ต่างกันสุดขั้ว!! ชาวนากาฬสินธุ์ยังโหยหาจำนำข้าว บอกได้เงินดี ด้าน “บำรุง คะโยธา” สวนทันควัน จำนำข้าวเปิดช่องทุจริตเอื้อนักการเมือง!?(ชมคลิป)

Publish 2017-08-23 11:25:07

ผู้สื่อข่าวได้ติดตามบรรยากาศในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนการตัดสินคดีรับจำนำข้าว นอกเหนือจากพื้นที่ประสบอุทกภัย 5 อำเภอแล้ว อีก 13 อำเภอใจจดใจจ่อกับวันตัดสินที่ใกล้จะมาถึงในวันที่ 25 ส.ค. นี้  ชาวนาใน จ.กาฬสินธุ์  ส่วนใหญ่ยังคิดถึงและอยากให้โครงการรับจำนำข้าวที่รับประกันราคาสูงกลับมาอีก  ขณะที่ภาคประชาชนและตัวแทนรับซื้อข้าวกลับมองเห็นต่าง เพราะในทางปฏิบัติว่ากันว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไม่ใช่การรับจำนำข้าว แต่เป็นการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรแล้วนำมาจำหน่ายเอง โครงการรับจำนำข้าวจึงทำให้เกษตรกรเห็นว่าได้รับเม็ดเงินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากโครงการนี้

สำหรับ นายบำรุง คะโยธา อดีตสมัชชาคนจน ที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวนามากกว่า 40 ปี  และปัจจุบันได้ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มขั้นหลังวางมือจากวงการ อปท. ในฐานะนายก อบต.สายนาวังถึง 8 ปี ขับเคลื่อนสู่ตำบลอินทรีย์นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในกรรมการศูนย์ชาวนาเอเชีย

 



นายบำรุง คะโยธา กล่าวว่า โครงการนี้กลายเป็นบทสรุปแห่งความล้มเหลวในการบริหารงานภาคการเกษตรของรัฐบาล ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ในการรับซื้อหรือจำนำข้าวในราคาตันละ 15,000-20,000 บาท โดยเฉพาะในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังถือเป็นการค้าขายข้าวที่สวนกระแสกับราคาตลาดโลก   ในอดีตได้มีการท้วงติงและทักท้วงจนโครงการนี้เกิดขึ้นและก็เกิดปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ซ้ำร้ายเงินที่ชาวนาได้รับก็ไม่ใช่ 15,000 บาท  เท่าที่จำได้หลายรัฐบาลพยายามที่จะช่วยเหลือชาวนามาตลาดทั้งมาตรการแทรกแซงและการจำนำข้าว  แต่ก็หนีไม้พ้นการทุจริตเกิดโกดังลม สต็อกข้าวลมตามมา เม็ดเงินหลายแสนล้านสูญไป  ยิ่งการมีอำนาจเบ็ดเสร็จเช่นรัฐบาลที่ผ่านมาการปกป้องตัวเองของนักการเมืองที่ไม่เคยถูกดำเนินคดี  คดีทุจริตจำนำข้าวอาจจะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะดำเนินมาตรการการทุจริตจะเป็นพัฒนาการการเมืองของไทย โดยเฉพาะการตรวจสอบภาคประชาชนของไทยน้อยมากถ้าหากเทียบกับต่างประเทศ  การต่อสู้เพื่ออำนาจประชาชนที่ได้ต่อสู้มาโดยตลอดจนเข้าสู่ยุคมืดมนมานานก่อนจะเป็นรัฐบาลทหาร


ด้านนายสุมินทร์ ภูดวงดอก กรรมการสภาเกษตร จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า  ถ้าเป็นไปได้ชาวนาใน จ.กาฬสินธุ์ ส่วนใหญ่อยากให้มีโครงการรับจำนำข้าวอีกครั้ง และเชื่อมั่นว่าชาวบ้านได้รับเงินจากโครงการจะทำให้เศรษฐกิจดีไม่ลำบาก ที่ผ่านมาขั้นตอนกระบวนการร้อยละ 70 ถือว่าไปถูกต้อง ไม่มีทุจริต เพราะมีฝ่ายปกครอง ชาวบ้าน ตัวแทนเกษตร เข้ามาสู่กระบวนการ  และในเวลานี้ข้อกล่าวหาทุจริตก็ยังไม่สรุปออกมา จึงยังเชื่อว่าโครงการรับจำนำข้าวฯ ดีสำหรับชาวนามากกว่า              

ขณะที่ นางพวงเพ็ชร วัฒนวิเชียร ผู้จัดการ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์ จำกัด ไม่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินโครงการจำนำข้าวอีกต่อไป เพราะในอดีต โครงการนี้ยังทำให้ผลผลิตข้าวขาดคุณภาพ และยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน ในอดีตโครงการรับจำนำข้าวฯ ทาง สกต.มีเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท ในการรับซื้อข้าวจากชาวนา และมีชาวนาจาก 18 อำเภอขนข้าวมาขายผ่าน สกต.กาฬสินธุ์ จำกัด ด้วยระบบที่มั่นใจว่าตราชั่งตรง วัดความชื้น ไม่เอาเปรียบชาวนา  เขาได้จริง 15,000 บาท – 22,000 บาท อีกทั้งการแยกคุณภาพข้าวของ สกต.ก็มีระบบ ทำให้โรงสีที่รับซื้อข้าวต่อยังมีความมั่นใจข้าวของเกษตรกรที่รับซื้อผ่าน สกต. เป็นข้าวคุณภาพ ถ้าต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มีความโปร่งใส ชาวนาจะได้รับประโยชน์แท้จริง  แต่ถ้ากระบวนการรับซื้อไม่โปร่งใส ไม่มีขั้นตอน ไม่มีคุณภาพก็จะนำพาสู่กระบวนการแห่งความล้มเหลวเกิดทุจริตเป็นทอด ๆ

ภาพ/ข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง / ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

น.ส.ชมพิศ ปิ่นเมือง(หวาน)