หลวงปู่มั่นอยู่ที่ไหน...ช่วยหน่อย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว.... หลวงปู่เจี๊ยะ เล่ายอมรอนแรมกลางป่า เพื่อตามหา หลวงปู่มั่น อาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่

Publish 2017-09-07 11:31:52

 

หลังจาก หลวงปู่เจี๊ยะตัดสินใจบวช ไม่สึก จึงกราบลาหลวงปู่กงมาไปออกธุดงค์เป็นครั้งแรกในชีวิตเพื่อติดตามหาหลวงปู่มั่นไปจนถึงเชียงใหม่

ชีวิตพระส่วนใหญ่ในวัดทรายงาม นอกจากการภาวนาแล้วก็ไม่สู้จะได้รับความลำบากในการดำเนินชีวิต และตั้งแต่หลวงปู่เจี๊ยะออกบวชมา ๓ ปี ก็ยังไม่เคยธุดงค์  แต่คราวนี้ต้องมารอนแรมกลางป่าเขา  อีกทั้งข่าวคราวเรื่องที่อยู่ของหลวงปู่มั่นก็ไม่แน่นอน  วันนี้มีข่าวว่าอยู่ที่นี่ แต่พอวันรุ่งขึ้นก็มีข่าวหลวงปู่มั่นย้ายทำเลเสียแล้ว  สภาพร่างกายของหลวงปู่เจี๊ยะจึงเริ่มอ่อนระโหยโรยแรง  ภาวนาไปบ่นไป  บางครั้งก็พูดกับตนเองว่า

“หลวงปู่มั่นอยู่ที่ไหน...ช่วยหน่อย หลวงปู่มั่นอยู่ที่ไหน...ช่วยหน่อย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว  ใครๆ เขาก็พูดว่า หลวงปู่มั่นรู้วาระจิตคนหมด  ตอนนี้ผมพระเจี๊ยะเดินทางมาหา เหนื่อยยากลำบากจะตายอยู่แล้ว  หลวงปู่มั่นอยู่ที่ไหน ถ้ารู้ด้วยใจด้วยญาณก็ส่งคนมารับหน่อย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”

 

ระหว่างตามหาหลวงปู่มั่น หลวงปู่เจี๊ยะเดินไป บ่นไป นึกไป  แต่เพราะมี “หลวงปู่มั่น” อยู่ในใจตลอดเวลา ทำให้รู้สึกว่ามีหลวงปู่มั่นร่วมเดินทางไปด้วย  อย่างมากก็เหนื่อยแค่ปาก แต่ใจสู้ไม่ถอย  จนกระทั่งตามทันหลวงปู่มั่นที่วัดร้างป่าแดง  เมื่อเข้ามาในวัดก็พบว่า สภาพของวัดเรียบง่าย สะอาด มีกระท่อมเล็กๆ มุงด้วยหญ้าคา ฝาขัดแตะ พื้นไม้ไผ่  บนกระท่อมมีพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่  ท่านมองแล้วก็รีบเร่งเดินเข้าไปหา พลางคิดในใจว่า นั่นคงใช่หลวงปู่มั่นเป็นแน่แท้



วินาทีที่หลวงปู่เจี๊ยะเห็นหลวงปู่มั่นเป็นวินาทีของศิษย์ที่เจอครู  ภาพของครูที่นั่งบนแคร่ไม้ไผ่ประทับในใจไม่รู้ลืม  ท่านบรรยายให้ฟังว่า

 

 

“มีพระรูปหนึ่งรูปร่างเล็กๆ ลักษณะองอาจ เป็นเถระรูปร่างสันทัด ผิวดำแดง นั่งห่มจีวรเปิดไหล่ แสดงอาการให้เห็นว่ารอใครบางคนอย่างเห็นได้ชัด อยู่บนแคร่น้อยๆ ใช้ไม้ไผ่ขัดแตะ เอาหญ้าคามุงกั้นเป็นฝาเป็นฟาก หันหน้ามาทางที่จะเดินเข้าไป แสดงอาการว่าสนใจคนที่มา แต่ไม่แสดงออกทางคำพูด”

หลวงปู่เจี๊ยะตรงเข้าไปกราบถวายตัวเป็นลูกศิษย์เพื่อคอยปรนนิบัติครูบาอาจารย์  แม้หลวงปู่มั่นจะอายุร่วม ๗๐ ปีแล้ว แต่ก็ยังคงทำหน้าที่อบรมพระภิกษุสามเณรให้สมเป็นธรรมทายาท  บางวันหลวงปู่มั่นอดอาหาร ไม่รับฉันอะไร ยกเว้นน้ำกับน้ำชาเท่านั้น  พระลูกศิษย์ก็พากันเป็นห่วงหลวงปู่มั่น แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปชักชวนให้ท่านฉันอาหารบ้างเล็กน้อยก็ยังดี  ท้ายที่สุด หลวงปู่เจี๊ยะอดทนดูไม่ได้จึงเป็นหน่วยกล้าตายเข้าไปบอกอาจารย์ว่า

“ครูบาจารย์... ฉันข้าว”

หลวงปู่มั่นก็ว่า  “ฮื้อ... ก็ไม่ใช่หน้าที่เรา”

หลวงปู่เจี๊ยะยังคงเซ้าซี้ต่อไปว่า  “ครูบาจารย์... ฉันข้าวเถอะ”

หลวงปู่มั่นก็ตอบเหมือนเดิมว่า  “ฮื้อ... มายุ่งอะไร”

คราวนี้หลวงปู่เจี๊ยะเลยพูดว่า  “เกิดมาเป็นคนไม่กินข้าว ไม่รู้จะเกิดมาทำไม”

เท่านั้นแหละ หลวงปู่เจี๊ยะเลยโดนหลวงปู่มั่นดุเอาว่า  “ท่านนี่... ไป...ไป... อย่ามายุ่ง”


ตามปกติ หลวงปู่มั่นจะประพฤติปฏิบัติทำหน้าที่ครูบาอาจารย์เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกศิษย์ได้เห็นโดยแทบจะไม่ได้พูดอะไร  แต่เวลาเทศน์ก็จะดุเดือดเป็นพายุที่กวาดล้างข้อสงสัยในใจลูกศิษย์ได้  ฉะนั้น พระเณรส่วนใหญ่จึงทั้งเคารพรักและกลัวหลวงปู่มั่นเป็นที่สุด  มีเพียงหลวงปู่เจี๊ยะเท่านั้นที่แปลกพิกลกว่าคนอื่นเขา เพราะทั้งๆ ที่รักหลวงปู่มั่นมาก แต่ก็กล้าแหย่ท่านอยู่เสมอ  หลวงปู่เจี๊ยะบอกว่า

“ถ้าไม่แหย่ท่านจะได้ฟังธรรมะดีๆ หรือ”

แทบจะมีแต่หลวงปู่เจี๊ยะเท่านั้นที่กล้าต่อปากต่อคำกับหลวงปู่มั่นแบบตรงไปตรงมา  ดังเช่นคราวหนึ่งที่สุขภาพร่างกายของหลวงปู่มั่นไม่สู้จะแข็งแรงนัก  บังเอิญว่ามีญาติโยมถวายเงิน ๑ บาท  หลวงปู่เจี๊ยะพิจารณาเห็นว่า หลวงปู่มั่นอายุมากแล้ว สุขภาพร่างกายก็ทรุดโทรมเพราะขาดอาหารบำรุง จึงเข้าไปกราบเรียนขออนุญาตนำเงิน ๑ บาท ไปเปลี่ยนเป็นนม (สมัยนั้นนมราคากระป๋องละ ๕ สตางค์ เท่านั้น) แล้วถวายให้หลวงปู่มั่นฉัน ร่างกายจะได้มีกำลัง  แต่เมื่อเห็นหลวงปู่มั่นไม่ยินยอม หลวงปู่เจี๊ยะก็เลยกราบเรียนตรงๆ ว่า

“คนแก่ต้องฉันนมบำรุงบ้าง ร่างกายจะได้มีเรี่ยวแรง อาการไข้จะได้ฟื้นขึ้น  กระผมขอนิมนต์ให้ลองฉันนมดูบ้าง”

หลวงปู่มั่นนิ่ง เป็นสัญญาณคำตอบว่าไม่ปฏิเสธ  หลวงปู่เจี๊ยะจึงจัดนมไว้ในตอนเช้าแล้วเข้าไปประเคนถวาย  แต่พอหลวงปู่มั่นเห็นแก้วนมก็ปฏิเสธที่จะรับฉันว่า

“ถ้าฉันนมแล้ว มันมักจะถ่ายท้อง”

หลวงปู่เจี๊ยะเป็นคนจริงอยู่แล้ว  พอได้ฟังหลวงปู่มั่นพูดแบบนั้นก็ตอบว่า

“กระผมคิดว่าควรจะลองดูหน่อย  ถ้าถ่ายท้อง กระผมจะเช็ดจะเก็บทำความสะอาดเอง  ครูบาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง”

หลวงปู่มั่นรับทราบเจตนาของหลวงปู่เจี๊ยะจึงรับนมมาฉันอยู่หลายวันจนทำให้ร่างกายดีขึ้นตามลำดับ  นี่คือสายสัมพันธ์ของครูและศิษย์ซึ่งเหมือนพ่อกับลูกที่มีความสนิทสนมกัน  จากนั้น หลวงปู่เจี๊ยะก็ได้ทำหน้าที่เป็นองค์รักษาบริขารของหลวงปู่มั่นในเวลาต่อมา

กระทั่งวันหนึ่ง ช่วง ๖ โมงเย็น ใกล้พลบค่ำ หลวงปู่เจี๊ยะนำน้ำล้างหน้าใส่ขันไปถวายหลวงปู่มั่นเพื่อใช้ชำระฟัน  ขณะที่กำลังสีฟันอยู่นั้น ฟันด้านข้างของหลวงปู่มั่นได้หลุดออกมา ท่านจึงหยิบยื่นให้แล้วบอกว่า

“เอ้า... ท่านเจี๊ยะเอาไป”

หลวงปู่เจี๊ยะรับฟันซี่นั้นมาไว้ในมืออย่างทะนุถนอม แล้วจึงสร้างเจดีย์บรรจุทันตธาตุของหลวงปู่มั่นเพื่อถวายเป็นคุรุบูชาในเวลาสืบมา

 

ที่มา : หนังสือวินาทีบรรลุธรรม พระอรหันต์มีจริง

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จินต์จุฑา เจนสระคู