ตำนานรักบันลือโลก!! รักแท้ที่เฝ้ารอ เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน คำมั่นสัญญา กษัตริย์จิกมี..แห่งภูฏาน ผู้สร้างกำแพงแห่งความตั้งมั่นในรักแท้!!

ตำนานรักบันลือโลก!! รักแท้ที่เฝ้ารอ "เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน" คำมั่นสัญญา "กษัตริย์จิกมี..แห่งภูฏาน" ผู้สร้างกำแพงแห่งความตั้งมั่นในรักแท้!!

Publish 2017-07-03 14:48:40


        “สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก” เป็นบุคคลสำคัญที่ประชาชนชาวไทยกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกเหนือจากเป็นพระราชาที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกแล้ว ยังมีเรื่องราวความรักที่เปี่ยมไปด้วยความน่าประทับใจ นอกจากนี้เรื่องที่ทำให้คนไทย ทรงชื่นชอบก็คือพระองค์ได้น้อมนำในหลวง ร.๙ มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินพระชนม์ชีพและนำแบบอย่างของในหลวงของไทยมาเป็นแบบอย่างในการปกครองประเทศอีกด้วย

 

          เรื่องราวสุดแสนโรแมนติกระหว่างพระราชาและราชินีแห่ง "ภูฏาน" เริ่มขึ้นตั้งแต่ทั้งคู่ยังทรงเยาว์วัย เมื่อครั้งกษัตริย์หนุ่มผู้ทรงอ่อนเยาว์ที่สุดในโลก ซึ่งมีพระชนมายุ ๑๗ ชันษากับ “เจตซุน เพมา”ลูกสาวนักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ส นักศึกษาปริญญาตรี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ  มีอายุเพียง ๗ ขวบ

 



            เรื่องราวตำนานรักของทั้งคู่เกิดขึ้น เมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายไปปิกนิกกันในกรุงทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน โดยครอบครัวฝ่ายหญิงสนิทสนมกันดีกับพระราชวงศ์ภูฏาน จากนั้น “กษัตริย์จิกมี” ซึ่งมีพระชนมายุมายุ ๑๗ ชันษา ได้พบกับ “เจตซุน” ที่มีอายุเพียง ๗ ขวบ จากกิจกรรมนั้น และจากครั้งนั้นเองกษัตริย์จิกมี ได้คุกเข่าเพื่อขอ เจตซุน แต่งงานก่อนจะให้คำมั่นว่า  "ถ้าเธอโตขึ้นเมื่อไหร่ และเรายังเป็นโสดไม่มีใคร เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน"

            คำมั่นสัญญายังคงไม่เสื่อมคลาย เมื่อพรหมลิขิตนำพาทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง จนทำให้  "กษัตริย์จิกมี" กษัตริย์ผู้สูงศักดิ์จึงทรงตัดสินพระทัยสละโสด เมื่อปี ๒๕๕๔ โดยพระราชพิธีอภิเษกสมรสจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางความปลาบปลื้มยินดีของพสกนิกรชาวภูฏานทั้งประเทศ

 

           ครั้งนั้นไม่มีการเชิญสมาชิกราชวงศ์จากต่างประเทศ ผู้นำประเทศ หรือเหล่าคนดังเข้าร่วมเลย โดยมีเพียงสมาชิกจากราชวงศ์ภูฏาน และประชาชนชาวภูฏานนับพันคนในหมู่บ้านใกล้เคียงเข้าร่วมในพิธี ขณะที่ประชาชนชาวภูฏาน ๗ แสนคนเฝ้าชมการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์

            พิธีซึ่งจัดขึ้นตามโบราณราชประเพณี กษัตริย์จิกมี ทรงรอรับเจ้าสาวที่สะพานไม้ เพื่อพระราชดำเนินข้ามไปประกอบพิธีทางศาสนาที่พูนาคา ก่อนจะเสด็จออกมาทรงพบปะกับประชาชนชาวภูฏาน ที่มาเฝ้ารอรับเสด็จอยู่ด้านนอก



            โดยฉากหนึ่งในพระราชพิธีอภิเษกสมรสครั้งนั้น มีภาพสุดประทับใจหาที่สุดไม่ได้คือ ช่วงที่ “กษัตริย์จิกมี” ทรงสวมมงกุฎโบราณตัดเย็บจากผ้าไหมปักดิ้นทองแก่พระคู่หมั้น เพื่อแต่งตั้งเป็นพระราชินีองค์ใหม่ของภูฏานอย่างเป็นทางการ โดยกษัตริย์จิกมี ซึ่งทรงเป็นเจ้าบ่าวได้เชยคาง เจ็ตซัน เปมา เจ้าสาวขึ้นมองอย่างทะนุถนอม และสบตาหวาน พร้อมส่งยิ้มให้ด้วยความรักความเสน่หาสุดซึ้ง ทำเอาเจ้าสาว ซึ่งประหม่าและตื่นเต้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถึงกับแก้มแดงด้วยความเขินอาย

 

            พระมหากษัตริย์จิกมี เป็นผู้สร้างกำแพงแห่งความตั้งมั่นในรักแท้ เป็นผู้ยกเลิก ประเพณีการเเต่งงานที่กษัตริย์สามารถมีสนมได้ทีละหลาย ๆ คน ด้วยการรับสั่งว่า “อยากใช้ชีวิตคู่กับ ราชินีเจตซุน และดูเเลกันไปเพียงสองคน”

 

 

 

ที่มาจาก : https://news.mthai.com




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ

ติดตามข่าวอื่นๆ