วิกฤติหมอกควันหนัก เชียงใหม่สายการบินหลายเที่ยวลงต้องยกเลิก

Publish 2019-03-23 15:21:01


วันที่ 23 มีนาคม 2562 เช้าวันนี้ประชาชนชาวเชียงใหม่ตื่นมาก็ต้องตกใจกับสภาพอากาศที่เหมือนกับการเกิดไฟไหม้เมืองเชียงใหม่ทั้งเมือง เนื่องจากเช้านี้มีกลุ่มควันไฟหนาแน่นที่ถือว่าหนักที่สุดในรอบปีนี้แล้ว ตามท้องถนน และตัวเมืองปกคลุมไปด้วยควันสีขาวโพลนจนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงอย่างมาก ซึ่งหมอกควันขาวมากับกลุ่มไหม้ที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง จากข้อมูลของ เว็บไซด์ www.airvisual.com ซึ่งเป็นเว็บไซด์วัดคุณภาพอากาศของทั่วโลก พบว่าจากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศหรือค่า US AQI จากหัวเมืองใหญ่จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกพบว่าค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ ที่วานนี้ลงไปอยู่อันดับ 10 ของโลกเช้านี้ เมื่อเวลา 9 นาฬิกา ค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่พุ่งทะยานให้สู่อันดับ 1 ของโลกเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน


เชียงใหม่เข้าสู่ช่วงวิกฤติหมอกควันหลายเที่ยวบินลงต้องยกเลิก และคุณภาพอากาศหนักที่สุดทุบสถิติของปี

ขณะที่ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าเช้านี้เมื่อเวลา 9 นาฬิกาค่ามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีอนุภาคต่ำกว่า 2.5 ไมครอน หรือค่า PM2.5 เกือบทุกจุดเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัวและ เกินค่ามาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และถือว่าทุปสถิติสูงสุดของปีนี้ด้วย ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ช้างเผือก อ.เมือง วัดได้ 168 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง วัดได้ 142 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร



จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชน งดการออกกำลังกาย ในที่โล่งแจ้ง สำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้มีภาวะเสี่ยงในโรคทางเดินหายใจ ขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน กรณีจำเป็น ควรหาหน้ากากอนามัย ชนิด N95 หรือ ใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำหมาดๆ ปิดจมูกป้องกันฝุ่นด้วยมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหา จังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศอย่างต่อเนื่อง และมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดหาหน้ากากอนามัยแจกจ่ายให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงแล้ว นอกจากนั้น ยังได้กำชับให้หน่วยยุทธการสยบไฟป่าฯ ออกลาดตะเวน กดดัน เพื่อป้องกันการเผาทุกชนิดอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่ด้วยแล้ว

ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่ 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน