จนป่านนี้ ?! "น้องแพรว"พยาบาลสาวเหยื่อเก๋งพุ่งชนขณะจอดติดไฟแดง "คู่กรณีตกลงค่าสินไหมทดแทนยังไม่ได้" (มีคลิป)

Publish 2018-03-11 23:43:00

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปที่บ้านของนางสาวพัชนก โพยนอก อายุ 23 ปี 196 หมู่ที่ 12 บ้านทุ่งโปร่งพัฒนา ต.กุดจิก อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู  ซึ่งเป็นพยาบาลห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลหนองบัวลำภู  และสืบเนื่องวันที่ 6 ก.พ.2561 ขณะลงเวรจะขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้านโดยในระหว่างรอสัญญาณไฟเขียวนั้น ก็ได้มีรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน กค 5091 หนองบัวลำภู มีนางวรรณนภสร  ลากุล อายุ 38 ปี เป็นข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เป็นผู้ขับขี่พุ่งเข้าชนด้านหลังของ น.ส.พัชนก ฯ ร่างกระเด็นลอยไปไกลเป็นสิบเมตร นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน ได้รับบาดสาหัส ถุงม้ามแตก ต้องตัดม้ามทิ้ง อาการตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นแต่แพทย์ให้กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้แล้ว และต่อมา  พ.ต.ต.สุเนตร สรรพสมบัติ  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู เจ้าของคดี  ได้เชิญตัวคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย  คือ น.ส.วรรณนภัสสร ลากุล คนขับรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน กค 5091 หนองบัวลำภู และ นางกุสุมา โตนชัยภูมิ อายุ 47 ปี คุณแม่ของน้องแพรว มาเจรจาและให้ปากคำ พูดคุยกันเรื่องการจ่ายสินไหมทดแทน แต่ไม่สามารตกลงกันได้ และพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสั่งฟ้องส่งสำนวนไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อพิจารณาต่อไป  



โดยในวันนี้ นางสาวพัชนก โพยนอก หรือน้องแพรา พยาบาลสาวยอดกตัญญู  ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังจากกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน โดยกล่าวว่าตอนนี้ก็ดีขึ้นแต่ยังเจ็บที่บริเวณต้นคอที่โดนกระแทก ยังหันไปมาค่อนข้างจะลำบากต้องหันไปทั้งตัว และปวดที่บริเวณหัวเข่าด้านขวา  งอเข่าไม่ได้ และเจ็บแผลภายในท้องจุดที่ต้องผ่าตัดเอาม้ามทิ้ง และฝากขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เป็นห่วง สอบถามอาการเข้ามาเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ร่างกายก็ดีขึ้นแต่ยังต้องพักฟื้นอีกสักระยะ ถึงจะไปทำงานได้ตามปกติ ทางด้านนางกุสุมา โตนชัยภูมิ อายุ 47 ปี คุณแม่ของน้องแพรว ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ตนเองก็ไม่ได้มีฐานะดีอะไร คุณพ่อน้องแพรว ทำงานก่อสร้างอยู่ที่ กรุงเทพฯ ส่วนตนก็ต้องดูแลน้องแพรวไม่มีรายได้ น้องแพรวพึ่งเรียนจบมาเป็นพยาบาล เป็นที่พึ่งเหมือนเสาหลักให้กับครอบครัว  อยากให้คุณครูเห็นใจน้องแพรวบ้างเพราะน้องเป็นผู้ถูกกระทำ  หลังจากน้องออกมาจากโรงพยาบาลก็มีการพูดคุยกัน 2 ครั้ง แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้  เรามาพูดถึงเรื่องคุณธรรมและความมีเมตตาธรรม ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดกับตัวคุณครู หรือลูกหลานคุณครู จะมีความรู้สึกอย่างไร ลูกสาวต้องโดนตัดม้ามทิ้ง ร่างกายผิดปกติไปจากคนทั่วไป เหนื่อยง่าย และถ้าหากเกิดอาการแทรกซ้อนมา ใครจะมารับผิดชอบชีวิตของน้องแพรว บุตรสาว ตน อยากให้คุณครูแสดงความมีน้ำใจมากกว่านี้ ส่วนที่บอกว่าหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้โทรมาสอบถามอาการน้องแพรวทุกวันไม่เป็นความจริง คุณครูไม่เคยโทรมาหาเลย มีแต่  ตนเองโทรไปหา ให้มาเจรจากันที่โรงพัก นัดบ่ายโมง ก็ออกมาบ่ายสองครึ่ง  บอกแต่ว่ากำลังเดินทางมั้ง ร้อยเวรพึ่งโทรไปบอกมั้ง  อย่างให้แสดงออกแบบจริงใจเหมือนตอนที่ไปเยี่ยมน้องแพรวที่โรงพยาบาล และอ้อนวอนตนเองให้เห็นใจคุณครูบ้างเพราะไม่ได้ตั้งใจขับรถไปชน  นางกุสุมา โตนชัยภูมิ มารดาน้องแพรวได้กล่าวทิ้งท้าย


จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสัมภาษณ์คู่กรณีคือ นางสาววรรณนภัสสร ลากุล คนขับรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน กค 5091 หนองบัวลำภู ที่อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู   และกล่าวว่า ตนเองก็เป็นห่วงน้องแพรวไม่เคยทอดทิ้งไปเยี่ยมตลอดตอนที่น้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล  ถ้าไม่ได้ไปก็โทรศัพท์ไป   แต่เนื่องจากการเจรจาครั้งแรกคุณแม่น้องแพรวได้พูดเรื่องเงินสูงไป  จนมาล่าสุดคุณแม่น้องแพรวได้ต่อรองขอค่าสินไหมเป็นเงิน หกแสนห้าหมื่นบาท พร้อมซื้อรถจักรยานยนต์ให้ใหม่ 1 คัน แต่ตนเองได้ขอต่อรองเหลือสามแสนบาท พร้อมซื้อมอเตอร์ไซด์ใหม่ให้ แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้  และไม่เคยพูดท้าทายว่าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา อยากให้สังคมรับฟังและให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย อยากให้มองตนเองใหม่ด้วย  เพราะที่ผ่านมามีคนพูดใส่ร้ายตนเองก็ไม่เข้าใจ  เพราะตนเองทำทุกอย่างก็เพื่ออยากให้หนักเป็นเบา   ตนเองก็เสียหาย ส่วนน้องแพรวก็เสียหาย อุบัติเหตุใครๆก็ไม่อยากให้เกิดแต่ถ้าเกิดแล้วก็ต้องหาทางแก้ไข  ถ้าหากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิจารณากันต่อไป      

ภาพ/ข่าว วรรธนะ ทองดี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.หนองบัวลำภู


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายวรรธนะ ทองดี(โต้ง)
HASTAG :