ลูกตายแล้วแน่ๆ!! พ่อวอนสื่อช่วยตาม ลูกสาวผอ.กองศึกษา อบต.ชำ หายตัวปริศนากว่า 2 เดือน พบให้เงินนายทหารยืม เชื่อถูกอุ้มฆ่าล้างหนี้ (มีคลิป)

Publish 2017-08-08 13:35:12

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 83/1 ม.3 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายบุญมี อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.16 บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย ซึ่งเป็นน้องชายและญาติพี่น้องอีก 2 คน ได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่า น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของนายบุญมี ได้หายตัวไปพร้อมด้วยรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ปล่อยทิ้งให้ลูกสาว อายุ 8 ขวบ อยู่กับพ่อและตายายมานานกว่า 1 เดือนแล้ว

 



นายบัวกัน อุ่นอ่อน อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ ซึ่งเป็นอาของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวว่า น.ส.จุฑาภรณ์ที่หายตัวไปได้แต่งงานกับนายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี ทำงานเป็นต้นหนเรือเดินทะเลและมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน โดยทั้ง 2 คน ได้ไปเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ที่หลัง ธกส.อ.กันทรลักษ์ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ก.ค.60 หลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์ไปส่งลูกสาวที่ ร.ร.อนุบาลดำรงราชานุสรณ์แล้ว พอช่วงตอนเย็นของวันเดียวกัน น.ส.จุฑาภรณ์ได้โทรศัพท์แจ้งให้นายบุญมี อุ่นอ่อน ซึ่งเป็นตา ให้ไปรับลูกสาวให้ด้วย หลังจากนั้น น.ส.จุฑาภรณ์ได้หายตัวไปโดยไม่ยอมรับโทรศัพท์จากครอบครัว ญาติพี่น้องอีกเลย ซึ่งนายบุญมี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู เมื่อวันที่ 20 ก.ค.60 เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม น.ส.จุฑาภรณ์ให้ด้วย โดยก่อนหน้านี้ มีนายทหารคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้เขาพระวิหาร ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาภรณ์ ทั้งที่นายทหารคนดังกล่าวมีภรรยาอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไป จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.จุฑาภรณ์ พบว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของแม่นายทหารคนดังกล่าวหลายครั้ง รวมทั้งมีการส่งไลน์มาขอให้ญาติพี่น้องโอนเงินให้ครั้งละ 20,000 บาท จำนวนหลายครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 300,000 บาท โดยที่ น.ส.จุฑาภรณ์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของญาติพี่น้องแต่อย่างใด


นายบุญมี อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนคิดถึงลูกสาวมาก เพราะว่าไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อนเลย ตนคาดว่าลูกสาวคงเสียชีวิตแล้ว เนื่องจากว่าขาดการติดต่อเป็นเวลานานกว่า 6 สัปดาห์แล้ว โดยปกติ น.ส.จุฑาภรณ์เป็นคนที่รักลูกสาวมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงคาดว่าลูกสาวอาจจะโดนคนมีสีอุ้มไปฆ่าล้างหนี้ เพราะว่าเคยเข้าไปทวงหนี้กับคนมีสีคนหนึ่งที่ยืมเงินไปจำนวนมาก แล้วไม่ยอมส่งคืน เนื่องจากคนมีสีดังกล่าวมีพฤติกรรมในการติดการพนันฟุตบอลอย่างหนักและมีหนี้สินรุงรัง อีกทั้งขณะที่หายตัวไปมีการโอนเงินจากบัญชีของ น.ส.จุฑาภรณ์เข้าบัญชีของคนมีสีดังกล่าวอีกด้วย ตนจึงขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามลูกสาวของตนให้ด้วย และหากว่า น.ส.จุฑาภรณ์ยังมีชีวิตอยู่ ขอให้ติดต่อกับครอบครัวโดยด่วน เนื่องจากว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะลูกสาวของ น.ส.จุฑาภรณ์คิดถึงแม่มาก นอนร้องไห้ทุกคืน

 

ทางด้าน พ.ต.อ.ฉัตรพัฒน์ แก้วจันดี ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางชุดสืบสวนภาค 3 ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้มาร่วมกันสืบสวนอย่างเต็มที่เพื่อตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ ขณะนี้ได้เบาะแสสำคัญหลายส่วนแล้ว เพื่อสรุปประเด็นว่า น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไปเพราะสาเหตุใด อีกทั้งทราบเบาะแสว่ารถเก๋งของ น.ส.จุฑาภรณ์มีการโอนลอยเอาไว้ ไม่ทราบว่าเอาไปขายแล้วหรือไม่ อย่างไร ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งดำเนินการสืบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ส่วนจะมีการเกี่ยวพันกับผู้ใดบ้างนั้น ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ภาพ/ข่าว ชยงค์  มณีพันธุ์เจริญ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.ศรีสะเกษ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน