ลือสนั่น ขวัญผวา !!! เมื่อครอบครัวหนึ่ง นำเอาไม้ฝาโลงมาสร้างบ้าน เกิดอาถรรพ์คนที่อยู่อาศัยตายเกือบยกครัว !!!

Publish 2017-09-30 13:45:04

วันที่ ๒๙ ก.ย. มีรายงานว่า ร.ต.อ.มานพ สุนทรารักษ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณสวนหลังบ้านแห่งหนึ่งใน อ.รัตนบุรี จึงเขาตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก ๓๑ จุดรัตนบุรี และหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ รีบไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ที่สวนหลังบ้าน พบร่างของผู้ตายผูกคอห้อยอยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ สูงจากพื้นดินประมาณ ๘๐ เซนติเมตร โดยใช้ผ้าขาวม้าผูกกับกิ่งไม้ ตามร่างกายมีมดแดงรุมกัดเต็มไปทั่ว คาดว่าน่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๕ ชั่วโมง ทราบชื่อต่อมาคือ นายบุญเหลือ อายุ ๓๖ ปี ชาว จ.สุรินทร์ อาชีพรับจ้างทั่วไป



นางพิมพ์ ผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ก่อนที่จะพบศพนายบุญเหลือ ตนกำลังเข้าไปหามันและสาคูที่สวนหลังบ้าน เพื่อที่จะเอาไปต้มกิน ก็ได้เหลือบไปเห็นร่างของนายบุญเหลือ ผู้เป็นหลาน อยู่บนต้นไม้ ตอนแรกก็คิดว่านายบุญเหลือจะขึ้นต้นไม้ไปเก็บเอามะพร้าว ตนจึงได้ตะโกนเรียกและพยายามจะดึงขาให้ลงมา แต่พอมองขึ้นไปบนต้นไม้ชัดๆ อีกที ก็กลับกลายเป็นว่านายบุญเหลือได้ผูกคอตายไปแล้ว จึงได้รีบมาบอกญาติพี่น้องให้มาดู ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าตำรวจให้ทราบ

พี่สาวของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายเป็นคนติดเหล้าและประสาทไม่ค่อยดี เมื่อวานนี้ก่อนเกิดเหตุ นายบุญเหลือได้มาขอเงินกับตน เพื่อที่จะเอาไปซื้อเหล้ากิน แต่ตนบอกว่าวันนี้ไม่มีเงินแต่ก็จะพยายามหามาให้ เพราะรู้ว่าน้องชายของตนเป็นคนที่ขาดเหล้าไม่ได้ พอวันไหนไม่ได้กินเหล้าก็มักจะบ่นว่าอยากจะผูกคอตายทุกครั้งไป ที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน แต่โชคดีที่มีคนมาพบเสียก่อนแล้วก็ช่วยเหลือได้ทัน แต่ในครั้งนี้ไม่มีคนพบ จึงทำให้นายบุญเหลือผูกคอตายได้สำเร็จ


แต่จากเหตุการณ์นี้ ชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันกล่าวขานถึงเรื่องราวอาถรรพ์ของบ้านหลังนี้กันเป็นอย่างมาก เนื่องจากบ้านหลังนี้เดิมมีสมาชิกในครอบครัวอยู่จำนวน ๖ คน เริ่มจากผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตไป จากนั้นพี่ชายคนโตและน้องคนเล็กสุด ก็ได้มาเสียชีวิตตามไปอีก ๒ คน

จนกระทั่งมาถึงนายบุญเหลือเป็นคนที่ ๔ ซึ่งระยะเวลาเกิดเหตุก็ไม่ห่างกันมากนัก จึงเชื่อกันว่าน่าจะเกิดจากอาถรรพ์ของไม้จูงโลง หรือไม้ที่ใช้ทำฝาโลงศพ ที่ครอบครัวนี้ได้นำมาทำเป็นฝาบ้านเมื่อตอนสร้างบ้านใหม่ๆ

ในตอนนั้นก็ได้มีชาวบ้านและผู้รู้ต่างก็ได้ทักท้วงแล้วว่าไม่ดี แต่ครอบครัวนี้ก็ไม่มีใครเชื่อ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ที่สมาชิกในครอบครัวนี้ ได้เสียชีวิตไปทีละคน จึงทำให้หลายคนโดยเฉพาะญาติๆ ของครอบครัวนี้เริ่มคิดวิตกกังวลกัน และจะได้หารือกันเพื่อที่จะทำการรื้อบ้านหลังดังกล่าวนี้ทิ้งภายหลังจากเสร็จงานศพของนายบุญเหลือ และจะได้ทำบุญใหญ่ให้กับบ้านหลังนี้ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุอาถรรพ์กับครอบครัวนี้อีกต่อไป

ขณะที่ครอบครัวนี้จึงเหลือเพียง ๒ คน คือ พ่อที่ป่วยเป็นอัมพาตและพี่สาว ซึ่งทั้งสองได้ย้ายออกมาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งนานแล้ว

อ้างอิงข้อมูลจาก - news.sanook.com



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง

ติดตามข่าวอื่นๆ