ทิพยอำนาจจากภูมิธรรมของพระบาทสมเด็จภูมิพลอดุลยเดชที่มีจึงสามารถทำให้รู้เรื่องราวในอนาคตที่จะเกิดขึ้น!!!

Publish 2017-02-16 17:37:56

ทิพยอำนาจจากภูมิธรรมของพระบาทสมเด็จภูมิพลอดุลยเดชที่มีจึงสามารถทำให้รู้เรื่องราวในอนาคตที่จะเกิดขึ้น!!!

ความจริงซึ่งเคยบังเกิดขึ้นแล้ว และเพื่อให้พสกนิกรทั้งหลายจะได้รู้ได้ทราบว่า พระประมุขของเรานั้น ใช่ว่าจะมีแค่เรื่องพระบรมเดชานุภาพ เฉพาะแต่ทางโลกก็หาไม่ แต่ในทางธรรมก็ทรงบรรลุภูมิธรรมอันสูงยิ่ง จนกระทั่งมักมีผู้กล่าวว่าภูมิธรรมในพระบาทสมเด็จภูมิพลอดุลยเดช นั้นมิได้ย่อหย่อนไปกว่าพระเจ้าพิมพิสารในครั้งพุทธกาลและมิได้น้อยไปกว่าพระเจ้าอโศกมหาราชในยุคหลังพุทธกาล 300 ปี นั้นเลย กล่าวได้ว่า พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์นั้นก็ไม่เคยแสดงทิพยอำนาจในพระองค์ ให้ปรากฏเหมือนกับพระบาทสมเด็จภูมิพลอดุลยเดช ของปวงชนชาวไทยเรานี้เลยแม้แต่สักครั้งเดียว

และเพื่อพสกนิกรซึ่งมีความจงรักภักดีได้ความรับรู้ในภูมิธรรมอันสูงยิ่ง ของพระบาทสมเด็จภูมิพลอดุลยเดชในเรื่องนี้  จึงขอกล่าวถึงบุคคลที่เคยประสพมาได้ชี้แจงดังนี้



ครูเอื้อ สุนทรสนาน หรือสุนทราภรณ์  ผู้มีสมญาว่านักร้องชั้นบรมครูผู้อมตะ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นพิเศษคนหนึ่งในวงการศิลปินไทย เพราะทรงโปรดให้เข้าร่วมวง อส. ซึ่งเป็นวงดนตรีส่วนพระองค์ และเมื่อครั้งที่ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงพระราชนิพนธ์ ก็ทรงพระราชทานให้กับวงสุนทราภรณ์นำไปแสดง อีกทั้งเมื่อครั้งที่เสด็จนิวัติกลับพระนครหลังจากได้สำเร็จเสร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และครูแก้ว อัจฉริยะกุล ก็ได้ร่วมกันรังสรรค์บทเพลงเพื่อถวายการต้อนรับคือเพลง “ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น” อันเป็นอมตะ และ พระบาทสมเด็จภูมิพลอดุลยเดช เองทรงถึงกับพระราชนิพนธ์เพลงไตเติ้ลให้กับวงดนตรีสุนทราภรณ์ ชื่อว่าเพลง “พระมหามงคล” และพระราชทานธง ภปร. สำหรับวงด้วย และในเดือนธันวาคมปีก่อนที่ครูเอื้อ สุนทรสนาน จะถึงแก่กรรม ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน ขึ้นไปร้องเพลงถวายที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ในบทเพลง “พรานทะเล” ซึ่งขณะนั้นครูเอื้อ สุนทรสนาน ป่วยหนักด้วยโรคมะเร็ง ได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลไปร้องเพลงถวาย แต่ร้องได้เพียงครึ่งเพลงก็ต้องทรุดลง ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพฯ เข้าไปประคองครูเอื้อ สุนทรสนาน เข้ามานั่งใกล้พระเก้าอี้ แล้วรับสั่งถามอาการ ครู่หนึ่งเหมือนกับจะทรงรู้ว่าครูเอื้อ สุนทรสนาน ป่วยคราวนี้คงตายแน่จึงมิได้ตรัสประการใดเหมือนกับที่เคยตรัสกับพลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นแต่ทรงถอดสร้อยซึ่งห้อยพระสมเด็จจิตรลดาออกจากพระศอคล้องคอครูเอื้อ สุนทรสนาน พร้อมกับตบศีรษะด้วยพระเมตตาแล้วทรงตรัสว่า “ให้เร่งรักษานะ”

ครูเอื้อ สุนทรสนาน กลับจากงานครั้งนั้นก็รู้ตัวว่าถึงเวลาใกล้จะตายแล้ว จึงได้ทำเพลงสุดท้ายสั่งลาแฟนเพลง ชื่อว่า เพลง ”พระเจ้าทั้งห้า” ซึ่งสรรเสริญและรำลึกพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ พร้อมกับฝากบทเพลงสุนทราภรณ์ไว้อยู่คู่ฟ้าเมืองไทย


และนี่ก็เป็นวิชชาอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนาเพราะแสดงให้เห็นถึง “อนาคตังสญาณ” ((ญาณในการสามารถรู้เรื่องในอนาคต) ที่มีอยู่ในพระองค์ ทั้งนี้ยังไม่ต้องพูดถึงการที่เสด็จไปแห่งหนตำบลใด ถ้าหากฝนแล้งก็จะบังเกิดฝนตก หรือถ้าฝนตกหนักก็บังเกิดฝนหยุด อันเป็นพระบารมีที่มีแต่ภูมิธรรมอันสูง และถือเป็นทิพยอำนาจในพระองค์ ที่คนไทยทั้งประเทศได้รู้ได้เห็นกันตลอดมาแล้ว และด้วยภูมิธรรมระดับนี้ย่อมเชื่อและหวังได้ว่า องค์พระประมุขของเรานั้นทรงสามารถเจริญอิทธิบาทสี่ บรรลุถึงมรรคและผลแห่งวิหารธรรมข้อนี้ในระดับที่สูง ก่อเป็นทิพยอำนาจในพระองค์ สมแก่ฐานะขององค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ซึ่งพสกนิกรทั้งประเทศสามารถกราบไหว้ และได้อานิสงส์อย่างเดียวกันกับการกราบไหว้พระอริยบุคคล

      ขออำนาจสัตยาธิษฐาน ความมีอยู่จริง ความมีผลจริง ในวิชชาและวิมุติในพระพุทธศาสนาและคุณพระศรีรัตนตรัย ตลอดจนอำนาจแห่งพระปริตรได้น้อมนำส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ที่มา : ทิพยอำนาจในพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย สิริอัญญา

         http://www.dharma-gateway.com/ubasok/special-04.htm

ข่าวโดย :  กิตติ ทีนิวส์  / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กิตติ จิตรพรหม