#โจรดวงกุด..!! โคตรจะดวงซวย โจรขโมยสร้อยคอทองคำ ได้ครึ่งเดียวกำลังเอาไปขาย ดันเจอเจ้าของทองนำอีกครึ่ง ไปเปลี่ยนเวลาเดียวกันพอดี..!?

Publish 2017-10-18 16:04:39

        เมื่อเวลา 11.23 น.วันนี้(18ต.ค.) เกิดเหตุเรื่องราวความบังเอิญจนน่าเหลือเชื่อขึ้นที่ร้านทองห้องทองจินดา ตั้งอยู่เลขที่ 157 ย่านถนนทุ่งเสา2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อมีชายต้องสงสัยอายุประมาณ 25-30 ปี ที่คาดว่าน่าจะเป็นโจรวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำได้นำสร้อยคอทองคำที่อยู่ในสภาพขาดครึ่งหนึ่งไปขายให้กับร้านทองแห่งนี้

และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ นางผิวพรรณ ตันยะกุล อายุ 31ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายนำสร้อยคอทองคำอีกครั้งหนึ่งไปเปลี่ยนสร้อยใหม่เช่นกัน และเมื่อทั้งสองคนนำทองมาชั่งบนตาชั่งอันเดียวกัน ปรากฏว่าเป็นทองลายเดียวกันเปะ  น้ำหนักครบ2 สลึง และข้อต่อที่ขาดเข้ากันทุกอย่าง

                                                                                               




       และนางผิวพรรณ ซึ่งเป็นเจ้าของก็จำได้แม่นยำว่าเป็นสร้อยของตัวเองที่เพิ่งถูกสองคนร้ายขับรถจักรยานยนต์กระชากขาดไปครึ่งหนึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  เหตุเกิดใกล้บ้านพักบริเวณถนนร่วมพัฒนา หลังห้างบิ๊กซีเอ็กตร้า เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ ขณะขับรถจักรยานยนต์ออกมาซื้อของ

แต่เมื่อสอบถามชายต้องสงสัยที่นำทองมาขาย บอกว่า เป็นพนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์ เก็บได้ในถังขยะเมื่อคืนนี้หากไม่เชื่อก็จะไปตามพ่อมาช่วยยืนยัน  แต่เมื่อทั้งเจ้าของทองและทางร้านทองยืนยันหนักแน่นว่าสร้อยทั้งสองเส้นเป็นอันเดียวกัน ชายคนนี้ก็เริ่มแสดงอาการรุกรี้รุกรนไปไม่ถูกและเดินออกจากร้านไป แต่ได้ถูกสามีของ นางผิวพรรณ ซึ่งเป็นทหารดักตัวเอาไว้เพื่อรอให้ตำรวจมาก่อน แต่ชายคนนี้ก็ฉวยจังหวะวิ่งหนีไปในซอยข้างร้านทอง โดยยอมทิ้งรถจักรยานยนต์ซูซูกิรุ่นสกายไดร์สีแดงขาว  หมายเลขทะเบียน งจค 668 สงขลา เอาไว้หน้าร้านทอง

                                                                                            


          หลังเกิดเหตุทาง ร.ต.ท.ภีระพัฒน์ แก้วดำ  รอง สวส.(สอบสวน) และร.ต.อ.ณรงค์ สุวรรณรัตน์ รอง สว.สส. ได้มาตรวจที่เกิดเหตุและตรวจค้นเอกสารภายในรถทราบชื่อผู้ครองครองคือ นายมงคล ไชยคีรี อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 ซอยชุมชนบ่อนไก่-ทางยยาง ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเมื่อเทียบเคียงกับชายต้องสงสัยจากภาพกล้องวงจรปิดภายร้านทองก็พบว่ามีลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งทางตำรวจฝ่ายสืบสวนจะเชิญตัวมาสอบสวนอีกครั้งว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่

และเหตุการณ์นี้ทั้งตำรวจผู้เสียหายและเจ้าของร้านทองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันบังเอิญจนน่าเหลือเชื่อและแทบเกิดขึ้นได้ยากมาก  ที่ทั้งคนร้ายและผู้เสียหายมาพบกันในร้านทองเดียวกันและเวลาเดียวกันเปะ เพราะร้านทองในหาดใหญ่มีเป็นร้อยแห่งหากคนร้ายพาไปขายที่อื่นก็ไม่มีใครจับได้ หรือถ้ามาที่ร้านทองแห่งนี้คนละเวลากันก็จะไม่เจอกับเจ้าของและอาจจะขายทองได้เงินไปใช้ง่ายกว่านี้  เหตุการณ์นี้จึงเรียกได้ว่ากรรมตามทันหรือเวรกรรมติดจรวด

                                                                                                  

                                 นภาลัย   ชูศรี   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์ จ.สงขลา



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นางนภาลัย ชูศรี