ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง แต๋ม คดีฆ่าโหด น้องเพลง ฮึดสู้คดีนาน 4 ปี

Publish 2019-03-20 13:49:35

วันที่ 20 มีนาคม 2562 เวลา 09.00 น.นางพนมวรรณ – นายสุวัฒน์ รำนา แม่และพ่อ ด.ญ.เกตุมาตุ รำนา (น้องเพลง) อายุ 11 ปี พร้อมนางกนกวรรณ โออินทร์ นางอรทัย โคกเขา นายสายัณห์ หมื่นบาล (พี่สาวและพี่ชาย) นายประถมพงษ์ หรือแต๋ม หมื่นบาล ผู้ต้องหาคดีฆ่า ด.ญ.เกตุมาตุ รำนา อายุ 11 ปี เดินทางมาศาลจังหวัดตรัง เพื่อรับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีนายประถมพงษ์ หรือแต๋ม หมื่นบาล ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ โดยมีพนักงานอัยการจังหวัดตรัง เป็นโจทก์


 


ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง แต๋ม คดีฆ่าโหด น้องเพลง ฮึดสู้คดีนาน 4 ปี

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก นายประถมพงษ์ หรือแต๋ม หมื่นบาล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง จับกุมในข้อหาฆ่า ด.ญ.เกตุมาตุ (หรือน้องเพลง) พบศพภายในท่อคอนกรีตระบายน้ำริมถนนทางเข้าวัดพระงาม ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ. และตั้งข้อกล่าวหา ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ เป็นการกระทำความผิดหลายกรรม ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า นายประถมพงษ์ หรือแต๋ม กระทำความผิดจริง และพิพากษาประหารชีวิต ต่อมา นายประถมพงษ์ หรือแต๋ม ต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต


 


วันเดียวกัน ที่ศาลจังหวัดตรัง ได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกายกฟ้องนายประถมพงษ์หรือแต๋ม ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ
                           หลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง นายประถมพงษ์ หรือ แต๋ม นางนางพนมวรรณ – นายสุวัฒน์ รำนา กล่าวว่า ตนเคารพคำพิพากษาของศาล และก็พอใจไม่ขอแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด
                           ด้านนายวิมล วงศ์สว่างศิริ อายุ 70ปี ทนายความฝ่ายนายประถมพงษ์ หรือ แต๋ม กล่าวว่า คดีนี้ตนทำมาตั้งแต่ต้น โดยมีทนายร่วมประกอบด้วย นายวิฑูยร์ องอาจ นายปัญญา อ่วมอ่อน ต่อสู้ไปตามข้อเท็จจริง เพราะว่าตามที่เราสืบทราบดูแล้วเขาไม่ได้กระทำผิด และข้อเท็จจริงพยานหลักฐานหรือคดีก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้นมาในคดีนี้ เมื่อพิจารณาดูรายละเอียดตามที่ศาลได้พิจารณาแล้วปรากฏว่า 1.ฝ่ายโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นในที่เกิดเหตุ 2.พยานเชิงนิติเวชก็ปรากฏว่าไม่มีดีเอ็นเอของฝ่ายจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้อง และศาลได้ให้เหตุผลสองอย่างนี้เลยยกฟ้อง ซึ่งใช้ความพยายามทั้งหมด 4 ปี จนศาลยกฟ้อง
                           นายสายันห์ กล่าวว่า อยากให้ตำรวจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่าเที่ยวบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้เราต้องเสียหายชื่อเสียงพ่อแม่พี่น้องสังคมประณามเรามามาก ทำให้เราไปไหนไม่ได้เลย ลูกเมียต้องลำบากต้องเดือดร้อน ลูกสองคนต้องออกจากโรงเรียน
                           นายประถมพงษ์ กล่าวว่า จรรยาบรรณของแต่ละหน่วยงานอยู่ตรงไหนคือต้องการคดีให้จบแต่ว่าเราไม่รู้เรื่องอะไร มันไม่ใช่ เมื่อเขาเข้าไปตรวจค้นตนเองก็ให้ตรวจค้นอย่างดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากให้เขารู้ว่าเราไม่ได้ทำ และตนก็ทำงานเลี้ยงลูก ส่งลูกเรียนหนังสือ แต่ตอนที่ตนเองติดคุกทำให้ลูกต้องออกจากโรงเรียน และตนเองเคยแสดงความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่ตอนแรกว่าตนเองไม่ได้ทำไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไร เขาต้องการปิดคดีให้ได้ ถึงคดีเหมือนใช้อำนาจตนคิดสำหรับตัวผมว่าความยุติธรรมไม่มีตั้งแต่ตอนแรก แต่ยังดีที่ศาลยังเห็นความยุติธรรม เมื่อประสบกับตัวเองเราถึงจะรู้

 

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นางสุนิภา หนองตรุด