หัวใจรักภักดีของหญิงชรา!! เปิดประวัติ ช่างภาพส่วนพระองค์คนแรกของในหลวง ผู้ถ่ายภาพทรงคุณค่า ดอกไม้แห่งหัวใจ ภาพประทับใจคนไทยทั้งแผ่นดิน!!

หัวใจรักภักดีของหญิงชรา!! เปิดประวัติ "ช่างภาพส่วนพระองค์คนแรกของในหลวง" ผู้ถ่ายภาพทรงคุณค่า "ดอกไม้แห่งหัวใจ" ภาพประทับใจคนไทยทั้งแผ่นดิน!!

Publish 2017-07-18 12:25:01

              เนื่องในวันนี้เป็นครบรอบวันถึงแก่อนิจกรรมของนายอาณัติ บุนนาค ช่างภาพส่วนพระองค์คนแรกของในหลวง เปิดประวัติ อาณัติ บุนนาค ช่างภาพส่วนพระองค์ที่ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ผู้ทรงเป็นพระมิ่งขวัญเหนือเกล้าชาวไทยทุกหมู่เหล่า ผู้ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรของพระองค์ให้กับประชาชนชาวไทยได้ชื่นชมพระบารมีของพระมหากษัตริย์ มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย นายอาณัติ บุนนาค เป็นช่างภาพส่วนพระองค์คนแรกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ยังได้รับทุนพระราชทานทุนการศึกษาจาก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อีกด้วย

 

            อาณัติ บุนนาค  เป็นผู้ถ่ายภาพพระราชจริยวัตรแห่งพระเมตตาของในหลวง "ภาพดอกไม้แห่งหัวใจ" เป็นผลงานอันสำคัญภาพหนึ่งของนายอาณัติ บุนนาค หัวหน้าช่างภาพส่วนพระองค์ท่านนี้ ภาพดอกไม้แห่งหัวใจคือภาพแม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์อายุ ๑๐๒ ปี แห่งจังหวัดนครพนมที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ ภาพนี้นับเป็นภาพที่ประทับใจของคนไทยทั่วทั้งประเทศ ที่พระเจ้าอยู่หัวของคนไทยมีพระจริยาวัตรอันงดงามหาที่เปรียบใด ๆ มิได้



              คุณอาณัติ บุนนาค เป็นบุตรคนแรกของเจ้าหมื่นสรรเพธภักดี (อาคม บุนนาค) และนางสรรเพธภักดี (นลินี บุนนาค)  เกิดเมื่อวัน พฤหัสบดี ที่ ๒ สิงหาคม ๒๔๖๖ ที่บ้านของเจ้าจอมเอิบ ในรัชกาลที่ ๕ (เจ้าจอมเอิบ เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการถ่ายภาพเป็นอย่างดี เป็นช่างภาพหญิงคนหนึ่ง) ถนนสุโขทัย กรุงเทพมหานคร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน รวม ๘ คน เป็นอดีตช่างภาพส่วนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นช่างภาพประจำพระองค์คนแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๙ จนเกษียณอายุราชการเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ทำหน้าที่ในฐานะช่างภาพประจำพระองค์และหัวหน้าส่วนช่างภาพส่วนพระองค์เป็นเวลานานถึง ๔๑ ปี ได้ตามเสด็จฯ เพื่อบันทึกภาพพระราชกรณียกิจในโอกาสต่าง ๆ ไว้มากมาย นอกจากนี้สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบเกียรตินิยม Hon.ES.P.S.T. ให้เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ 

 

               เมื่อครั้งอายุได้ ๑ เดือนเจ้าหมื่นสรรเพธภักดีได้ยกนายอาณัติ บุนนาค ให้เจ้าจอมแส ในรัชกาลที่ ๕ ผู้เป็นอาของเจ้าหมื่นสรรเพธภักดีไปอุปการะเลี้ยงดู เมื่อถึงวัยศึกษาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล แผนกภาษาอังกฤษ ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ บิดาได้นำนายอาณัติเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์) อยู่เสมอ เป็นที่ทรงพระเมตตา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนการศึกษาแก่นายอาณัติ บุนนาค จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา
 

              นายอาณัติ บุนนาค มีความสนใจในเรื่องกล้องและการถ่ายภาพเป็นพิเศษ โดยมีโอกาสเริ่ม "เล่นกล้อง" ครั้งแรกจากกล้องถ่ายรูป ของเจ้าจอมแส ในรัชกาลที่ ๕ ได้ฝึกฝนหาความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ด้วยตนเองมาตลอด และได้ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกเรื่อยมา

            หลังจากนั้นเริ่มเข้ารับราชการครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕ ในตำแหน่งเสมียน ที่สำนักราชเลขาธิการ ในปี พ.ศ.๒๔๘๘ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จนิวัตประเทศไทย ครั้งที่ ๒ เจ้าหมื่นสรรเพธภักดีได้นำนายอาณัติ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท นายอาณัติ บุนนาคได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ (รัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙) ซึ่งได้ถ่ายไว้ระหว่างที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เป็นที่พอพระราชหฤทัย และในขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน กำลังทรงสนพระทัยในเรื่องกล้องและการถ่ายภาพอยู่เช่นเดียวกัน จึงโปรดเกล้าฯ ให้นายอาณัติ บุนนาค ตามเสด็จฯ ไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นต้น ครั้งหนึ่งได้แอบเสด็จฯ ไปเที่ยวงานภูเขาทอง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอาณัติิ บุนนาค ตามเสด็จฯ ไปเป็นเพื่อนด้วย นอกจากนี้ ยังพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ ระหว่างเสวยพระสุธารสชาเป็นประจำ
 

             ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอาณัติ บุนนาค เป็นช่างภาพประจำพระองค์เป็นคนแรก (ปรากฏตามพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๙) ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นต้นมา จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนมารับราชการที่สำนักพระราชวัง ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในหน้าที่ช่างภาพประจำพระองค์ และหัวหน้าส่วนช่างภาพส่วนพระองค์ เป็นเวลา ๔๑ ปี จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ 

 

                ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอาณัติ บุนนาคไปดูงานเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ณ สหรัฐอเมริกา และยุโรประยะหนึ่ง ระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่นั้น นายอาณัติ ได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อบันทึกภาพพระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ รวมทั้งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทุกพระองค์ ทั้งในและนอกสถานที่ ตลอดจนโอกาสที่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรตามท้องถิ่นทุรกันดารอยู่เสมอ ในระยะหลัง สุขภาพไม่สมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้นายอาณัติ บุนนาค ไม่ต้องตามเสด็จฯ ในเวลาเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร



 


             นอกจากนี้ช่างภาพประจำพระองค์นายอาณัติ บุนนาค ได้บันทึกภาพในวินาทีสำคัญที่กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ภาพหนึ่ง และเรื่องราวความเป็นมาของภาพต้องใช้เวลาสืบค้นนานถึง ๔๐ ปี ที่จังหวัดนครพนม บ่ายวันที่ ๑๓ พ.ย. ๒๔๙๘ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเสร็จสิ้นในช่วงเช้าแล้ว ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งกลับไปประทับ ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ราษฎรที่รู้ข่าวต่างพากันอุ้มลูกจูงหลานหอบกับมารับเสด็จที่ริมถนน อย่างเนืองแน่น ดังเช่น ครอบครัวจันทนิตย์ ที่ลูกชายช่วยกันนำแม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์ วัย ๑๐๒ ปี ไปรอรับเสด็จห่างจากบ้านประมาณ ๗๐๐ เมตร โดยได้จัดหาดอกบัวสายสีชมพูให้แม่เฒ่าจำนวน ๓ ดอก และพาออกไปรอที่แถวหน้า เพื่อให้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทมากที่สด เปลวแดดร้อนตั้งแต่เช้าจนสาย เที่ยงจนบ่าย แสงแดดเผาเอาจนดอกบัวภายในมือเหี่ยวโรย แต่หัวใจรักภักดีของหญิงชรายังคงเบิกบาน  เพียงหวังนำดอกบัวมา ขอเข้าเฝ้ารับเสด็จ กราบเบื้องพระยุคลบาท พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงทศพิธราชธรรม สักครั้งหนึ่งในชีวิต

               เมื่อเสด็จฯ มาถึงบริเวณสามแยกชยางกูร – เรณูนคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หยุดรถพระที่นั่ง เสด็จฯ ลงไปเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ เมื่อเสด็จฯ มาถึงตรงหน้า แม่เฒ่าตุ้มได้ยกดอกบัวสายที่โรยราสามดอกนั้นขึ้นจรดเหนือศีรษะแสดงความจงรักภักดีอย่างสุดซึ้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโน้มพระองค์อย่างต่ำที่สุด จนพระพักตร์เกือบชิดศีรษะแม่เฒ่า ทรงแย้มพระสรวลและยื่นพระหัตถ์แตะมืออันกร้านคล้ำของหญิงชราชาวอีสานอย่างอ่อนโยน เป็นภาพที่ไม่จำเป็นต้องมีคำบรรยาย ไม่มีใครทราบว่าได้รับสั่งกับแม่เฒ่าอย่างไร แต่แน่นอนว่าแม่เฒ่าจะไม่มีวันลืม

               เช่นเดียวกับในหลวงที่ไม่ทรงลืมพสกนิกรชาวไทย หลังจากเสด็จฯ กลับกรุงเทพฯ แล้วทางสำนักพระราชวังได้จัดส่งภาพรับเสด็จของแม่เฒ่าตุ้ม พร้อมกับพระบรมรูปหล่อด้วยปูนปลาสเตอร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาพระราชทานผ่านทางอำเภอพระธาตุพนม ให้กับแม่เฒ่าตุ้มไว้เป็นที่ระลึก พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ นำความปลื้มปิติยินดี ซึ่งอาจมีส่วนชุบชีวิตให้แม่เฒ่ายืนยาวด้วยความสุขต่อมาอีกถึง ๓ ปี จึงถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่ออายุได้ ๑๐๕ ปี

           นับว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ได้รับบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของแผ่นดิน ได้ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรของในหลวงที่ทรงอบอุ่นมีพระเมตตาต่อประชาชน นอกจากนี้ยังได้ถ่ายทอดพระบรมฉายาลักษณ์ขณะที่พระองค์ได้ประกอบพระราชกรณียกิจไว้มากมาย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงพระเมตตาของพระองค์ และทำให้คนรุ่นหลังได้ทราบว่า แผ่นดินไทยของเรามีพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลก คุณอาณัติ บุนนาค ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันพุธที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริอายุ ๖๑ ปี 

 

 

ที่มาจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/อาณัติ_บุนนาค

              http://siamimage-net.blogspot.com

              เพจ Bunnag News 

              เพจ นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์แผ่นดินสยาม



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ

ติดตามข่าวอื่นๆ