ชาวบ้านสุดทนรวมตัวสนับสนุนโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์หลังรัฐบาลสั่งชะลอการก่อสร้าง-พร้อมรวมพลบุกทำเนียบรัฐบาลเร็ว ๆ นี้

Publish 2019-02-11 09:47:47


จากรณีที่มีกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นกลุ่มประชาชนเครือข่ายปกป้องดินน้ำลมป่าและเครือข่ายด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกว่า10 องค์กร นครศรีธรรมราช จำนวนกว่า 300 คน นำโดยนายวราห์  จันทร์มณี นายเรียง สีแก้ว เป็นแกนนำ เพื่อเรียกร้องคัดค้านโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำวังหีบ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  อ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อ.ทุ่งใหญ่ และคลองผันน้ำบรรเทาอุทกภัย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หรือโครงการบรรเทาอุทกภัยนครศรีธรรมราช ของกรมชลประทาน งบกว่า 9,580พัน ล้านบาท โดยหลังจากการรวมตัวกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมาทั้งหมดได้เดินทางเข้าไปปักหลักประท้วงที่กรุงเทพมหานคร จนทางรัฐบาลได้สั่งการให้ชะลอการก่อสร้างไว้ก่อน และให้จัดตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายประกอบด้วยตัวแทนกรมชลประทาน ตัวแทนภาคประชาชน และตัวแทนนักวิชาการทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อศึกษาแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในภาคใต้ กำหนดระยะเวลา 6 เดือน- 1 ปี  ตามที่เสนอข่าไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

 

 

 

 

 

 

 



                (11 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของประชาชนฝ่ายที่สนับสนุนการก่อสร้างในแต่ละโครงการโดยเฉพาะโครงการในจังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำวังหีบ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  อ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อ.ทุ่งใหญ่ และคลองผันน้ำบรรเทาอุทกภัย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หรือโครงการบรรเทาอุทกภัยนครศรีธรรมราช ของกรมชลประทาน งบกว่า 9,580 พัน ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนนับแสนคน มากกว่ากลุ่มที่ต่อต้านคัดค้าน แต่จับกลุ่มวิพากวิจารณ์และตำหนิรัฐบาลที่สั่งชะลอโครงการทั้ง 3  ทั้ง ๆ  ที่มีการเคลื่อนไหวคัดค้านเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น  ทางกลุ่มผู้สนับสนุนจึงเริ่มออกมาเคลื่อนไหวเตรียมนัดรวมตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้รัฐบาลทบทวนการชะลอโครงการ เนื่องจากมีผู้ได้รับประโยชน์จำนวนมาก  และกว่า 10 ปีที่ผ่านมาได้เกิดภัยแล้วและอุทกภัยรุนแรงซ้ำซากสร้างความสูญเสียและเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างแสนสาหัส โดยในแต่ละปีรัฐบาลต้องใช้งบประมาณปีละหลายพันล้านบาทในการปรับปรุงซ่อมแซมกู้วิกฤติ แต่กลายเป็นว่าแค่คนคัดค้านจำนวนน้อยทางรัฐบาลกลับสั่งชะลอการก่อสร้าง

                ทั้งนี้ในส่วนของการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ที่ 8 ก.พ.2562 ที่ผ่านมาได้มีผู้นำท้องถิ่นพร้อมชาวบ้านจำนวนหลายร้อยคนเดินทางมรรวมตัวกันที่บริเวณหัวงานสถานที่ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ ท้องที่บ้านบ่อปลา ซอยสวนเทียม หมู่  8 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อยื่นหนังสือให้นายนพดล กีรติกรพิสุทธ์ นายอำเภอท่งใหญ่และนายศิริพล รักษนาเวส ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 รับผิดชอบโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ เนื้อที่ 6,847 ไร่เศษ โดยแบ่งพื้นที่ก่อสร้างออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วยพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ. 2484 พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน หรือ สปก. และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ  โดยชาวบ้านเรียกร้องให้เร่งดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย

                นายวิชัย นาคฤทธิ์ กำนัน ต.กรุงหยัน กล่าวว่า ชาวบ้านเดือดร้อนจากคำสั่งของกรมชลประทานที่สั่งการด้วยวาจาให้ชะลอการก่อสร้างโครงการเอาไว้ก่อนอย่างไม่มีกำหนด โดยกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างและสนับสนุนการก่อสร้างได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งดังกล่าว จึงมารวมตังกันเรียกร้องและยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้กรมชลประทานเร่งตรวจสอบและศึกษาผลกระทบโดยเร็ว 2.ให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเดิมต่อไป และ 3 .ตามที่ประชาชานในพื้นนี่ยินยอมมอบที่ดิน ผลอาสินและสิ่งปลูกสร้างให้กรมชลประทานดำเนินการไปแล้วนั้นขอให้กรมชลประทานเร่งจ่ายค่าชดเชยเวนคืนที่ดิน ผลอาสิน สิ่งปลูกสร้างและค่าขนย้ายให้เป็นไปตามกำหนดการปกติโดยไม่ชักช้า

 

 

 

 

 

 

 



นายนพดล กีรติกรพิสุทธ์ นายอำเภอท่งใหญ่ และนายศิริพล รักษนาเวส ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้เดินทางมารับหนังสือร้องเนจากชาวบ้านที่สนับสนุนการก่อสร้างโรงการเพื่อรายงานให้กรมชลปะทานและกรทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลทราบ เพื่อพิจารณาจ่ายเงินชดเชยเวนคืนที่ดิน ผลอาสินและสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งค่าขนส่ง คาดว่าจะสามารถดำเนินการจ่ายค่าเวนคืนให้ประชาชนในพื้นที่ได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยจะแจ้งให้ประชาชนทั้งหมดทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

ในขณะที่นายอุดมพร เพชรบุรี อายุ 60 ปี กล่าวว่าตนยินยอมมอบที่ดินสวนยางพารากว่า 40 ไร่ให้กรมชลประทานใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ตามแนวพระราชดำริ แต่จนถึงบัดนี้ตนยังไม่ได้รับค่าเวนคืนและค่าขนย้าย ส่งผลให้ครอบครัวตนได้รับความเดือดร้อนลำบากอย่างแสนสาหัว เพราะสวนยางพาราก็ทำไม่ได้ ต้องออกวิ่งหางานรับจ้าวทำไปวัน ๆ เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว โดยชาวบานในพื้นที่หลายสิบครอบครัวก็มีความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเหมือนกับครอบครัวของตน เพราะทุกคนมอบที่ดินให้กับกรมชลประทานไปหมดแล้ว ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง และต่างก็รอรับค่าเวนคืน ค่าขนย้ายเพื่อออกไปหาที่ทำกินใหม่  ตามกำหนดการที่ทางกรมชลประทานนัดจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและค่าขนย้ายภายในอาทิตย์หน้านี้ หากถุงวันนัดแล้วยังไม่ได้รับชาว้านททั้งหมดจะรวมตัวกันเดดินทางบุกทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องขอความชวยเหลือในเรื่องนี้ต่อไป.

 

 

 

 

 

 

 


ภาพ/คลิป  ทีมข่าว  อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

ข่าวยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ยุทธนะ เตมะศิริ