ตำนานเล่าขาน นายยัง หาญทะเลศิษย์เอกเสด็จเตี่ย ผจญดงฉลามกลางทะเล รอดตาย ไร้อันตราย เพราะพกผ้าประเจียดของหลวงปู่ศุข เกจิดังไว้!

ตำนานเล่าขาน "นายยัง หาญทะเล"ศิษย์เอก"เสด็จเตี่ย" ผจญดงฉลามกลางทะเล รอดตาย ไร้อันตราย เพราะพกผ้าประเจียดของหลวงปู่ศุข เกจิดังไว้!

Publish 2017-07-02 13:51:48

       

       เรื่องราวที่จะนำมาเล่าให้ทุกท่านทราบต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ "นายยัง หาญทะเล" ผู้เป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงในยุคมวยคาดเชือก เขาเป็นลูกศิษย์ และเป็นทหารคนสำคัญของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

(การชกมวยไทยโบราณ ระหว่างนายยัง หาญทะเล (ขวา) กับนาย ไล่ หู นักมวยจีน (ซ้าย)
ที่สนามโรงเรียนสวนกุหลาบ เมื่อ พ.ศ. 2465
)

 

 แต่วันนี้ เราไม่ได้มาเล่าถึงความเก่งกล้าทางมวยไทยของเขา เราจะมาเล่าถึงตำนานและความกล้าหาญ ที่เขาได้ลงไปแหวกว่ายกับฝูงฉลามกลางทะเล ดังนี้..

        ในสมัยนั้นเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระองค์ท่านเป็นแม่ทัพเรือของกรุงสยามในอดีตที่มีอภินิหารขลังเวทเมนต์พระคาถาทางวิชาไสยศาสตร์เป็นเลิศ

           ในขณะเรือรบหลวงแล่นตัดกระแสคลื่นท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ทหารก็ได้เป่าแตรเรียกทหารที่ประจำอยู่ในกองเรือลำนั้นขึ้นตั้งแถว พระองค์ท่านได้ดำเนินการตรวจพลอยู่บนเรือ แล้วทอดสมอลอยลำอยู่กลางมหาสมุทร เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้ทรงแจกผ้าประเจียดลงเลขยันต์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ทหารทั่วทุกคน แล้วพระองค์ทรงมีรับสั่งว่า

"ผ้าประเจียดที่ข้านำมาแจกให้พวกเจ้าทุกผืนนั้น เป็นของท่าอาจารย์วัดมะขามเฒ่า ซึ่งมีอานุภาพและอภินิหารมหัศจรรย์ยิ่ง มีความขลังมาก ถ้าใครมีความเคารพนับถือ เดินอยู่บนพื้นเรือเรานี่แหละ จะไม่จมน้ำเกิดปาฏิหาริย์

ให้ประจักษ์เป็นความจริง ไม่ต้องเกรงกลัวหรือวิตกว่าพวกเจ้าจะจมน้ำตายแม้แต่สัตว์นานาชนิด ก็ไม่สามารถทำร้ายอะไรกับพวกเจ้าได้ ใครไม่เชื่อในอภินิหารของพระคุณผ้าประเจียดของท่านอาจารย์วัดมะขามเฒ่าที่ข้านำมาแจกกับเจ้าในวันนี้แล้ว จะทดลองกระโดดลงไปในทะเลให้ดูบ้างก็ได้ว่าจะเป็นจริงดังข้าพูดหรือไม่ "



        ขณะที่เรือรบกำลังทอดสมอลอยลำอยู่ในมหาสมุทรขณะนั้นทหารทุกคนเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดตอบสนองหรือขันอาสาว่าจะเป็นผู้ลงไปท่องทะเลสักคนเดียว เพราะไม่มีผู้ใดกล้าเสี่ยงกับความตาย จะทดลองอำนาจมนต์ขลังของผ้าประเจียด ที่ได้รับแจกจากพระหัตถ์ของเส็ดจในกรมฯ เนื่องจากทหารทุกคนได้มองเห็นเจ้าฉลามร้ายกำลังว่ายเวียนวนครีบกระโดงโผล่อยู่ใกล้กับเรือนั้นตั้งฝูงใหญ่ใครเล่าจะกล้าลงไปให้ฝูงฉลามแย่งกันกัดเนื้อเถือหนังกินต้องเป็นอาหารของสัตว์ร้ายตายในพริบตาเดียว

เสด็จในกรมฯ ทรงไม่พอพระทัย เพราะไม่มีผู้ใดที่จะแสดงความกล้าหาญให้เห็นประจักษ์เลยสักคนพระองค์ทรงดำเนินมาที่นานยัง หาญทะเล ยืนอยู่แล้วทรงรับสั่งกับนายยังขึ้นว่า "อ้ายยัง เอ็งพอจะกล้าลงไปเดินในทะเล ให้ข้าเห็นความขลังศักดิ์สิทธิ์ของผ้าประเจียดของท่านอาจารย์สักหน่อยไม่ได้รึ"

"เมื่อพระองค์ท่านมีราชประสงค์ของฝ่าพระบาทกระหม่อมก็จะขออาสาพระเจ้าข้า" นายยังยกมือขึ้นพนมทั้งสองข้าง และสนองตอบอย่างไม่พรั่นพรึง

 

เสด็จในกรมฯ ทรงรู้สึกดีพระทัยแล้วทรงพระสรวลลั่น.... "อ้ายยังมึงกล้าสมชายชาติทหาร จะรอช้าอยู่ทำไม... อาราธนาแล้วระลึกถึงท่านอาจารย์วัดมะขามเฒ่าเสียก่อน แล้วกระโดดลงไปเลย"

เมื่อเสด็จในกรมฯ รับสั่งเช่นนั้น ยอดนักมวยเมืองท้าวสุรนารี ก็รีบออกเดินหน้าสู่กาบเรือแล้วพุ่งตัวลงในทะเลลึก ประหนึ่งกับท้องมหาสมุทรนั้นเหมือนกับแม่น้ำลำคลองธรรมดา ปราศจากสัตว์ร้ายนานาชนิดเหมือนปาฏิหาริย์ นายยัง หาญทะเล ลงไปยืนเด่นอยู่ในผิวน้ำได้อย่างอัศจรรย์ เห็นประจักษ์แก่ตาเหล่าทหารหาญที่อยู่บนเรือนั้นทั่วทุกคน ทุกคนพากันกราบไหว้ผ้าประเจียดทั่วทุกคน


ลูกราชนาวีเหล่าดอกประดู่ทั้งลำเรือ ต่างก็มีใจฮึกเหิมตามๆ กัน เรือรบหลวงที่เสด็จในกรมฯ ประทับนั้นได้สงบเครื่องพักทอดสมอแล้วส่วนนายยังก็ลงไปอยู่ในท้องทะเลพอสมควรกับฝูงฉลามร้ายที่เวียนว่ายวกวนอยู่ข้างๆ กายของนายยัง หาได้ทำอันตรายแก่นายยังไม่

ด้วยอำนาจบารมีของเสด็จในกรมฯ และความขลังศักดิ์สิทธิ์ของท่านอาจารย์วัดมะขามเฒ่า ทำให้เหล่าทหารหาญที่ตามเสด็จนั้น เกิดความปิติเลื่อมใสขนลุกขนพอกสยองเกล้าทั่วทุกคน

แล้วนายยังก็ได้ไต่บันไดเรือขึ้นแล้วเดินไปกราบถวายบังคมแด่เสด็จในกรมฯพระองค์ท่านก็ทรงพระสรวลด้วยความพอพระทัย แล้วตรัสพระสุรเสียงดังก้องขึ้นว่า "อ้ายยัง เอ็ง หาญทะเล สมสกุลที่ข้าได้ตั้งไว้ให้ดีแท้"

 นี่เป็นคำบอกเล่าของชายชราที่ทราบความเป็นมา ว่าเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นผู้ทรงประทานนามสกุลให้นายยังว่า "หาญทะเล" จึงมีชื่อเสียงรู้จักยอดนักมวยเอก ยัง หาญทะเล ตราบเท่าทุกวันนี้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ศิษย์มีครู


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน