รุ่นน้องอาสาฯ ออกฉะหลัง น้าป้อม กู้ภัยนั่งเฝ้าศพ ถูกสั่งเด้งฟ้าผ่า ลั่นคนดีๆกลับต้องมารับกรรมแทน

รุ่นน้องอาสาฯ ออกฉะหลัง "น้าป้อม" กู้ภัยนั่งเฝ้าศพ ถูกสั่งเด้งฟ้าผ่า ลั่นคนดีๆกลับต้องมารับกรรมแทน

Publish 2019-03-02 21:39:29


จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.พ. เพจเฟซบุ๊ก Nakarin Juanchaiyaphum ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ที่มีกู้ภัยคนหนึ่งนั่งเฝ้าศพอยู่ริมน้ำ โดยระบุว่า ท้องฟ้า เริ่มส่องแสง ไร้วี่แววเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่างผู้เสียชีวิต นอนรออย่าง ไร้จุดหมาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนั่งเฝ้า เป็นเพื่อน จนรุ่งเช้า #แจ้งสำนักข่าวไทยช่วยที เกิดเหตุ ตั้งแต่ 00.30 จน ตอนนี้ 06.18 ยังไม่มี จนท.ตร มายืนยัน #เขตความรับผิดชอบเลย #ขอคนล่ะหนึ่งแชร์เป็นกำลังใจให้พี่ๆกู้ภัยทุกท่าน

 

โพสต์เจ้าหน้าที่กู้ภัยเฝ้าศพ

 



อ่านข่าวก่อนหน้า : มูลนิธิร่วมกตัญญู สั่งเด้ง "น้าป้อม" กู้ภัยนั่งเฝ้าศพยันเช้า เซ่นไม่ยอมแก้ข่าว

 

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่ ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีชายกระโดดจากกลางสะพานพระราม 7 ลงแม่น้ำเจ้าพระยาจมหายไป จึงมีการระดมนักประดาน้ำช่วยกันค้นหาศพ กระทั่งพบเจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้นำศพขึ้นจากน้ำมาไว้บนท่าเรือพระราม 7 ฝั่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย จากนั้นจึงได้มีการประสานกับทางตำรวจ แต่ไม่มีร้อยเวรมาตรวจสอบดู จึงต้องนั่งเฝ้าศพดังกล่าว

 

น้าป้อมเฝ้าศพ

 

กระทั่ง พ.ต.อ. แดนไทย กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ สภ.บางกรวย ที่เข้าไปตรวจสอบตอนแรก พบว่าทางนครบาลได้รับเรื่องไป แต่ตอนเช้ากลับแย้งมาว่าจุดเกิดเหตุเป็นเขต สภ.บางกรวย ทางตนจึงต้องรีบสั่งการให้ร้อยเวรออกไปสอบปากคำพยาน ชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการเกี่ยงรับคดีดังที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

 

ศพริมน้ำ

 

ต่อมาเมื่อเวลา 19.43 น. วันที่ 2 มี.ค. 62 ทางเพจเฟซบุ๊ก "รถตระเวนข่าว V.2" ได้รายงานว่า มูลนิธิร่วมกตัญญู มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน นายนพดล สีทองคำ หรือ นคร71 อาสากู้ภัยประจำจุด จ.นนทบุรี ผู้เคยเป็นข่าวนั่งเฝ้าศพผู้เสียชีวิตกระโดดสะพานพระราม 7 ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง นายนพดล นั่งอยู่เป็นเพื่อนศพเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ ตี3 ยัน7 โมงเช้า เนื่องจากต้องรอให้ตำรวจสรุปท้องที่รับผิดชอบให้ชัดเจนว่า 4 โรงพักในจุดเกิดเหตุ สน.หรือ สภ.ใดมีอำนาจสอบสวน

 

น้าป้ท กู้ภัยนั่งเฝ้าศพยันเข้า

 



กระทั่ง มูลนิธิฯ ได้มีหนังสือออกคำสั่ง ให้อาสากู้ภัยรายนี้ยุติหน้าที่ภาคสนาม ให้มาปฏิบัติหน้าที่ส่วนกลางชั่วคราว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อต้องการตรวจสอบว่า แท้จริงแล้วเหตุการณ์นี้เกิดจากการประสานงานที่ผิดพลาดระหว่างอาสากับเจ้าหน้าที่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม มีการส่งกำลังใจให้อาสาสมัครรายนี้จำนวนมาก เพราะส่วนใหญ่มองว่า อาสากู้ภัย ทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชม พร้อมเสนอแนะว่า หากอาสากู้ภัยรายนี้ถูกตั้งกรรมการสอบสวน ควรจะต้องตรวจสอบการทำงานของตำรวจด้วยเช่นกัน ว่า ทำไมถึงสรุปท้องที่เกิดเหตุโดยใช้เวลานานหลายชั่วโมง

 

คำสั่งย้าย

 

ล่าสุดทางผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นน้องอาสาฯ ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระบุว่า....เนื่องด้วยจากเหตุการที่ผ่านมาล่าสุดที่ทุกๆคนได้อ่านได้เห็นกันนั้นเกี่ยวกับเรื่องราวของการแบ่งเขตการรับผิดชอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นในกรณีล่าสุดที่ได้เห็นกันก็คือ กรณี "กู้ภัย นั่งเฝ้าศพ" รอเจ้าหน้าที่ตำรวจนานถึง 6 ชั่วโมงนั้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 บริเวณสะพานพระราม 7 จังหวัด นนทบุรี ซึ่งก็ได้มีผู้เกี่ยวข้องได้ออกมาชี้แจงต่างๆนาๆว่าทำไมถึงมาช้าเพราะอะไร แต่ถึงกระนั้นนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหิดเหตุการแบบนี้ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเคสคล้ายๆกัน ที่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจกันเป็นวันๆ กว่าจะได้ขอสรุปถึงจะมาที่เกิดเหตุ ซึ่งชาวบ้านระแวกใกล้เคียงพูดเหมือนๆกันว่าเป็นแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ไม่ได้มีสื่อโจมตีแบบครั้งนี้ ซึ่งหลังจากเคลียเรื่องกันเป็นที่เรียบร้อยก็อย่างที่ทุกๆท่านได้เห็น เพราะสื่อมากมายต่างตีพิมพ์กันเต็มที่ว่าสรุปแล้ว"ตรงนี้คือพื้นที่รับผิดชอบขอบใคร" แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติม จนวันนี้ทางเราได้รับข้อมูลว่า " นคร 71 " หรือน้าป้อมที่ทุกๆคนรู้จักนั้น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่อยู่รอตำรวจจนถึงเช้า ในวันที่เกิดเหตุนั้น ได้ถูกมูลนิธิร่วมกตัญญูตั้งคณะกรรมการสอบสวน 

 


[เนื่องด้วยว่า] "จากกรณีที่ นคร 71 ให้ข่าวในทำนองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุล่าช้าทำให้ต้องรอเจ้าหน้าที่ถึงเช้า และมีการเผยแพร่ข่าวกระจายออกไปทางสื่อโซเชี่ยลเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน ซึ่ง นคร 71 มิได้มีการแก้ไขข่าวสารที่ออกมาแต่อย่างใด ทำให้มูลนิธิฯ ได้รับผลกระทบในทางลบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมูลนิธิฯได้ปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ด้วยดีมาตลอดจนได้รับความไว้วางใจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มูลนิธิร่วมกตัญญูสามารถปฎิบัติงานเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการเก็บและรักษาสภาพศพได้มาเป็นเวลาหลายสิบปี จึงมีคำสั่งให้สอบสวน นคร 71 และในระหว่างรอผลสรุปการสอบสวนให้ นคร 71 มาปฎิบัติหน้าที่สำนักงานใหญ่บางพลี ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีผลสรุปจากคณะกรรมการสอบสวน"

 

 

ซึ่งจากข้อมูลขั้นต้นทำให้เห็นได้ว่ามีการสอบสวนเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ทาง นคร71 นั้นก็ได้ทำงานตามกระบวนการทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องแต่เนื่องจากมีเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาช้าทำให้เกิดภาพลบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจริงๆแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ควรรับผิดชอบกับความผิดของตัวเองที่ไม่มาดำเนินการแต่กลับตรงกันข้าม กลายเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำถูกต้องทุกอย่างต้องนั่งรอเวลาและยังต้องมาถูกสอบสวนแบบนี้มันทำให้เรามองว่าสรุปแล้วกรณีแบบนี้ความผิดอยู่กับใครกัน ใครครับที่ผิด ใครครับที่ต้องรับผิดชอบ และใครครับที่ควรจะขอโทษ มุมมองมุมต่างผมเขียนบทความด้วยมุมมองของผม ผมไม่อาจทนกับเหตุการแบบนี้ผมว่าไม่ใช่ความยุติธรรมครับ หรือสำหรับเจ้าหน้าที่แล้วเขียนคำว่า ยุ-ติ-ทำ แบบนี้ครับที่ความหมายคือ ให้มันจบลง ผมอยากให้ทุกคนช่วยกันนะคับ เราควรให้ความยุติธรรมกับ นคร71 ด้วยครับ แล้วที่สำคัญในส่วนของพื้นที่ทับซ้อนผมมองว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะดำเนินการแบ่งกันให้มันชัดเจนนะครับเวลาเกิดเหตุการแบบนี้อีกจะได้ไม่ต้องมีคนมานั่งรับกรรมแบบนี่อีกครับ / ขอบคุณครับ 

 

 

ข้อมูล : รถตระเวนข่าว V.2

ขอบคุณภาพ : อาสาพระนคร / Nakarin Juanchaiyaphum

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วีรวิชญ์ ชมภูทรัพย์ศิริ