ผู้สมัครภูมิใจไทย เขต 2 เมืองคอนโร่แจ้งความโดนมือดีทำลายป้ายหาเสียง-แฉหวังดิสเครดิตหลังกระแสความนิยมพุ่งสูง (คลิป)

Publish 2019-02-21 13:47:42


(21 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช 8 เขตเลือกตั้งเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 2 (อ.ปากพนัง ,หัวไทร และ อ.เชียรใหญ่) ซึ่งมีผู้สมัครมากถึง 42 คนจาก 42 พรรคการเมืองมากกว่าเขตอื่น ๆ ทำให้มีการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครในบางจุดพร้อมกัน ซึ่งมีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยในเรื่องของการใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยหาเสียง แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ลุกลามรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด ในขณะที่มีการักบอลทำลายป้ายโปสเตอร์หาเสียงกันบ้างในบางจุด

 

                  โดย น.ส.รวิสรา ทิศนุ่น ผู้สมัคร เขต 2  พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 13 เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ (20 ก.พ.) ตนได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ต.นภดล สมนึก รอง สว.(สอบสวน)สภ.ปากพนัง  เนื่องจากแผ่นไวนิลป้ายโปสเตอร์หาเสียงของตนถูกกรีดและดึงออกจากกรอบไม้โครงป้ายทั้งแผ่น จนได้รับความเสียหาย ก่อนจะนำไปทิ้งฝั่งตรงข้ามถนน จำนวน 1 ป้าย แหตุเกิดริมถนนในพื้นที่ อ.ปากพนัง ริมถนนสายเลียบชายทะเลหัวไทร-ปากพนัง –แหลมตะลุมพุก หมู่ 5  ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก  อ.ปากพนัง  จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งการกระทำในครั้งนี้น่าจะเป็นการกระทำของคู่แข่งในพื้นที่เพื่อหวังดิสเครดิต น.ส.รวิสรา ทิศนุ่น ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกำลังมีกระแสคะแนนนิยมในพื้นที่ จึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและให้ตำรวจสอบสวนสืบสวนติดตามจับกุมคนรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 




“ตนเป็นคนพื้นที่ อ.ปากพนัง  ปัจจุบันอายุ 33 ปี บิดาเป็นเจ้าของกิจการบริษัทเจริญเกียรติการโยธา เจ้าของโรงแรมซีเครีสอร์ท และกิจการอื่น ๆ มีความเป็นอยู่ที่ไม่เดือดร้อนใด ๆ เลย แต่หลายปีที่ผ่านมาตนได้พบเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมาโดยตลอด โดยเฉพาะภัยพิบัติตามธรรมชาติที่แทบจะไม่มีหน่วยงานใด ๆ ยืนมือเข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ทำได้แค่การแจกถุงยังชีพ ในขณะที่ฝ่ายการเมืองที่ประชาชนไว้วางใจมาตลอด 20-30 ปีก็ไม่เคยสนใจแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับคามเดือดร้อน  ปล่อยให้ประชาชนอยู่กันตามยถากรรม  ตนจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาเอกด้านการบริหารจัดการทางการเมือง เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง (อ.ปากพนัง ,หัวไทรและ อ.เชียรใหญ่)  และตัดสินใจรับสมัครในครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย เพราะมีแนวนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนที่ชัดเจนและทำได้จริง ๆ

 

                ผู้สมัคร เขต 2 พรรคภูมมิใจไทย เบอร์ 13 กล่าวต่อไปอีกว่า ช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาตนได้ทำงานเพื่อส่วนรวม ด้านการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยพิบัติมาโดยตลอด และได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่อราวร้องทุกข์ขึ้นที่โรงงแรมซีเครีสอร์ท เพื่อเรียกร้องให้มีการก่อสร้างแนวคันกันคลื่นตลอดแนวชายฝั่งและทวงคืนโฉนดทะเล เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภัยคลื่นยักษ์พัดถล่มกัดเซาะที่ดินของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 30-40 ปี บ้านเรือนพังเสียหาย ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัย ที่สำคัญที่ดินทำกินถูกคลื่นซัดกัดเซาะกลายเป็นทะเลชาวบ้านเหลือเพียงโฉนดที่ดินแต่ไม่มีพื้นที่จริง หรือที่เรียกว่า “โฉนดทะเล”  ตนและทีมงานรวมทั้งสื่อมวลชนได้ขับเคลื่อนเรียกร้องในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลส่งรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อเห็นสภาพความเป็นอยู่ว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ จึงไดจัดสรรงบประมาณผ่านกรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการก่อสร้างแนวคันกันคลื่นตลอดแนวชายฝั่ง และก่อสร้างแล้วเสร็จไปหลายจุด และอีกบางส่วนกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้

 

 

 

 

 



“ตนลงพื้นที่หาเสียงเน้นการเข้าพบปะแนะนำตัวประชาชนในแต่ละพื้นที่ด้วยตัวเอง  สปอตรถแห่โฆษณาหาเสียงของเป็นเสียงของตน รวมทั้งการเปิดเวทีท้ายรถยนต์กระบะปราศรัยหาเสียงตามตลาดนัด ตลาดเปิดท้าย แหล่งชุมชน ในแต่ละจุดที่ปราศรัยไม่ว่าจะมีคนฟังกี่คนตนก็ตั้งใจปราศรัย  ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนเกินความคาดหมาย  โดยหากตนรับการเลือกตั้งจะเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างจริง โดยจะอยู่ในพื้นที่โดยตลอด ที่สำคัญหากตนติดภารกิจต่างพื้นที่ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถมาร้องขอความช่วยเหลือได้ที่โรงแรมซีเครีสอร์ท ซึ่งจะมีนายสมเกียรติ ทิศนุ่น  หรือ “โกเกียรติ” ประธาน กต.ตร.สภ.ปากพนัง บิดารวมทั้งมารดาและทีมงานของตนอยู่ประจำตลอดเวลาและจะออดกช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชม.เหมือนที่เคยทำมาแล้วในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา”

               ดร.รวิสรา ทิศนุ่น กล่าวอีกว่า ตนไม่โจมตีใคร ไม่ใส่ร้ายป้ายสีใคร ตนเป็นมิตรกับผู้สมัครทุกคน และตั้งหน้าตั้งตาพบปะหาเสียงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด โดยตนมีสโลแกนในการหาเสียงว่า “สานฝันเมืองลุ่มน้ำ สร้างโอกาสเมืองเกษตรกรรม สร้างรายได้เมืองท่องเที่ยววัฒนธรรม เชื่อมโยงผูกพัน ปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร” จึงอยากจะกราบวิงวอนขอร้องบรรดาผู้สมัครผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายได้โปรดหาเสียงกันด้วยบรรยากาศที่ดี มีอัธยาศัยไมตรีต่อกัน มันควรจะหมดยุคการหาเสียงโดยการใช้อำนาจ อิทธิพลข่มขู่ และการทำผิดกฎหมายได้แล้ โดยเชื่อว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญในการเลือกอนาคตของชาวลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งประชาชนในยุคปัจจุบันเขาทราบและแยกแยะได้ว่าจะเลือกใครเป็นตัวแทน.

 

 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
นักการเมืองท้องถิ่น-เมืองปราสาทหินบุรีรัมย์ แท็กทีมร่วม "พปชร." ลั่น ภูมิใจไทย - เพื่อไทย คือคู่แข่ง

-  "ภูมิใจไทย" ชูบันได 5 ขั้น ปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ยันพรรคติดตามเรื่องนี้มานาน    
"อนุทิน-หน.ภูมิใจไทย" ติวเข้มแจกเคล็ดลับลูกพรรค ไหว้ ปชช. อย่างไรให้ได้คะแนน (มีคลิป)

-  การแข่งขันทางการเมืองเริ่มดุเดือด พบทำลายป้ายหาเสียงกรีดที่ปากป้ายผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย เขต 1 จังหวัดสตูล และรื้อถอนตั้งกองพื้น หลายป้าย

ภาพ/คลิป  ไพโรจน์  รัตนรัตน์ แกนนำชมรมคนลุ่มน้ำปากพนัง

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ยุทธนะ เตมะศิริ

ติดตามข่าวอื่นๆ


;