ผมยอม!! หนุ่มวัยรุ่นยอมให้ตำรวจจับ หลังจากก่อคดีลักขโมย แล้วหนีหาย ซึ้งใจตำรวจช่วยเหลือแม่ (คลิป)

Publish 2017-11-10 11:30:32

     วันที่ 10 พ.ย. 2560 พ.ต.อ.ปรีชา ปัญญาเลิศ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช  เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ชัยภัทร ศรีเรือง รอง ผกก.สส.พร้อม พ.ต.ต. สมนึก สุวรรณวงศ์ สว.สส.พร้อมฝ่ายสืบสวน และ อส.ตร.ติดตามจับกุมตัวนายภาคภูมิ รามฤทธิ์ อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ 5 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้พร้อมของกลาง รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ จำนวน 3 คัน ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกับนายเอก ไม่ทราบนามสกุลหัวหน้าแก๊งได้เดินสายตระเวนขโมยรถมอเตอร์ไซค์ ของชาวบ้านที่จอดไว้หน้าบ้านในเวลากลางคืน ภายใน 1 เดือนได้มา 3 คัน และใช้รถที่ขโมยมาขับขี่เดินสายงัดตู้เติมเงิน เติมน้ำมัน ทั้งใน จ.นครศรีธรรมราช และ จ.กระบี่ รวมแล้ว 4 ครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนขยายผลติดตามยึดรถ จยย.ที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้ 3 คัน และแจ้งให้เจ้าของรถมารับรถ จยย.กลับคืนไปท่ามกลางคงวามดีใจของชาวบ้านผู้เสียหายที่ได้รถ จยย.คืนและต่างกล่าวขอบคุณ ผกก.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ที่ช่วยกันสืบสวนติดรามจับกุมคนร้ายและยึดรถ จยย.กลับมาคืนเจ้าของได้



     สำหรับนายภาคภูมิ รามฤทธิ์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหารายนี้อาศัยอยู่กับแม่ที่มีฐานะยากจน ยากไร้ เมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามไปจับกุมตัวที่เพิงพักในบริเวณรั้วมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งใหญ่  จ.นครศรีธรรมราช ในครั้งนั้นนายภาคภูมิ หลบหนีไปได้ ตำรวจพบเพียงแม่ที่อาศัยอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา ภายในเพิงพักไม่มีเครื่องใช้อำนวยความสะดวกเลย มีเพียงเสื้อผ่าเก่า ๆ เพียงไม่กี่ชิ้น ตำรวจจึงรวมกันซื้อเครื่องอุปโภคบริจาคให้ด้วยความสงสาร และต่อมาสามารถติดตามจับกุมตัวนายภาคภูมิ ได้ ส่วนนายเอก หัวหน้าแก๊งเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังไล่ล่าติดตามจับกุมตัวคาดว่าจะได้ตัวในเร็ว ๆ นี้


     ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ขอเตือนชาวบ้านทั่วไปที่มีรถ จยย. ขอให้ดูแลรักษารถ จยย.ของตัวเองให้ดี ๆ อย่าประมาท ให้ถอดกุญแจ และล็อครถ จยย.ทุกครั้งที่จอดไว้ในจุดใดจุดหนึ่ง เพราะเท่าที่สอบสวนพบว่ารถ จยย.ที่ถูกขโมย เจ้าของรถขับไปกรีดยางพาราในสวนและเสียบกุญแจทิ้งเอาไว้ ทำให้คนร้ายแอบมาขโมยไปอย่างง่ายดาย ส่วนนายภาคภูมิ รามฤทธิ์ ตำรวจจะควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และต่อไปแม่ของนายภาคภูมิ ที่อาศัยอยู่ในเพิงพักด้วยความยากไร้ ลำบากคงต้องอาศัยอยู่คนเดียว  แต่ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูแลช่วยเหลือเป็นระยะต่อไป

นายภาคภูมิ รามฤทธิ์ ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแม่ของตน ซึ่งตนกับแม่อาศัยอยู่ยากยากไร้ แร้นแค้น ไม่มีทรัพย์สมบัติใด ๆ เป็นของตัวเอง เพิงพักที่คุ้มหัวนอนของตนและแม่ก็อาศัยที่ริมรั้วมหาวิทยาลัยสร้างขึ้นมาเพียงพอซุกหัวนอนเท่านั้น ตนสงสารแม่และพยายามหางานสุจริตทำทุกอย่าง แต่ไม่ค่อยมีคนจ้าง เมื่อนายเอก มาชวนไปร่วมขโมยรถ จยย.และงัดตู้น้ำมันหยอดเหรียญตนจึงจำใจไปร่วมก่อเหตุ ได้เงินส่วนแบ่งมาครั้งละไม่กี่ร้อยบาทก็นำมาใช้ส่วนตัวและเอามาให้แม่ซื้ออาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ ตอนแรกตำรวจตามไปจับกุมที่เพิกพักตนวิ่งหลบหนี แต่ตำรวจเห็นสภาพความเป็นของแม่ก็ระดมเงินซื้อข้าวสาร ที่นอนหมอนมุ้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคให้แม่ตนจำนวนมาก เมื่อตนกลับมาทราบเรื่องรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของตำรวจ เมื่อตำรวจหวนกลับมาจึงมาจับกุมตัวตนได้เพราะไม่คิดหลบหนีตำรวจอีก ตนคงต้องติดคุกแต่ละพยายามฝึกอาชีพในรั้วคุกและออกมาเป็นคนดีของสังคม ทำงานสุจริตหาเลี้ยงตัวเองและแม่ต่อไป นายภาคภูมิ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า ก่อนเดินเข้าห้องขังตามระเบียบต่อไป.

 

ภาพ/ข่าว  นรศักดิ์  สานุจิตต์    ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์    จ.นครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นรศักดิ์ สานุจิตต์