เพราะเหตุใด "สยาม" จึงไม่เคยเป็นเมืองขึ้นสมัยยุคล่าอาณานิคม ?? แนะนำให้อ่าน แล้วคุณจะรู้ว่า "กลยุทธ์ของสยาม สุดยอดขนาดไหน" !!

Publish 2017-07-13 16:12:54


เมื่อสมัยยุคล่าอาณานิคมแถบเอเชีย ได้มีมหาอำนาจขาใหญ่จาก ยุโรป เข้ามากอบโกยประเทศแถบเอเชียมากมาย นั่นก็คือ อังกฤษ และ ฝรั่งเศษ รอบด้านของสยาม หรือ ประเทศไทย ตกเป็นเมืองอาณานิคม หรือเมืองขึ้นของ 2 ประเทศนี้จนหมดสิ้น แต่เหตุใด ประเทศไทย หรือ สยาม ที่ไม่ใช่ประเทศใหญ่โตแบบจีนที่มีกองทัพมากมายนับล้าน ถึงรอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของมหาอำนาจ 2 ประเทศนี้ ไม่ใช่ว่าประเทศเราไม่เป็นที่ต้องการ แต่ประเทศไทยคือเมืองที่ทั้ง 2 ประเทศมหาอำนาจสนใจ และอยากได้มาครอบครองยิ่งนักแต่ไม่สามารถทำได้ และต้องยอมรับว่านี่ไม่ใช่ดวง แต่เป็น "การต่อสู้ทางการเมืองที่ฉลาดมาก" และ "การแก้กลยุทธ์" ที่พลิกความเสียเปรียบ ให้ได้เปรียบหรือเท่าเทียมตลอดเวลาต่างหาก



ฝรั่งเศส
1. ฝรั่งเศสเคยใช้กลยุทธ์ เรื่องการกดขี่ทางศาสนา และสังหารหมู่บาทหลวง เข้ายึดพื้นที่บางส่วนของจีนสำเร็จมาแล้ว จึงจะลองใช้ไม้นี้กับสยามเช่นกัน แต่ก็ไม่สามารถจะทำได้ เนื่องจาก สยามให้เสรีภาพทางด้านศาสนามาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว
2. ฝรั่งเศสใช้ข้ออ้างเรื่องรัฐบรรณาการ ที่สยามยึดเขมรเป็นรัฐบรรณาการอยู่ในขณะนั้น ทั้งที่สยามยังไม่ได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในประเทศขณะนั้น แต่ในเมื่อฝรั่งเศษต้องการ สยามจึงขีดเส้นแดนรอบนอกของรัฐบรรณาการให้ ฝรั่งเศสจึงรีบคว้าไว้ และคิดว่าได้เปรียบแน่ๆ แต่แล้วไปๆมาๆ กลายเป็นว่าฝรั่งเศสกลายเป็นผู้เซ็นรองรับสถานะรัฐบรรณาการให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสยาม โดยที่สยามไม่ต้องเสี่ยงมีปัญหากับรัฐบรรณาการในการรวมประเทศ เพราะ ฝรั่งเศสออกหน้าให้ จากเหตุการณ์นี้สื่อใหญ่ของฝรั่งเศสโจมตีรัฐบาลโคชินไชน่าและกระทรวงอาณานิคมซะย่อยยับที่รู้ไม่เท่าทันสยาม
3. เมื่อใช้กลยุทธ์ต่างๆไม่ได้ผล ฝรั่งเศส จึงใช้วิธียั่วโมโห เอาเรือปิดอ่าว หวังให้สยามโจมตีเพื่อความชอบธรรมในการล่าอาณานิคม แต่สยามไม่โจมตีกลับนิ่งเฉยและใช้การเจรจาเป็นหลักทำให้ฝรั่งเศสไม่สามารถใช้กำลังได้ เพราะ กลัวจะเป็นการไม่ชอบธรรมในการหาข้ออ้างยึดอาณานิคม และอาจเป็นเรื่องใหญ่จึงไม่กล้าเสี่ยงโจมตีก่อน
4. หลังจากที่สยามยกรัฐบรรณาการดินแดนลาว และ เขมร ให้แล้วฝรั่งเศสผิดหวังเป็นอย่างมากเพราะได้ดินแดนจริงๆ แต่ประชาชนแทบจะไม่มี เพราะถูกย้ายเข้ามาในดินแดนที่เป็นเขตของสยาม ทำให้การลงทุนต่างๆของฝรั่งเศสในดินแดนที่ได้มาขาดทุนย่อยยับ ต้องปิดตัวธุรกิจต่างๆที่เข้ามาลงทุนมากมาย
5. และที่ทำให้ฝรั่งเศสหยุดการล่าอาณานิคมจากประเทศสยาม และทำให้ผู้นำจากฝรั่งเศสยอมรับว่า สยาม ไม่ได้โง่อย่างที่คิด และเล่นการเมืองเป็น กินยาก นั่นก็คือ สยามล๊อบบี้เจ้าราชนิกูลของราชวงศ์บูร์บง ที่ขณะนั้นกำลังมีอิทธิพลอย่างลับๆในรัฐบาลฝรั่งเศษและขึ้นเป็นใหญ่ในเวลาไม่นาน ทำให้กระทรวงอาณานิคมของฝรั่งเศสถึงกับอึ้งกันเป็นแถว และหยุดแผนการยึดดินแดนสยามลง

อังกฤษ
1. ครั้งแรกที่อังกฤษเริ่มเคลื่อนไหวในการคิดเข้ามาหาผลประโยชน์ในสยามถึงกับงง เมื่อราชทูตของอังกฤษกลับมา พร้อมกับสนธิสัญญาแปลกๆที่ทำให้อังกฤษเสียเปรียบ เพราะ บริษัทของอังกฤษต้องจ่ายภาษีให้สยาม มากกว่าให้จีนอีก แถมเรืออังกฤษถ้าจะเข้าเมืองท่าสยาม ไม่ว่าจะมีสินค้าหรือไม่มีก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมปากเรือให้สยาม แถมด้วยต้องซื้อไม้สักที่อยู่ที่ล้านนา จากพ่อค้าคนกลางก็คือรัฐบาลสยามด้วย
2. สยามทำให้อังกฤษต้องเจ็บแสบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่อังกฤษส่งราชทูต เซอร์จอห์น เบาริ่ง ผู้ที่เคยมีผลงานสุดยอด คือเล่นงานราชวงศ์ชิงมาแล้ว อังกฤษคิดว่าจะส่งเซอร์จอห์น มาสยามเพื่อให้มาเล่นงานสยามด้วยการทูต แต่ไปๆมาๆผิดแผน อยู่ๆ เซอร์จอห์น เบาริ่ง ก็ได้รับราชการแต่งตั้งให้เป็น "พระยาสยามานุกูลกิจ" ตำแหน่งอัครทูตสยามประจำลอนดอนคนแรกซะงั้น ถือว่างงกันทั้งโลกในสมัยนั้นที่ สยามคิดกลยุทธ์เอาทูตอังกฤษมากประสบการณ์ผู้โด่งดัง มาเป็นทูตสยามประจำอังกฤษ ใครจะคิดได้ จึงทำให้อังกฤษเสียหน้าเป็นอย่างมาก
3. อังกฤษรอบนี้มาแผนใหม่โดยการเอาเงินมาล่อ ที่เคยใช้ได้ผลกับราชสำนักชิงมาแล้ว โดยการปล่อยกู้ให้สยามสร้างทางรถไฟในสมัย ร.4 แต่สยามก็ตอบกลับอย่างสุภาพประมาณว่า ไม่เป็นไร เรามีโครงการของเราแล้วในเร็วๆนี้ ขอบคุณมากๆสำหรับข้อเสนอ
4. การเจรจาทางการทูต สยามจะต่างจากประเทศรอบตรงตรงการเรียก ราชินีของอังกฤษ อาจจะดูเล็กน้อยแต่นี่คือจิตวิทยาที่ฉลาดมาก ประเทศในเอเชียต่างเวลาส่งพระราชสาส์น จะอ่อนน้อมและแทนตัวเองเป็นผู้น้อยคงเพื่อหวังว่า อังกฤษ อ่านแล้วจะรู้สึกถึงความเมตตา และเจรจาด้วย แต่ผิดคลาดหลายประเทศกลายเป็นตัวตลกในราชสำนักอังกฤษ และการเจรจามีปัญหาบ่อยครับ แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์สยาม ทุกครั้งที่ส่งพระราชสาส์น เปิดหัวจะยกให้ราชินีอังกฤษเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และตบท้ายด้วยสหายของเรา ซึ่งแสดงถึงความอ่อนน้อมและเท่าเทียม และการเขียนที่เป็นแบบแผนหลักการที่ยุโรปสมัยนั้นใช้กัน จึงทำให้สยามดูเป็นประเทศศิวิไลประเทศหนึ่งในสายตาอังกฤษยุคหลังๆขณะนั้น
5. อังกฤษเริ่มใช้วิธีใหม่โดยการสนับสนุนหัวเมืองล้านนาเพื่อให้มาเป็นรัฐอารักขาแบบไทใหญ่ แต่ก็เจอสยามแก้เกมส์โดยส่งข้าหลวงต่างพระองค์ไปประจำการแบบรัฐภูมิภาค ทำให้เจ้าล้านนาขยับตัวทำอะไรไม่ได้เช่นกัน



และที่สำคัญที่สุดที่ทำให้สยามไม่ตกเป็นเมืองอาณานิคมจาก 2 มหาอำนาจ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส นั่นก็คือ ประเทศส่วนใหญ่ในแถบเอเชียจะเลือก มหาอำนาจ 1 ประเทศ ให้เข้ามาปกครองเพื่อเป็นกันชนของอีกมหาอำนาจ ประมาณว่า จะอยู่ฝั่งอังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส โดยการดูกันที่การทูตว่าประเทศไหนให้ข้อตกลงที่ทำให้ตนเสียเปรียบน้อยที่สุด เพราะในยุคนั้น อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส ก็ถือว่ามีสัญญากันแบบลับๆคือจะไม่ยุ่งกับอาณานิคมของอีกฝั่ง ประมาณว่าแบ่งกันกอบโกย ประเทศทางแถบเอเชียจึ่งต้องเลือก 2 ประเทศนี้ ประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยที่มหาอำนาจ 2 ประเทศนี้แทบจะไม่ต้องออกแรงกันเลย แต่สยามล้ำกว่าที่คิด มองเกมส์ขาดรู้ว่าประเทศที่สามารถคานอำนาจของ 2 ประเทศนี้จริงๆแล้ว คือ จักรวรรดิออสเตรีย-เยอรมัน และ จักรวรรดิรัสเซีย ต่างๆหาก สยามจึงเลือกผูกมิตร 2 ประเทศนี้ แต่ไม่ใช่ผูกมิตรแบบการทูต เพราะคิดว่าไม่แน่นแฟ้นพอ กษัตริย์สยามจึงทรงลงมือเดินทางไปเพื่อผูกไมตรีเอง แบบ กษัตริย์ กับ กษัตริย์ กลายเป็นความสนิทสนมกันระหว่างราชวงศ์ต่อราชวงศ์ เรียกได้ว่าแน่นแฟ้นมากๆ และนี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สยามไม่ต้องตกเป็นเมืองอาณานิคมของใคร ถือได้ว่าเป็นการแก้เกมส์ทางการเมืองที่สุดยอดมากๆของสยามจริงๆ

อ้างอิงข้อมูลจาก - kaijeaw.com , www.liekr.com , www.pantip.com


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง

ติดตามข่าวอื่นๆ