร "อบจ.พิจิตร หลังใหม่" ราคา 138 ล้าน ใหญ่โต-โอ่อ่า เบื้องหลังส่อทุจริต แหล่งมั่วสุมผู้มีอิทธิพล เสพยา ขยี้กาม!!

Publish 2017-03-03 17:17:54

 

 วันที่ 3 มีนาคม 2560  พล.ท.วิจักษณ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ สั่งการให้ ว่า พลตรีสุพจน์  บูรณจารี  ผู้บัญชาการกองกำลังมณฑลทหารบกที่ 36   พันเอก ถนัดพล โกศัยเสวี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1สนธิกำลังกับหลายหน่วยงาน



 

 

นำกำลังทหารกว่า 200 นาย พร้อมอาวุธครบมือและสุนัขสงคราม รวมถึง ปปส.ภาค6  และ นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ปลัดจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมกันเข้าทำการปิดล้อมสนามกีฬาจังหวัดพิจิตร ซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร 

 

หลังจากได้รับการร้องเรียนรวมถึงมีหลักฐานจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ที่เข้าทำการตรวจสถานที่แห่งนี้ไปก่อนหน้านี้แล้ว ว่า มีการใช้สถานที่ราชการที่บริเวณอาคารเพลสเซ็นเตอร์เป็นคลับเฮ้าส์ส่วนตัว ที่ใช้มั่วสุมของกลุ่มนักเลงหัวไม้และผู้เสพ ผู้ค้ายาเสพติด รวมถึงใช้สถานที่ราชการเป็นที่ดื่มสุรา และเป็นที่หลับนอนของชายหญิง 

 

โดยการเข้าตรวจค้นครั้งนี้มีรายงานว่า พลตรีสุพจน์  บูรณจารี  ผู้บัญชาการกองกำลังมณฑลทหารบกที่ 36  ได้ถือคำสั่งของแม่ทัพภาคที่ 3 ที่รับคำสั่งโดยตรงจาก นายกรัฐมนตรีให้ใช้ ม.44 เข้าตรวจค้นภายในสนามกีฬาจังหวัด โดยเป้าหมายหลักมุ่งหาสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด โดยใช้สุนัขดมกลิ่นเข้าดมกลิ่นเพื่อหายาเสพติดตามที่มีผู้ร้องเรียนรวมถึงใช้เครื่อง Iron Scan ซึ่งเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ตรวจค้นหาคราบเขม่าดินปืนหรือวัตถุระเบิด รวมถึงสิ่งที่เป็นสารเสพติด


 

ซึ่งก็ปรากฏว่าเครื่องได้แสดงผล ว่า ในบริเวณอาคารเพลสเซ็นเตอร์ มีสารหรือสิ่งแปลกปลอมที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นเพียงสัญญาณที่บ่งชี้เท่านั้น แต่การตรวจค้นไม่พบยาเสพติดหรือวัตถุระเบิดแต่อย่างใด แต่ฝ่ายทหารก็ยังไม่ละความพยายามได้ตรวจยึดฮาร์ดดิสก์ของเครื่องบันทึกภาพ จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในสนามกีฬาจังหวัดพิจิตร เพื่อไปค้นหาภาพย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อเชื่อมโยงผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและผู้มีอิทธิพลกลุ่มต่างๆ ตามที่มีผู้ร้องเรียนจนเป็นเหตุของการเข้าปฏิบัติการโดยใช้ ม.44 ตรวจค้นในครั้งนี้ 

 

 

ส่วนพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ภายในสนามกีฬาจังหวัดพิจิตรก็ได้ถูกจับตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด แต่ผลการตรวจยังไม่ได้รับการเปิดเผย ในส่วนของระดับผู้บริหารหรือนักการเมืองท้องถิ่นรวมถึงผู้มีอิทธิพลคนอื่นๆที่ฝ่ายทหารมีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็มีรายงานว่า ทหารชุดเฉพาะกิจนี้ได้แบ่งกำลังไปตรวจค้นในจุดอื่นๆอีก 5 แห่ง รวมถึงจะเชิญตัวให้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการตรวจสารเสพติดในร่างกาย แต่ผลความคืบหน้ายังไม่มีการรายงานออกมาอย่างชัดเจน ว่า พบสิ่งปิดปกติหรือไม่ แต่ประชาชนต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าจากการที่ทหารกว่า 200 นายเข้าตรวจค้นในสนามกีฬาพิจิตรครั้งนี้ อาจจะไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้ง สตง.  สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 11 และผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งก็ได้เข้าไปตรวจสอบแล้วครั้งหนึ่งน่าจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายไหวตัวเก็บของหลบหนีหรือหลบซ่อนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 


 ในส่วนของการตรวจอาคารที่ทำการอบจ.พิจิตร หลังใหม่ ที่ใช้เงิน 138 ล้านบาท  ในการก่อสร้างส่งมอบงานเบิกเงินไปแล้วนานเกือบ 10 เดือน แต่ยังใช้การไม่ได้ก็มีคำสั่งให้หน่วยงานทางวิศวกรหรือกรมโยธาธิการจะได้เข้ามาตรวจมาตรฐานของการก่อสร้าง รวมถึงการใช้วัสดุต่างๆว่าถูกต้องเป็นไปตามแบบหรือไม่ รวมถึงราคาจัดซื้อจัดจ้างว่าแพงเกินจริง จนเป็นเหตุให้รัฐบาลเสียประโยชน์ที่เป็นเงินภาษีของประชาชนหรือเปล่า นอกจากนี้กรมทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็จะตรวจการสร้างอาคารที่ใช้ไม้ภายในสนามกีฬา ว่า มีแหล่งที่มาของไม้เหล่านั้นถูกต้องหรือไม่ 

 


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากความเคลื่อนไหววันวานที่ผ่านมา ที่มีกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกอบต. นายกเทศบาลตำบล ที่นำรถของทางราชการขนคนมาชุมนุมที่สนามกีฬาจังหวัดพิจิตร เพื่อให้กำลังใจ นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกอบจ.พิจิตร ที่ถูก สตง.ตรวจสอบ รวมถึงมีการใช้เครื่องเสียงปราศรัยโจมตีสื่อมวลชนแขนงหนึ่ง ว่า ใส่ร้ายป้ายสีรวมถึงตำหนิการทำงานของ สตง. ว่ามารังแกนักการเมืองท้องถิ่นที่ตั้งใจทำงานไม่เคยทุจริตแม้แต่บาทเดียว ทั้งๆที่สตง.เจอหลักฐานการก่อสร้างและการใช้เงินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน รวมถึงในหลายเรื่อง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันวานที่ผ่านมานั้น 

 

ขณะนี้ฝ่ายการข่าวของทางราชการกำลังรวบรวมรายชื่อแกนนำขาประจำที่มีพฤติการณ์ชอบเรียกคนมาชุมนุมหรือก่อม็อบ ซึ่งมีข่าวลือว่าอาจจะต้องโดนเรียกมาปรับทัศนคติ หรืออาจจะต้องโดน ม.44 ให้พักการทำงานในข้อกระทำความผิดที่ว่า นำรถของทางราชการขนคนมาชุมนุมสนับสนุนนักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดความปรองดองและขัดกับนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ก็มีข่าวว่ามีหลายคนที่เป็นผู้นำท้องถิ่นแล้วต้องตกกระไดพลอยโจนหรือถูกบังคับขู่เข็ญได้รับการว่าจ้างให้ค่ารถ ค่าน้ำมัน ให้มาชุมนุมก็กำลังติดต่อขอเข้ารายงานตัวเพื่อขอรับการบรรเทาโทษ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร ส่วนข้อมูลที่ชัดเจนคงต้องรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังจากเข้าจู่โจมตรวจค้นเครือข่ายของผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองท้องถิ่นต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ / ข่าว : ทีมข่าวภูมิภาคทีนิวส์  จ.พิจิตร

เรียบเรียง เนื้อหา : พัทธนันท์ ทีนิวส์ 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน