ซาบซึ้งในน้ำพระหฤทัย !!! "ในหลวง ร.๙" ทรงมีพระราชปฏิสันถารต่อ "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ" ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน!!! (มีคลิป)

Publish 2017-05-06 15:49:04

           พระราชพิธีกาญจนาภิเษก เมื่อปี พ.ศ. 2539 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม หากใครยังจำภาพนี้ได้หรือมีโอกาสได้ชมภาพเคลื่อนไหวจะเห็นว่า 
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงฯ ซึ่งทรงเป็น "พี่สาว" ทรงถอนสายบัวเมื่อพบกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งๆ ที่โดยสายเลือดแล้วสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงฯ
 ทรงมีพระชนมายุมากกว่า  พระองค์ทั้งสอง ทรงมีความอ่อนน้อมซึ้งกันและกัน ถึงแม้ว่าจะทรงดำรงฐานันดรศักดิ์ที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังทรงไม่ลืมความเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาแต่หนหลัง แสดงออกถึงความระกความผูกพันของทั้งสองพระองค์ได้เป็นอย่างดี

 




นอกจากนี้จะเห็นว่า ภายในงานพระราชพิธี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงกราบในหลวง ร.9 แต่จากนั้นไม่นาน ในหลวง ร.9 ทรงไหว้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กลับอย่างไม่ถือพระองค์ และหลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ก็ทรงมีพระราชปฏิสันถารต่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา นับว่า ในหลวง ร.๙ ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้กับพสกนิกรชาวไทย 


อย่างไรก็ตาม ภายในพระราชพิธีสถาปนาพระอิสริยยศของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ให้ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน โดยมีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงดำรงฐานันดรศักดิ์สูงกว่าทรงไหว้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงฯ ซึ่งดำรงฐานันดรศักดิ์ต่ำกว่า เป็นภาพที่แสดงออกถึงความรักและความผูกพันระหว่างสองพระองค์ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะทรงดำรงฐานันดรศักดิ์ที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังทรงไม่ลืมความเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาแต่หนหลัง ดังพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานจัดเศวตฉัตร 7 ชั้น (สัปตปฎลเศวตฉัตร) ในราชพิธีพระศพ เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2551 ปรากฏความตอนหนึ่งดังนี้
 
"พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่าโดยที่ทรงพระอนุสรณ์ถึงสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 มกราคม พุทธศักราช 2551 ว่า เป็นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี ที่ทรงเคารพนับถือ ในฐานะที่ทรงมีอุปการคุณมาแต่หนหลัง อีกทั้งทรงพระคุณแก่บ้านเมืองเป็นอเนกปริยาย เป็นที่ประจักษ์แก่ตาแก่ใจของมหาชนทั่วไป เมื่อเสด็จสิ้นพระชนม์ เป็นเหตุให้พระองค์และประชาชนทุกชนชั้นอาลัย ระลึกถึงพระคุณเป็นอันมาก…"

 

ที่มาจาก : https://koalar2003.wordpress.com

              Kapook.com



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ