คิดว่าขึ้นไปเก็บมะพร้าว แต่กลายเป็นศพ ชาวบ้านลือถึงอาถรรพ์หลังคร่าชีวิตไปเกือบหมดครอบครัว!!!

Publish 2017-09-29 14:09:22

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 กันยายน 2560 ร.ต.อ.มานพ สุนทรารักษ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์  ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณสวนหลังบ้าน  ที่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 7 บ้านผือน้อย ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี  จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี และ หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ รุดไปยังที่เกิดเหตุ

 



เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสวนหลังบ้าน  พบร่างของผู้ตายผูกคอห้อยอยู่ที่บริเวณใต้ต้นแต้  สูงจากพื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร  โดยใช้ผ้าขาวม้าผูกกับกิ่งไม้ และที่บริเวณโคนต้นไม้มีรองเท้าแตะสีเหลืองตกอยู่ 1 คู่  ผู้ตายใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ  ตามร่างกายมีมดแดงรุมกัดเต็มไปทั่ว  คาดว่าน่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมง  โดยทราบชื่อต่อมาคือ นายบุญเหลือ เสาร์คำ อายุ  36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 7 บ้านผือน้อย ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์  อาชีพรับจ้างทั่วไป  โดยนางพิมพ์ เทพบุตร อายุ 85 ปี ซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรก ก็ได้เปิดเผยว่า  ก่อนที่จะพบศพนายบุญเหลือ ตนกำลังเข้าไปหามันและสาคูที่สวนหลังบ้าน เพื่อที่จะเอาไปต้นกิน ก็ได้เหลือบไปเห็นร่างของนายบุญเหลือซึ่งเป็นหลานอยู่บนต้นไม้  ตอนแรกก็คิดว่านายบุญเหลือจะขึ้นต้นไม้ไปเก็บเอามะพร้าว  ตนจึงได้ตะโกนเรียกและเข้ามาว่าจะดึงขาให้เขาลงมา  แต่พอมองขึ้นไปบนต้นไม้ชัดๆอีกที ก็กลับกลายเป็นว่านายบุญเหลือได้ผูกคอตายไปแล้ว  จึงได้รีบมาบอกญาติพี่น้องให้มาดู  ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าตำรวจให้ทราบ  เพื่อมาดูที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ใดๆ  ซึ่งคาดว่าผู้ตายคงจะปีนขึ้นไปผูกคอตนเอง  โดยทราบจากนางสุริยา เสาร์คำ อายุ 39 ปี พี่สาวของผู้ตายว่า ผู้ตายเป็นคนติดเหล้าและประสาทไม่ค่อยดี  โดยเมื่อวานนี้ก่อนเกิดเหตุ  นายบุญเหลือได้มาขอเงินกับตนเพื่อที่จะเอาไปซื้อเหล้ากิน  แต่ตนบอกว่าวันนี้ไม่มีเงิน  แต่ก็จะพยายามหามาให้  เพราะรู้ว่าน้องชายของตนเป็นคนที่ขาดเหล้าไม่ได้ พอวันไหนไม่ได้กินเหล้าก็มักจะบ่นว่าอยากจะผูกคอตายทุกครั้งไป ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน  แต่โชคดีที่มีคนมาพบเสียก่อนแล้วก็ช่วยเหลือได้ทัน  แต่ในครั้งนี้ไม่มีคนพบ จึงทำให้นายบุญเหลือผูกคอตายได้สำเร็จ  ซึ่งเมื่อวานนี้ในตอนเย็นที่นายบุญเหลือหายไป  ตนก็ได้ออกตามหาในหมู่บ้านแล้ว  แต่ก็ไม่มีใครพบเห็น  ตนจึงคิดว่าน้องชายคงจะออกไปหาเหล้ากินกับเพื่อนที่ต่างหมู่บ้าน   ซึ่งก็มักจะเป็นเช่นนี้ประจำเมื่อยามที่ไม่มีเงินซื้อเหล้ากิน  จนกระทั่งมาพบเป็นศพในตอนเช้าวันนี้


ซึ่งจากเหตุการณ์สลดในครั้งนี้  ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าว  ต่างพากันกล่าวขานถึงเรื่องราวอาถรรพ์ของบ้านหลังนี้กันเป็นอย่างมาก  เนื่องจากบ้านหลังนี้เดิมมีสมาชิกในครอบครัวอยู่จำนวน 6 คน คือบิดามารดาและลูกจำนวน 4 คน ต่อมามารดาก็ได้เสียชีวิตไป และจากนั้นพี่ชายคนโตและน้องคนเล็กสุด ก็ได้มาเสียชีวิตตามไปอีก 2 คน  จนกระทั่งมาถึงนายบุญเหลือเป็นคนที่ 4 ทำให้ครอบครัวนี้เหลือเพียงบิดาและพี่สาวเพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันมากนัก  โดยต่างเชื่อกันว่า น่าจะเกิดจากอาถรรพ์ของไม้จูงโลง หรือไม้ที่ใช้ทำฝาโลงศพ ที่ครอบครัวนี้ได้นำมาทำเป็นฝาบ้านเมื่อตอนสร้างบ้านใหม่ๆ  ซึ่งในตอนนั้นก็ได้มีชาวบ้านและผู้รู้ต่างก็ได้ทักท้วงแล้วว่าไม่ดี  แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ  จนกระทั่งต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ที่สมาชิกในครอบครัวนี้ ได้เสียชีวิตไปทีละคน  จึงทำให้หลายคนโดยเฉพาะญาติๆของครอบครัวนี้เริ่มคิดวิตกกัน  ซึ่งจากนี้ไปทางญาติของผู้ตาย  ก็จะได้หารือกันเพื่อที่จะทำการรื้อบ้านหลังดังกล่าวนี้ทิ้ง  ภายหลังจากเสร็จงานศพของนายบุญเหลือ  และจะได้ทำบุญใหญ่ให้กับบ้านหลังนี้  เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุอาถรรพ์กับครอบครัวนี้อีกต่อไป  ซึ่งในปัจจุบันนี้ครอบครัวนี้เหลือเพียง 2 คน คือพี่สาวและบิดาที่ป่วยเป็นอัมพาต  ซึ่งได้ย้ายออกมาพักยังบ้านอีกหลังหนึ่งนานแล้ว 

ภาพ / ข่าว ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายชูชัย ดำรงสันติสุข(ชัย)