แม่เด็กนักเรียน ม.4 ร่ำไห้ เห็นสภาพศพลูกสาว วัย 16 ถูกรถกระบะทับร่างจนเสียชีวิตคาถนน

Publish 2019-03-13 14:42:15

 3 นักเรียน ม.4 รร.. รถกระบะวิ่งตามหลังทับซ้ำเสียชีวิตคาถนน 1 ส่วนอีก 2 บาดเจ็บ  แม่เด็กนักเรียนเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย หลังทราบข่าวเดินทางมาดูถึงเข่าอ่อนร่ำไห้แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสภาพศพลูกสาว วัย 16 ถูกรถกระบะทับร่างจนเสียชีวิตคาถนนเป็นเด็กนักเรียนเรียนดีของ รร.ประจำ ที่โรงเรียน จัดเกรดเป็นห้องเพชร ก่อนเคราะห์ร้ายขี่รถ จยย.ซ้อน 3 กับเพื่อนเพื่อจะไปส่งงานค้างอาจารย์ที่โรงเรียนก่อนขึ้นชั้น  ระหว่างทางเจอผู้สูงอายุขับรถจะไปหาหมอที่ รพ.เบรกรถเปลี่ยนช่องเลนถนน รถ จยย.จึงพุ่งชนท้ายรถยนต์กระบะจนล้มคว่ำ ทำให้รถกระบะอีกคันที่วิ่งตามหลังมาทับร่างอย่างจัง แม่ค้าขายของริมถนน ที่เห็นเหตุการณ์ตอนรถชนเผย นาทีมัจจุราชเอาชีวิต เพื่อน 2 คนที่รอดตายหวุดหวิด กระเด็นเข้าเกาะกลางถนน ส่วนเด็กหญิงที่ตายพยายามชันตัวลุกขึ้น รถยนต์กระบะสีขาวที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงทำเวลาไปทำนิติกรรมที่ที่ดินจังหวัด พุ่งชนทับร่างจนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาแม่ค้าและเพื่อนนักเรียนอีก 2 คน   หลังเกิดโชเฟอร์รถคันแรกบอกอยู่ๆ รถก็วิ่งมาชนท้ายขณะเปลียนช่องทาง ส่วนอีก1 โชเฟอร์รถคันที่ทับร่างเด็กหญิง บอกเห็นตอนรถเด็กนักเรียนชนท้าย แต่เบรกรถไม่ทันจึงพุ่งชน ตำรวจเชิญตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย 

 

เวลา 08.15 น.ของวันที่ 13 มี.ค.62 ร.ต.ท.วิศรุต พจน์มนต์ปิติ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุบนถนนแสงชูโต หน้าแขวงทางหลวงกาญจนบุรี หมู่ 5 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง    หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ ที่เกิดเหตุพบว่า การจราจรฝั่งขาเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี เกิดติดขัดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอุบัติเหตุครั้งนี้ต้องปิดกั้นช่องทางจราจรไป1 ช่องทาง


  

 


แม่ร่ำให้

  จากการตรวจสอบในบริเวณที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีแดงคาดดำ หมายเลขทะเบียน 1กฐ.-7050 กาญจนบุรี ล้มคว่ำชิดเกาะกลางถนนในสภาพด้านหน้าตัวรถมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนจนอุปกรณ์ส่วนควบรถแตกหักพังเสียหาย   ห่างจากจุดที่รถ จยย.ล้มคว่ำไปประมาณ 10 เมตรพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงนอนคว่ำหน้าเลือดไหลนองพื้นอยู่ในชุดพละของ รร.ชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.กาญจนบุรี  ห่างจากศพไปประมาณ 3 เมตรพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุดีแมคสีบรอนท์เงิน หมายเลขทะเบียน กฉ.-7056 กาญจนบุรี จอยอยู่ในสภาพกระบะหลังด้านขวามีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนจนไฟเลี้ยวแตกยุบ  ห่างไปอีกประมาณ 50 เมตรที่บริเวณริมถนนด้านซ้ายพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุรุ่นเก่า 4 ประตูสีขาว หมายเลขทะเบียน บร.-4966 กาญจนบุรี จอดอยู่  เบื้องต้นทราบชื่อผู้ตายชื่อ นส.พร(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/6 ของ รร.ชื่อดังแห่งหนึ่งในเขต อ.เมืองกาญจนบุรี ห้อง 4/6 ซึ่งเป็นห้องที่ทาง รร.จัดเกรดเป็นเพชร เป็นห้องเรียนที่มีนักเรียนเรียนเก่งของ รร.อุบัติเหตุครั้งนี้ยังส่งผลทำให้มีนักเรียนหญิงอีก 2 คนซึ่งเป็นเพื่อนผู้ตายได้รับบาดเจ็บ ขณะเกิดเหตุ หน่วยกู้ชีพของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ได้นำ 2 นักเรียนที่ประสบเหตุส่ง รพ.ฯ แพทย์ได้ทำการรักษาพยาบาลจนอาการพ้นขีดอันตราย


  

 

สารภาพ

 และจากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุรวมทั้งจากคำบอกเล่าของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายของอยู่ริมถนนหน้าที่เกิดเหตุเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนักเรียนหญิงทั้ง 3 คนขี่รถ จยย.ซ้อนท้านกันมาตามถนนสายดังกล่าว  เพื่อนำผลงานในวิชาที่ยังค้างไปส่งอาจารย์ โดยขับขี่ตามรถยนต์กระบะดีอีซูซุดีแมคสีบรอนท์เงินมา อยู่รถคันดังกล่าวก็วิ่งชะลอความเร็ว เพื่อเปลี่ยนช่องทางจากเลนกลาง จึงทำให้รถของนักเรียนหญิงที่วิ่งมาเกิดเบรกไม่ทัน รถเลยพุ่งชนท้ายจนรถเสียหลักล้มลงกลางถนน   ทำให้เด็กนักเรียนหญิงเพื่อนผู้ตาย 2 คนกระเด็นไปใกล้เกาะกลาง ส่วน นส.เอ(นามสมมุติ) ผู้ตายซึ่งล้มคว่ำอยู่ที่รถ จยย.กำลังจะพยุงตัวลุกขึ้น เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น รถยนต์กระบะอีซูซุสีขาว 4 ประตูซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงได้พุ่งเข้าชนและทับร่าของ นส.เอ(นามสมมุติ) อย่างจังทำให้ล้อรถทับศีรษะและลำตัวแบบเบรกไม่ทัน ส่งผลทำให้ นส.เอ(นามสมมุติ)เสียชีวิตทันทีท่ามกลางสายตาของเพื่อนนักเรียนอีก 2 คนที่เห็นเหตุการณ์และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ร้องตะโกนหวีดร้องเสียงหลงที่เห็นเหตุการณ์


     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุคณะครูอาจารย์ของ รร.ดังกล่าวที่ทราบเรื่องจึงเดินทางมาดูเหตุการณ์พร้อมทั้งโทรศัพท์ประสานพ่อและแม่ของ นส.เอ(นามสมมุติ)ให้มาดูและยืนยันว่าใช่บุตรสาวของตัวเองหรือไม่     เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ได้ทำการเปิดผ้าคลุมศพให้แม่ของ นส.เอ(นามสมมุติ) ดู เมื่อเห็นสภาพศพ แม่ของ นส.เอ(นามสมติ) เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ถึงกับเข่าอ่อนส่งเสียงร้องไห้ครำครวญเมื่อเห็นสภาพศพของลูกสาวอันเป็นสุดที่รักที่ต้องจากไปในสภาพดังกล่าว เจ้าหน้าทีมูลนิธิฯ พร้อมด้วยอาจารย์ของ รร. ต้องรียเข้าพยุงร่าง และพูดปลอบโยนและนำตัวเข้าไปนั่งพักที่ริมเกาะกลางถนน ซึ่งเป็นภาพที่น่าสลดหดหู่ยิ่งนักสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ต้องสูญเสียบุตรหลาน จนบางคนต้องเมินหน้าหนี และกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านนายสุชน(สงวนนามสกุล) อายุ 86 ปี คนขับรถยนต์กระบะที่เด็กนักเรียนหญิงขี่รถชนท้าย กล่าวว่า" ขณะที่ตนกำลังขับรถเพื่อมุ่งไปหาหมอที่ รพ.ฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้ขับรถจากช่องทางเลนกลางเพื่อเข้าเลนซ้าย อยู่ๆ รถ จยย.ก็วิ่งมาชนท้ายรถจนรถล้ม    ส่วนนายชาตรี(สงวนนามสกุล อายุ 56 ปี คนขับรถชนและทับร่างของ นส.เอ(นามสมมุติ)ผู้ตาย เล่าว่า"ขณะขับรถออกจากบ้านที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพือมาทำธุระที่สำนักงานที่ดินจังหวัดฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยอมรับเบรกรถไม่ทันจริง เหตุการณ์มันกะชั้นชิดเกิดขึ้นเร็วมาก จนไม่สามารถเบรกรถทัน"


     หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายชาตรี และนายสุชน ไปสอบสวนปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้เพื่อดำเนินการตามกฎกมาย ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้เป็นหน้าที่ของมูลนิธิฯ นำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ฯ เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับศพไปดำเนินการตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

 

 

ข่าว-ภาพ/วันชัย แก้ววิลัย สนั่น ศิลปะขจร ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กาญจนบุรี

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายวันชัย แก้ววิลัย