ถูกกลั่นแกล้ง !! ลูกศิษย์ยืนยัน..เจ้าอาวาสวัดเขาขุนพนมถูกกลั่นแกล้ง ชี้! คณะสงฆ์แค่สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง (ชมคลิป)

Publish 2018-07-20 12:43:45

จากกรณีที่คณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต) โดยพระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 16 นายวาทิน กรดเต็ม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.ทักษิณ โภชากรณ์ ผกก.สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และกำลังตำรวจ นปพ.ภ.จำนวน 30 นาย เดินทางไปที่วัดเขาขุนพนม หมู่ 3 ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินการสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดเขาขุนพนม  ของพระครูปิยะคุณาธาร อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสของวัดเขาขุนพนม หลังจากได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารงานด้านการเงินของวัดและการแอบอ้างเบื้องสูง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 



(20 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรดาศิษยานุศิษย์ของพระครูปิยะคุณาธาร ได้วิพากวิจารณ์กรณีดังกล่าวอย่างกว้างขวาง และเชื่อว่าการร้องเรียนใส่ร้ายเป็นการกลั่นแกล้งของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เสียผลประโยชน์  โดยที่ผ่านมาพระครูปิยะคุณาธารได้พัฒนาวัดเขาขุนพนมจนเจริญรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวพุทธและนักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง หลังมีคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ได้มีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงจำนวนมากเดินทางไปให้กำลังใจพระครูปิยะคุณาธารเป็นจำนวนมาก  โดยทางอดีตเจ้าอาวาสอยู่ในอาหารสงบ ไม่ได้ตื่นตกใจใด ๆ เนื่องจากมั่นใจในความบริสุทธิ์และปฏิบัติตนอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

                “อย่างไรก็ตามในการดำเนินการในครั้งนี้ไม่ไดมีการปลดพระครูปิยะคุณาธาร จากตำแหน่งเจ้าอาวาสแต่เป็นการสักพักการปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสชั่วคราว ระหว่างการสอบสวน และให้ขนย้ายข้าวของส่วนตัวทั้งหมด ออกไปจากอาคารพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช  และจะต้องรอผลการสอบสวนที่ชชัดเจนของคณะสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง หากผลสรุปว่าพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราชไม่มีความผิดตามที่ร้องเรียนทางคณะสงฆ์ก็จะมีคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดเขาขุนพนมต่อไป แต่หากสรุปว่ามีความผิดตามที่ได้รับการร้องเรียนก็จะดำเนินการตามระเบียบของคณะสงฆ์ต่อไป”

 


นายสำเริง กรดกางกั้นไวยาวัจกรวัดเขาขุนพนม  กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเจ้าอาวาส อาจจะถูกกลั่นแกล้งหรือมีความเข้าใจผิดของบุคคลบางพวกบางกลุ่ม  ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าอาวาสพยายามพัฒนาวัด สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์กับวัด กับพุทธบริษัทมาโดยตลอด ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเงินก็เช่นเดียวกัน อาจมีการเข้าใจผิด เพราะปกติเจ้าอาวาสจะเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการเงินของวัด พราะเป็นอำนาจหน้าที่ บางเรื่องอาจทำหรือดำเนินการไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดความบกพร่อง แต่คิดว่าทุกอย่างน่าจะสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้

                ทางด้านนายนิภา ฝั่งชลจิตต์ หนึ่งในไวยาวัจกรของวัดอีกคนหนึ่ง และเป็นหนึ่งในแกนนำของชาวบ้านที่ร่วมกันร้องเรียนและแจ้งความร้องทุกข์ เกี่ยวกับพฤติกรรมและการกระทำความผิดของเจ้าอาวาสกล่าวว่า ไวยาวัจกร กรรมการวัด และชาวบ้าน หมดความอดทนต่อพฤติกรรมต่างๆ ของเจ้าอาวาสรูปนี้ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานหลายปี โดยเฉพาะการยึดพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช ที่อยู่ในวัด เป็นที่พักส่วนตัว แล้วกระทำพฤติกรรมนอกลู่นอกทางของการเป็นสงฆ์ การที่คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ลงมาสะสางปัญหาถือเป็นเรื่องที่ดี จะทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่วัดพุทธพาณิชย์อีกต่อไป

 

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวัดเขาขุนพนม เป็นวัดโบราณชื่อดัง ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีลี้ภัยจากกรุงธนบุรีมาสิ้นพระชนม์ที่นี่ ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวนครศรีธรรมราช ที่แตกต่างจากตำนานประวัติศาสตร์ และพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างวัดนี้ ซึ่งหลังจากที่พระครูปิยะคุณาธาร ได้ทำนุบำรุงและพัฒนาวัดเขาขุนพนม จนสามารถสร่างเสนาสนะภายในวัดมากมาย กลายเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรื่อง มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาเที่ยวชมภายในวัดเป็นจำนวนมาก และมีการจัดงานเฉลิมฉลองสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อย่างยิ่งใหญ่ทุกปี โดยในปีล่าสุดกลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อร๊อคเก้อร์ดัง เสก โลโซ แสดงคอนเสิร์ตเสร็จได้ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อแก้บนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  จนกลายเป็นคดีครึกโครมเมื่อไม่นานมานี้ ข่าวคืบหน้าจะรายงานต่อไป.

 

 

ภาพ/ข่าว/ยุทธนะ เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์ ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ยุทธนะ เตมะศิริ