อวดว่าเป็นพุทธแท้ แต่ไม่เชื่อเรื่องผีสางนางไม้ ไม่เชื่อชีวิตหลังความตาย!! ยิ่งดูถูกว่างมงาย ก็เท่ากับค้านสิ่งที่พระพุทธเจ้ารับรอง

Publish 2017-09-06 10:34:59

 

ไม่มั่นใจเมืองไทยคือเมืองพุทธ

(บทความพิเศษ... โดย "ทิพยจักร")

 

ปัจจุบันบันแม้ประเทศไทยจะมีประชากรที่ระบุว่าเป็นชาวพุทธมากที่สุดถึง 90 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังมีการพยายามให้มีการออกกฏหมายว่าศาสนาพุทธคือศาสนาประจำชาติ แต่ไฉนเวลาดูโทรทัศน์เมื่อมีการกล่าวถึงชีวิตหลังความตาย ผีสางนางไม้เทวดา จึงขึ้นคำว่าโปรดใช้วิจารณญาณหรือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่เพียงเท่านั้นเวลามีการกล่าวถึง อดีตชาติ การเวียนว่ายตายเกิด ก็ใช้คำว่าโปรดใช้วิจารณญาณและเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเช่นกัน

 

ในศาสนาพุทธนั้นพระพุทธเจ้าทรงรับรองเรื่องชีวิตหลังความตาย ผีสางเทวดา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นสามัญธรรมดามากๆ มิใช่สิ่งแปลกประหลาดหรือวิเศษแต่อย่างใด รวมไปถึงการระลึกชาติ อดีตชาติก็เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้ารับรองไว้อีกเช่นกัน แต่คนพุทธในไทยปัจจุบันนอกจากจำศีล 5 ศีล 8 ยังไม่ค่อยได้ ความเชื่อเหล่านี้กลับโดนดูถูกว่างมงายเสียอีก ทำให้ความเป็นประเทศที่ใครๆบอกว่าเป็นเมืองพุทธกลับดูขัดแย้งกับคติความเชื่อที่เห็นๆกันอยู่อย่างสิ้นเชิง

 




 

น่าคิดนะครับว่าบ้านเมืองเราจะรักษาพระพุทธศาสนาไว้ได้ดีและนานขนาดไหน ศาสนาพุทธจะไม่โดนกลืนด้วยคติการนับถือผีหรือเทพ แต่ศาสนาพุทธจะโดนเพิกเฉยจากการขาดความเคารพในจิตวิญญาณ ในผีสางนางไม้ต่างหาก

 

ตราบเท่าที่มีความศรัทธาในผีสางนางไม้เทพเจ้าต่างๆ ตราบนั้นศาสนาพุทธก็มั่นคงครับ เพราะความเชื่อพื้นฐานเหล่านี้แหละที่ทำให้พระพุทธศาสนาโดดเด่นมั่นคงยั่งยืน ในทางกลับกันการขาดความเชื่อหรือการทำลายความเชื่อพื้นฐานในการนับถือผีสางนางไม้สิ่งนี้เท่ากับเป็นการค้านพุทธโอวาทในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงรับรอง

 

 


 

เรื่องผีสางนางไม้เทพพรหมทั้งหลายล้วนเป็นฐานรองรับคำสอนของพระพุทธองค์ เมื่อคนเชื่อในชีวิตหลังความตาย เชื่อในผีสางเทวดาก็เท่ากับเชื่อเรื่องกรรมเรื่องผลของกรรมเชื่อในภพภูมิการเวียนว่ายตายเกิด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นฐานความเชื่อเพื่อสนับสนุนคุณธรรมชั้นสูงสนับสนุนการให้ทาน รักษาศีลและเจริญภาวนาเพื่อเข้าถึงภพภูมิที่สูงกว่าจนกระทั่งสามารถหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้

 

ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์การนับถือผีทำให้คนไม่ประมาท เกิดความละอายและเกรงกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็นอันก่อให้เกิดคุณและโทษได้ ที่สำคัญคือ คนที่เชื่อจะมีแนวโน้มที่จิตใจจะอ่อนโยนไม่ก้าวร้าว ไม่ไร้วัฒนะธรรมเหมือนคนที่ไม่เชื่อ

 

ในบรรดามิจฉาทิฐิที่น่ากลัวพาตัวไปสู่นรกใต้เถรเทวฑัตก็คือพวกที่ไม่เชื่อกรรมไม่เชื่อผลของกรรม หรือพวกวัตถุนิยมสุดโต่งแบบในปัจจุบัน ซึ่งเชื่อแต่วิทยาศาสตร์ทางวัตถุ กลุ่มพวกนี้เป็นทั้งทุนนิยมแบบสุดโต่งและคอมมิวนิสต์ ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มที่เชื่อถือแบบนี้มีอนาคตที่ไม่โสภาแน่นอน

 

ไม่อยากเห็นคนไทยเป็นชาวพุทธแต่ในทะเบียนบ้าน ไม่อยากเห็นวัยรุ่นไทยเป็นเด็กเกรียนเที่ยวลบหลู่สิ่งที่ปู่ย่าตายายนับถือซึ่งเป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์ เราควรให้ความรู้ที่ถูกต้องด้วยจิตใจที่อ่อนโยนดีงามแบบคนที่มีวัฒนะธรรมดีกว่าทำตัวอวดโง่ว่ากูรู้กูคนพุทธแต่เป็นเพียงพุทธแบบเปลือกๆ พุทธแบบที่ไม่เคยเข้าถึงปฏิเวธจริงๆเลยสักนิด

 

ฝากไว้ให้คิดกับชาวพุทธทุกท่านครับ

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ทิพยจักร จันทร์โพธิ์ศรี