หากยังมีความยุติธรรม!! เมียตร.ผูกคอตายมีเงื่อนงำ แม่เชื่อถูกฆ่าอำพราง หลักฐานโชว์หรา โร่ร้อง ปวีณา รุดลงใต้พบผู้การ (มีคลิป)

Publish 2017-08-04 17:18:31

วันที่ 4 ส.ค. 2560  ที่กองกำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้นำ นางวนิดา เกตุเส้ง อายุ 52 ปี ชาว อ.นาทวี จ.สงขลา พร้อมญาติ นำหลักฐาน เข้าพบ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.จีรเศรษฐ ดาวเงินตระกูล รอง ผบก. และ พ.ต.อ.ประยงค์ โครตสาขา ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม กรณี นส.ชุติกาญจน์ เกตุเส้ง อายุ 35 ปี ลูกสาว ซึ่งเป็นภรรยา ดต.ชนะทัช เกื้อวงค์ อายุ 41 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.กะพ้อ ผูกคอตายเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ภายในบ้านพักตำรวจ สภ.กะพ้อ เมื่อวันที่ 2 กค.ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากครอบครัวและญาติที่มาร่วมต่างมีความอึดอัดใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่มีความล่าช้าในการสืบสวนคดีการตายของ นส.ชุติกาญจน์ ถึงแม้ว่าทางครอบครัวได้แจ้งมาโดยตลอดว่า การเสียชีวิตครั้งนี้มีเงื่อนงำและอาจจะเกิดการทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วนำศพอำพรางด้วยการผูกคอตาย ทำให้ นางวนิดา ผู้เป็นแม่ กล่าวในห้องประชุมว่า ไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ทำไมมีแผลช้ำตามตัว ลูกสาวถูกทำร้ายขอให้นำคนผิดมาลงโทษ ตนเป็นแม่ไม่สบายใจที่ลูกสาวมาเสียชีวิตแบบนี้ ลูกสาวตนถูกหลอกมาตลอด ที่สำคัญ คนเป็นสามีเมื่อภรรยาเสียชีวิตต้องมางานศพ แต่ไม่มาจะให้ตนและญาติคิดยังไง หรือไม่กล้าสู้หน้า วันเกิดเหตุตนและญาติได้ไปดูบ้านจุดเกิดเหตุพบว่า จุดที่ นส.ชุติกาญจน์ผูกคอตายอยู่ที่บันไดทางขึ้นชั้นสอง โดยศพอยู่ในลักษณะนอนราบกับบันได โดยมีผ้าผูกคอผูกกับคานชั้นสอง ซึ่งญาติมองว่า หาก นส.ชุติกาญจน์จะผูกคอตายเองคงทำได้ยาก และหลังการตายก็พบพิรุธหลายอย่าง ทำให้ครอบครัวและญาติที่มาวันนี้ต่างเชื่อว่าเป็นการฆ่าและอำพรางศพ 



ตนจึงเดินทางไปเข้าพบ นางปวีณา เพื่อขอให้ช่วยเหลือทำความจริงให้ปรากฏและหาสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาวที่แท้จริง หากมีผู้กระทำผิดก็ขอให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งการเดินทางมาพบกับ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ ครั้งนี้ก็เพื่อขอแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ นส.ชุติกาญจน์ ว่าถูกทำร้ายจนเสียชีวิตไม่เชื่อว่าจะผูกคอตายเอง และขอเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ทาง พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ ช่วงเร่งหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับคนผิดอย่างตรงไปตรงมา

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุก็ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ประยงค์ ในฐานะ ผกก.สภ.กะพ้อ เร่งทำการสืบสวนสอบสวนการตายเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย ตนเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ แต่คดีก็ต้องขอการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม โดยเฉพาะผลการชันสูตรของแพทย์ซึ่งสำคัญที่สุด ส่วนที่ญาติสงสัยถึงการตายในวันเกิดเหตุนั้น ทาง ผกก.รายงานว่า หลังจากได้ช่วยนำร่างผู้ตายลงมาก็รีบพาไปส่ง รพ.กะพ้อ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตโดยการปั้มหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยไว้ได้ จากนั้นจึงรีบนำศพไปชันสูตรที่ รพ.มอ.หาดใหญ่ ตามที่ญาติร้องขอ ตนยอมรับว่าคดีนี้ทำอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้หายข้อสงสัยกับทุกฝ่าย  สำหรับสาเหตุและต้นเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของ นส.ชุติกาญนจ์ นั้น ตนได้มีการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายกับ ดต.ชนะทัช อยู่กินกันมาหลายปี โดยที่ ผู้ตายรู้ว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้ว และฝ่ายภรรยาก็รู้ว่า ผ็ตายอยู่กินกับ ดต.ชนะทัช ทำให้ระยะหลังทั้งสองมีปากเสียงกระทบกระทั่งบ่อยครั้ง ทำให้ชีวิตคู่ไม่ค่อยราบรื่น จนกระทั่งวันเกิดเหตุซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นชนวนเหตุของการตาย เนื่องจากผู้ตายได้ส่งข้อความไลน์ไปถึงภรรยาของ ดต.ชนะทัช ทำให้ ดต.ชนะทัช เกิดความไม่พอใจทำให้ทั้งสองมีปากเสียงกันรุนแรงจนกระทบกระทั่งกัน ดต.ชนะทัช จึงได้เดินออกจากบ้านไปนั่งอยู่ที่โรงพัก เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง ดต.ชนะทัชจึงเดินกลับบ้านปรากฏว่าเมื่อเปิดประตูก็เห็น ผู้ตายผูกคอตาย จึงรีบตะโกนเรียกตำรวจมาช่วยกันนำร่างลงมาแล้วรีบส่งไป รพ.กะพ้อ แต่ก็ช่วยชีวิตไม่ทัน


ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยถึงสาเหตุที่ไม่รับแจ้งความในวันเกิดเหตุนั้น เพราะเป็นการตายผิดธรรมชาติ ซึ่งจริง ๆ แล้วพนักงานสอบสวนก็ต้องรับคดีอยู่แล้วแต่ก็ต้องรอผลชันสูตรจากทาง รพ. แต่เมื่อทางญาติมีข้อสงสัยและไม่มั่นใจว่าลูกสาวเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำนั้นก็สามารถแจ้งความให้มีการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงได้ซึ่งตนก็ถือว่าเป็นการดีที่สุด สำหรับกระเป๋าที่ทางญาติเก็บไว้และสงสัยว่าจะหลักฐานที่อาจจะโยงถึงการตายของ นส.ชุติกาญนจ์นั้น ตนจะนำไปตรวจพิสูจน์และเป็นวัตถุพยานเพิ่มเติม สำหรับ ดต.ชนะทัช ตนได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้วเพื่อหาข้อเท็จจริงแล้ว ในเรื่องนี้แล้ว ขอให้ทางญาติและประชาชนมั่นใจในกระบวนการทางกฎหมายและจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายถ้าผิดก็ว่าไปตามผิดไม่มีข้อยกเว้นแม้จะเป็นตำรวจก็ตาม  สำหรับผลรายงานการชันสูตรของแพทย์ นั้น ระบุถึงการตายว่า เนื้อเยื้อบริเวณเล็บเท้าเล็บมือเขียวช้ำเล็กน้อย หน้าบวมแดง บาดแผลถลอกเล็ก 2 แผล รอยช้ำต้นแขนต้าขาขวา สภาพศพลำตัวไม่พบผิดปกติ สาเหตุการเสียชีวิตสมองขาดออกซิเจน จากกลไกการกดรัดบริเวณคอ

ด้าน นางปวีณา หงสกุล  ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า ขอบคุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานีที่ให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าว ทางแม่ของผู้ตายมาแจ้งทางมูลนิธิฯให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องลูกสาวเสียชีวิตมาร่วม 1 เดือนแต่คดียังไม่คืบหน้า ตนก็ได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต.แล้ว และได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่ญาติข้องใจคือการเสียชีวิตของลูกสาว ซึ่งตนเข้าใจที่ต้องรอผลชันสูตรของแพทย์ให้ชัดเจนก่อน ตนจึงขอให้ทางตำรวจโดย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ พร้อมด้วยตนและญาติไปพบกับแพทย์ที่ชันสูตรที่ รพ.มอ.หาดใหญ่ เพราะผลชันสูตรถือว่ายืนยันที่สุด เพราะการกล่าวหาใครต้องมีหลักฐาน และตนก็เข้าใจกับผู้ที่สูญเสีย

ภาพ / ข่าว  สุไลมาน  แวมามะ   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.ปัตตานี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายสุไลมาน แวมามะ