ประวัติศาสตร์ยังต้องจารึก !!! ย้อนคดี ต้องโทษติดคุกยาวนานที่สุด ในประเทศไทย ถึง ๑๕๔,๐๐๕ ปี !!! ต้องมีซักกี่ชีวิตถึงจะพอ !!!

Publish 2017-09-19 17:12:42

แบบนี้ก็มีด้วย คนต้องโทษติดคุก ๑๕๔,๐๐๕ ปี ถ้าถามว่าตัวเลขพิมพ์ผิดหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่ได้พิมพ์ผิด เพราะคดีนี้เป็นคดีในประวัติศาสตร์ไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้จะต้องย้อนเวลากลับไปเมื่อราวๆ ๓๐ กว่าปีก่อน ถ้าพูดถึงสมัยนั้น คนทั่วไปน่าจะรู้จัก "นางชม้อย ทิพย์โส" อย่างแน่นอน เพราะเธอคืออภมหานักต้มตุ๋นในระดับตำนาน ที่หลอกกินเงินคนไทยในยุคนั้นกว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท (ถ้าคำนวนเงินย้อนหลังนี่ มูลค่ามันทวีคูณเลยทีเดียว)




คนอาจจะสงสัย นางโกงด้วยวิธีไหน ? ตอนนั้นจะมีประโยคยอดฮิตอย่าง "แชร์น้ำมัน" อยู่ โดยนางชม้อยทำงานอยู่ในองค์กรเชื้อเพลิง และก็ได้วางแผนหลอกคนที่อยากได้เงินเยอะๆมาลงทุนในบริษัท ที่เธอเมคขึ้นว่ามีการซื้อขายแลกเปลี่ยนอย่างดี เรือเดินทะเลถึงกับทำงานไม่เคยหยุด ผลตอบแทนมหาศาล ถ้าใครมาลงทุนร่วมกับเธอรับรองว่าลืมตาอ้าปากได้อย่างแน่นอน

และที่น่าแปลกใจคือ ธุรกิจของนางชม้อย โตขึ้นแบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ชนิดว่ามีเงินนับหมื่นล้านหมุนเวียนเข้ามาในบริษัทของเธอแทบไม่ได้หยุดพักเลยทีเดียว พอเป็นแบบนี้เธอเลยวางแผนขยายอาณาจักรของเธอต่อทันทีเพื่อรวบรวมเงินจากเหยื่อรายใหม่ โดยเอาเงินจากเหยื่อรายใหม่ไปหมุนคืน เหยื่อรายเก่าที่ตกลงทำธุรกิจร่วมกับเธอ

แต่ด้วยความที่ธุรกิจนี้มันดูแปลกๆ กรมสรรพากรจึงอยู่เฉยไม่ได้ จากนั้นก็ได้ลงมือตรวจสอบอย่างจริงจัง และก็ต้องตกใจ เมื่อธุรกิจของนางชม้อยนั้นเป็นสิ่งที่เธออุปโลกน์ขึ้น เงินของลูกค้าที่ได้มาเธอก็เอาดอกเบี้ยกับเงินของเหยื่อรายใหม่มาหมุนแค่นั้น จนในที่สุดเธอก็โดนตำรวจกองปราบบุกเข้ารวบตัวเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ปี ๒๕๒๘ นั่นเอง และได้ทำการยึดทรัพย์สินของเธอทั้งหมด ทำเอาผู้เสียหายต่างช็อกกันไปตามๆกัน


หลังจากสู้คดีอยู่ ๔ ปี ศาลก็ตัดสินให้ นางชม้อย มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓  ให้จำคุก ๑๑๗,๕๙๕ ปี และ ฐานฉ้อโกงตามพระราชกำหนดกู้ยืมเงินที่ฉ้อโกงจากประชาชน พ.ศ.๒๕๒๗ อีก ๓๖,๔๑๐ ปี รวมทั้งหมด จะต้องจำคุก ๑๕๔,๐๐๕ ปีนั่นเอง มันเป็นตัวเลขที่ ตายแล้วเกิดใหม่อีกกี่รอบก็ยังไม่จบ และคดีของเธอก็กลายเป็นหนึ่งในคดีตำนานของไทย มาจนถึงทุกวันนี้

อ้างอิงข้อมูลจาก - News-Lifestyle , meekhao.com



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง