ประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้อีกแล้ว!! ... กับการพบกันเป็นครั้งสุดท้ายในร่างสมมุติของ "หลวงตามหาบัว" และ "หลวงปู่เจี๊ยะ"!!

Publish 2017-02-18 17:16:53

ในบั้นปลายชีวิตของ "หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท" นั้น ท่านมีร่างกายที่งอมระงมด้วยอาการอาพาธ จวบจนเมื่อใกล้ถึงระยะสุดท้ายที่ท่านจะลาสังขารนี้ไป ในวันที่ท่านจะเข้าโรงพยาบาลศิริราชเป็นครั้งสุดท้ายนั้น "หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน" ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการป่วยของท่านที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม

หลวงตามหาบัวเดินทางไปยังกุฏิที่หลวงปู่เจี๊ยะพักอาการอาพาธอยู่ เมื่อพบกันแล้วก็ได้ทักทาย พร้อมกับลูบที่มือแล้วกล่าวว่า

"หลวงตาบัวมาเยี่ยม ... เราไม่พูดอะไรมากละ เพราะจะเป็นการรบกวนท่าน"

จากนั้นหลวงตามหาบัวได้นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงและเทศนาธรรมให้ประชาชนญาติโยมที่ติดตามมาเป็นจำนวนมากฟังในหัวข้อเรื่อง "พระอรหันต์ละสังขาร" ประหนึ่งจะเป็นเครื่องหมายเตือนสานุศิษย์ให้ได้ทราบล่วงหน้าว่า คราวนี้เป็นคราวสุดท้ายของหลวงปู่เจี๊ยะแล้ว สังขารที่แบกหามมานานถึงกาลที่จะต้องทิ้งกันไปแล้ว

เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนที่หลวงตามหาบัวจะมา หลวงปู่เจี๊ยะมีอาการไอไม่หยุด แต่เมื่อหลวงตามหาบัวมาถึงเท่านั้นแหละ อาการไอที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงนั้นก็กลายเป็นประหนึ่งว่าไม่เคยไอเลย หลวงปู่เจี๊ยะนอนนิ่ง แสดงคารวธรรมที่หลวงตามหาบัวมาเยี่ยม อันเป็นกิริยาที่แสดงถึงความเคารพอย่างยิ่ง แม้ในขณะที่ป่วย หลวงตามหาบัวจะเทศน์นานเท่าใด ท่านก็ไม่ไอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ธรรมเทศนาที่หลวงตามหาบัวแสดงนั้นมีเรื่องพระสารีบุตรปรินิพพาน และสรุปด้วยเรื่องพระอรหันต์ละสังขาร ใจความโดยย่อว่า

"พระอรหันต์ท่านหมดกิเลสทุกอย่างแล้ว...ก็มีแต่ความรับผิดชอบในธาตุขันธ์ ไม่ได้เป็นในหัวใจของท่านผู้สิ้นกิเลสแล้ว เรียกว่า ท่านรับผิดชอบตั้งแต่ท่านบรรลุธรรม ตรัสรู้ธรรมแล้ว จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของลมหายใจขาด ท่านก็ปล่อยเลย

พระอรหันต์กับธาตุขันธ์มีความรับผิดชอบเสมอกันกับโลกทั่วๆ ไป เป็นแต่เพียงท่านไม่ยึด เช่น เดินไปกำลังจะเหยียบรากไม้ แต่คิดว่านั่นเป็นงู ท่านก็ต้องมีการกระโดดข้ามหรือหลบเป็นธรรมดา หรือท่านจะลื่นหกล้ม ท่านก็พยายามช่วยตัวเองไม่ให้ล้ม ต่างกันกับคนทั่วไปตรงที่ว่า คนทั่วไปจิตใจร้อนวูบๆ เพราะอุปาทานยึดมั่น ส่วนจิตพระอรหันต์ท่านเพียงแต่แย็บเท่านั้น ... ต่างกันตรงนั้น"

เมื่อหลวงตามหาบัวเทศนาธรรมจบ ท่านจึงลุกขึ้นมองหลวงปู่เจี๊ยะอย่างเพ่งพินิจสุขุม แล้วกล่าวคำบอกลาว่า

"ผมกลับก่อนนะ..."

คำคำนี้เป็นคำสั่งลากันครั้งสุดท้ายของพระมหาเถระทั้งสอง

 

หลวงตามหาบัวเยี่ยมอาการอาพาธของหลวงปู่เจี๊ยะ



หลังจากหลวงตามหาบัวกลับไปประมาณสองชั่วโมง อาการอาพาธของหลวงปู่เจี๊ยะก็กำเริบทรุดหนัก มีไข้สูง หอบเหนื่อย พระอุปัฏฐากจึงได้ติดต่อพระอาจารย์เขียวเพื่อเรียกรถพยาบาลโดยด่วน

เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. แพทย์ผู้ดูแลได้ช่วยกันดำเนินการรับหลวงปู่เจี๊ยะไว้ในหอผู้ป่วยวิกฤติ ผลเอกซเรย์ปอดพบว่ามีสารน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดข้างขวา แพทย์ที่หอผู้ป่วยวิกฤติระบบทางเดินหายใจได้ทำการใส่ท่อช่วยระบายเลือดออกจากช่องเยื่อหุ้มปอดข้างขวา ได้น้ำปนเลือดประมาณ ๑,๔๐๐ ซีซี และยังตรวจพบเซลล์มะเร็งในน้ำปนเลือดจากช่องเยื่อหุ้มปอด

คณะแพทย์ผู้รักษาตัดสินใจไม่ถวายยาต้านมะเร็งเนื่องจากประเมินแล้วว่า สภาพร่างกายของท่านคงรับภาวะแทรกซ้อนของยาไม่ได้ จึงถวายการรักษาตามอาการเพื่อให้ท่านมีทุกขเวทนาทางกายน้อยที่สุด

ในอดีต แม้พระพุทธเจ้าก็ทรงเข้าสู่มหาปรินิพพาน สังขารอันเหมือนเกวียนเก่าชำรุดที่ต้องใช้ไม้กระหนาบค้ำไว้เพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้นั้น บัดนี้ถึงวาระต้องปล่อยไป ทุกอย่างมีเกิดขึ้นย่อมมีสิ้นสุดลง

การพบกันระหว่าง "หลวงตามหาบัว" กับ "หลวงปู่เจี๊ยะ" ครั้งนี้...จึงเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายในร่างสมมติของดอกบัวคู่งามแห่งวงศ์กรรมฐาน

 

----------------------------------------------------


ที่มา : Facebook - ท้องถิ่นธรรม พระกรรมฐาน

ณัฐวุฒิ/สำนักข่าวทีนิวส์ : ณัฐวุฒิ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฐวุฒิ แจ๊ดสูงเนิน