คุณยายเมืองช้างวัย 75 ปี..สู้ชีวิต !! ทำข้าวตูสูตรเขมรโบราณ สุดแสนอร่อย หารับประทานได้ยาก ขายให้ชาวบ้านราคาถูกถุงละ 10 บาท (ชมคลิป)

Publish 2018-02-11 18:29:58

วันนี้( 11  ก.พ. 61) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์  ได้พบกับคุณยาย วันทอง   บุญยืน อายุ 75 ปี  เจ้าของต้นตำรับ ข้าวตู สูตรเขมรโบราณ อยู่ที่บ้านเลขที่ 132/2 ในเขตเทศบาล ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ก็จะพาลูกพาหลาน เก็บมะพร้าว ที่ปลูกเอง จากสวนหลังบ้าน  ขูดมะพร้าว นั่งคั่วข้าวสุก และตำด้วนครก สาก ขนาดใหญ่ แบบโบราณจนละเอียด ก่อนผสม คลุกเคล้า ด้วยสูตรต้น ตำรับ ลับเฉพาะ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก บรรพบุรุษ ชาวกัมพูชา พอทำเสร็จก็แจกจ่ายลูกหลานรับประทาน ประหยัดค่าขนม ช่วงวันหยุด และกรอกใส่ถุงไปขายให้ชาวบ้านในราคาเพียงถุงละ 10 บาท ก็อร่อยได้ ขายดิบขายดี ไม่ถึงชั่วโมงก็หมด มีรายได้ประมาณวันละ 150-200 บาท



คุณยาย วันทอง   บุญยืน อายุ 75 ปี  เจ้าของต้นตำรับ ข้าวตู สูตรเขมรโบราณ  เล่าให้ฟังว่า การทำต้นตำรับ ข้าวตู สูตรเขมรโบราณ  นั้นอันดับแรก ต้องไปหาซื้อข้าวสุกตากแห้งจากชาวบ้าน แล้วนำข้าวมาคั่วให้ออกกลิ่นไหม้นิดๆ แล้วก็ตักใส่ครกไม้โบราณขนาดใหญ่ ค่อยๆตำให้ละเอียดด้วยสากไม้ จากนั้นก็เอาข้าวที่ตำแล้วมาร่อนเอาแต่ส่วนที่ละเอียด จากนั้นก็นำเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ขูดเอาไว้ใส่ลงไป ในข้าวที่ตำละเอียดแล้วคลุกเข้าหากัน ใส่น้ำมะพร้าวลงไปนิดหนึ่ง แล้วใส่น้ำตาลปิ๊ปลงไป ชอบหวานก็ใส่น้ำตาล ไม่ชอบหวาน ก็ใส่น้ำตาลน้อยลง แล้วแต่ชอบรสชาติเป็นอันว่า เราก็จะได้ข้าวตู สูตรแบบเขมรโบราณ ให้ลูกๆหลานๆรับประทานกันในครอบครัว เป็นการประหยัดค่าขนม ช่วงวันหยุด  และกรอกใส่ถุงพลาสติก เดินเร่ขายแถวๆบ้าน ในราคาถุงละ 10 บาท ไม่ถึงชั่วโมงก็หมด มีรายได้ประมาณวันละ 150-200 บาท


ตนทำขนมข้าวตูสูตรเขมรโบราณ ขายก็ไม่ได้คาดว่ าจะร่ำรวยอะไรหรอก ลูกหลานก็ห้ามไม่อยากให้ทำ เพราะตนแก่แล้ว  แต่ที่ทำก็กลัวขนมข้าวตู สูตรเขมรโบราณ ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ชาวกัมพูชา จะสาบสูญแล้วหายไป จึงทำขายไปด้วย สอนลูกหลานไปด้วย เพื่อให้ช่วยอนุรักษ์ สูตรต้นตำรับ ข้าวตู เขมรโบราณ ให้คงอยู่คู่กับสังคมสุรินทร์บ้านเราต่อไป

ภาพ/ข่าว สุทิศ บุญยืน ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์

เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว(โจ้)
HASTAG :