ที่สุดแห่งพระอัจฉริยภาพ !!! สายพระเนตรที่ยาวไกลของ คุณพ่อหลวง รัชกาลที่ 5 !!! สามารถทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้แม่นยำเป็นอย่างยิ่ง !!!

Publish 2017-07-12 10:06:20

"ทำนายกันได้ว่า นานไปจะมีเครื่องเตเลโฟน สักเท่านาฬิกาพก พกไปไหนๆได้ เมื่อจะพูดกับใคร พูดลงไปที่นาฬิกาพก และเอาหูฟังที่นาฬิกาพกจะรู้กันได้"
ข้อความข้างต้นหากพูดกันในปัจจุบัน คงไม่มีใครรู้สึกว่าแปลกพิสดารแต่อย่างใด แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปเกือบร้อยปีในเวลาที่กรุงเทพมหานครมีโทรศัพท์ใช้กันอยู่ไม่ถึง 500 เครื่อง แต่ละเครื่องนั้นใหญ่โตมโหฬารและต้องใช้ประกอบกับหม้อแบตเตอรี่เครื่องละ 4 หม้อ ผู้ที่ได้อ่านข้อความดังกล่าวในเวลานั้นคงจะคิดว่าจะเป็นไปได้อย่างไร และคงจะนึกภาพไม่ออกเป็นแน่
ข้อความข้างต้น คือ พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานมายังสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารีเป็นฉบับที่ 31 ในจำนวนทั้งสิ้น 43 ฉบับ คราวเสด็จประพาสประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปครั้งที่ 2 ในปีพุทธศักราช 2450



พระราชหัตถเลขาตอนนี้ทรงเขียนที่ตำบลโนโตดเดน ประเทศนอรเวย์ เมื่อวันพุธที่ 31 กรกฎาคม หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงงานแยกธาตุไนตริกแอซิค ด้วยกำลังไฟฟ้าจากพลังน้ำของบริษัท นอรวีเยียน ไฮโดรเอเลกตริก ไนโตรเยน กัมปานี ลิมีติค ซึ่งทรงเล่าถึงการดำเนินการของบริษัทนี้ว่า

ธาตุไนตริกแอซิคที่ใช้กำลังไฟฟ้าแยกออกจากอากาศนั้น เมื่อนำไปผสมกับปูนแล้วเผาในความร้อนสูง จะกลายเป็นคัลเซียมไนเตรด ซึ่งใช้เป็นปุ๋ยสำหรับบำรุงพืชพรรณต่าง ๆ ซึ่งทรงบันทึกว่า

ปูนนี้ใช้เป็นปุ๋ย เหมือนอย่างกับดินประสิวที่เกิดเองโดยธรรมดาที่เมืองชิลี แต่เพราะเหตุที่ใช้แรงน้ำ จึงไม่ใคร่เสีย ด้วยเหตุที่ทำการได้ถูกเช่นนี้ราคาจึงได้น้อยกว่าดินประสิวที่เกิดเองโดยธรรมดาที่เมืองชิลีที่ขายอยู่ในเวลานี้ พ่ออยากจะทดลองเฟอเตอไลเซอในเมืองเราบางทีจะดี จึงให้พระยาชลยุทธคิดอ่านจัดส่งไปลองดูหนึ่งตันก่อน
ประเทศไทยเราเป็นประเทศกสิกรรม ที่ความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารขึ้นอยู่กับธรรมชาติมาช้านาน ถ้าน้ำบริบูรณ์ ฝนตกต้องตามฤดูกาล ก็ได้ผลผลิตดี ถ้าฝนแล้ง น้ำไม่พอผลผลิตก็น้อย ปุ๋ยเคมีที่มีต้นทุนต่ำ น่าจะเป็นทางเลือกเป็นวิทยาการใหม่ที่สนพระทัยต้องพระประสงค์จะทอดพระเนตร ถึงแม้ว่าตำบลโนโตดเดน ที่ตั้งของบริษัทจะอยู่ห่างไกลและทางไปจะค่อนข้างทุรกันดาร ก็ไม่ทรงย่อท้อ พระองค์ทรงใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 6 วัน โดยการนั่งรถไฟ ต่อเรือ และต่อรถ ต้องแวะหลายที่เพื่อเปลี่ยนพาหนะในการเดินทางตลอด แต่เพื่อ ปุ๋ยเคมี ต้องทนทรมานพระวรกายมาเพื่อทอดพระเนตรโรงงานนี้เพื่ออะไรถ้าไม่ใช่เพื่อความสมบูรณ์พูนสุขของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย การที่ได้ทรงรู้มาก เห็นมาก ในความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อจะได้ทรงนำมาพัฒนาประเทศชาติให้เจริญทัดเทียมอารยประเทศ 


จากการไปทอดพระเนตรโรงงานผลิตไนเตรด จากไฟฟ้ากำลังน้ำแล้ว ทำให้พระองค์ท่านทรงมีคำทำนายอนาคตเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆมากมาย และทรงบันทึกว่า
นั่งสนทนากันถึงเรื่องไฟฟ้าในเวลากินเข้า "ต่อไปทุกคนมีไฟฟ้าใช้ได้เป็นอัศจรรย์มากขึ้นทุกที"
"คิดจะใช้ยิงปืนใหญ่ไม่ให้ต้องบรรจุดิน" ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงเป็นปืนแบบออโตเมติกที่บรรจุกระสุนได้ทีละหลายๆนัดแล้วยิง
"อีกอย่างหนึ่งนั้นจะทำให้ฝนตกได้" ถ้าเป็นในสมัยนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นสิ่งที่เราเห็นๆกันนั่นคือ ฝนหลวง
"จะใช้โทรเลขไม่มีสาย ผิดกับที่ทำกันอยู่แล้วเดี๋ยวนี้ด้วยอาศัยแรงน้ำ" ทำนายกันได้ว่า "นานไปจะมีเครื่องเตเลโฟน สักเท่านาฬิกาพก พกไปไหน ๆ ได้"

ด้วยพระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล รู้ว่าชาติบ้านเมือง หรือ ประเทศอื่นๆควรจะพัฒนาไปทางไหน พระองค์ท่านทรงชอบสิ่งของทันสมัย วิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และบวกกับหลักสมมุติฐานที่ท่านคิดว่าน่าจะเป็น ทำให้ประเทศไทยมีไฟฟ้าใช้ทั่วบ้านทั่วเมืองครั้งแรกก็มาจากพระองค์ท่าน คำทำนายเหล่านี้อาจไม่ใช่คำทำนาย แต่เป็นสิ่งที่พระองค์ท่านคาดการณ์ไว้ก่อนกว่า 100 ปี นั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก - เพจ เรารักสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง , th.wikipedia.org , sites.google.com



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง