อำนาจจิตแห่งหลวงตามหาบัว!! สอนศิษย์ได้อย่างอัศจรรย์ด้วยอภิญญา แค่มองเฉยๆไม่ต้องเอ่ยวาจา ก็สามารถไขปัญหาได้แจ่มแจ้ง

อำนาจจิตแห่งหลวงตามหาบัว!! สอนศิษย์ได้อย่างอัศจรรย์ด้วยอภิญญา แค่มองเฉยๆไม่ต้องเอ่ยวาจา ก็สามารถไขปัญหาได้แจ่มแจ้ง

Publish 2017-10-18 12:11:33

อำนาจจิตแห่งหลวงตามหาบัว!! สอนศิษย์ได้อย่างอัศจรรย์ด้วยอภิญญา แค่มองเฉยๆไม่ต้องเอ่ยวาจา ก็สามารถไขปัญหาได้แจ่มแจ้ง

=============================
ตอน ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์ฯ
=============================
อุบายขู่พระเณรให้รู้ทันจิตตน
อีกคราวหนึ่งครูบาอีกองค์หนึ่งท่านอธิษฐานจิตว่า หากท่านทำอะไรผิด ขอให้พ่อแม่ครูอาจารย์อย่าด่าท่านต่อหน้าผู้คนเลย ท่านว่าท่านอายคนท่านรับไม่ได้ ขอให้บอกกับท่านดีๆ ก็เป็นเรื่องที่แปลกนัก ท่านทำจานใส่อาหารตกแตกในศาลาเสียงดังเพล้งเลยทีเดียว เป็นความผิดพลาดครั้งร้ายแรงนักสำหรับพระกรรมฐานผู้จักต้องมีสติระมัดระวังสำรวมอยู่เป็นนิตย์ แต่ความผิดในครั้งนั้นพ่อแม่ครูอาจารย์เพียงแค่หันมามอง
พอท่านเห็นแล้วก็เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านว่าท่านไม่เคยถูกพ่อแม่ครูอาจารย์ดุด่าต่อหน้าญาติโยมเลย แต่ดุด่าในที่เฉพาะก็มีบ้าง





มีเณรองค์หนึ่งไม่ทราบว่า ภาวนาดีอย่างไรเข้าใจว่าตัวเองสำเร็จธรรมแล้ว จึงพยายามจะขึ้นไปกราบเรียนพ่อแม่ครูอาจารย์ ครูบาที่เป็นเวรศาลา เห็นอาการของเณรก็รู้แล้วว่าแท้จริงเป็นเช่นไรคิดพยายามจะช่วยเหลือจึงกล่าวว่า
"นี่เณร ลองเล่าให้ครูบาฟังหน่อยซิ มันเป็นยังไง ไม่ต้องไปกราบเรียนพ่อแม่ครูอาจารย์ก็ได้หรอก ครูบาพอแนะนำได้อยู่น๊า"
เณรก็พูดขึ้นว่า "ถึงเล่าให้ครูบาฟังก็ไม่รู้เรื่องหรอก ของอย่างนี้มันเป็นปัจจัตตัง"
สุดท้ายครูบาเห็นเณรตั้งท่าจะขึ้นไปกราบเรียนพ่อแม่ครูอาจารย์ให้ได้ก็เลยปล่อยตามความประสงค์ เณรจึงก้าวขึ้นกุฏิของพ่อแม่ครูอาจารย์อย่างอาจหาญ มิหนำซ้ำยังบังอาจเคาะประตูกุฏิท่านอย่างไม่สะทกสะท้านอีกด้วย ทันใดนั้น เณรก็เห็นพ่อแม่ครูอาจารย์เปิดประตูออกมา เณรก็รีบกราบเรียนว่า
"พ่อแม่ครูอาจารย์ครับ ผมสำเร็จแล้วครับ"
ว่าดังนั้นแล้วยังไม่ทันที่เณรจะกราบเรียนว่าอย่างไรต่อ เสียงพ่อแม่ครูอาจารย์ก็ดังขึ้น ไม่ผิดอะไรกับอสนีบาตฟาดลงที่ข้างหู
"เณรนี่มันจะเป็นบ้าแล้วหรือ? หนีเดี๋ยวนี้นะ" เท่านั้นเอง เณรก็เหมือนมีปาฏิหาริย์กระโจนพรวดพราดลงจากกุฏิไวกว่าสายฟ้าแลบเสียอีก วิ่งกระหืดกระหอบออกมาก็พอดีมาพบครูบาซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอด จากนั้นครูบาก็พูดยิ้มๆ กับเณรว่า "เป็นไงบ้างละเณร ของอย่างนี้มันเป็นปัจจัตตัง ไม่เจอกับตัวเองก็ไม่รู้หรอกเนอะ ครูบาบอกแล้วก็ไม่เชื่อ"
ผลปรากฏว่าอาการที่สำคัญตนเช่นนั้นก็ระงับลงไปและองค์ท่านก็มิได้ไล่หนีหรือเอาเรื่องนี้มากล่าวดุด่าอะไรอีกเลย
 



อีกคราวหนึ่งครั้งนี้เป็นพระ คือ ครูบาอีกองค์หนึ่งท่านภาวนาแล้วเกิดสำคัญผิดว่า ตัวเองมีหูทิพย์ขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงลึกลับอะไรต่างๆ มากมาย ครั้งหนึ่งท่านได้ยินเสียงนกร้อง แล้วท่านก็เข้าใจไปว่า นกมันบอกว่าฝนกำลังจะตกแล้ว ท่านก็รีบไปเก็บถ้วยเก็บจานชาม ที่ตากแดดเอาไว้ พอเก็บเสร็จไม่นาน ฝนก็ตกลงมาจริงๆ ยิ่งทำให้ท่านหลงเชื่อเสียงที่ได้ยินหนักเข้าไปอีก ครั้นปรึกษาครูบาองค์ไหนก็ไม่เป็นที่ลงใจ สุดท้ายแม้จะเกรงกลัวเพียงใดก็ต้องยอมเสี่ยงเข้าหาพ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยตนเองเพื่อให้ได้ความจริงได้เหตุผลผิดถูกเอามาสอนตน พอก้าวเท้าขึ้นบันไดกุฏิ ท่านเห็นพ่อแม่ครูอาจารย์ อยู่ข้างบนจ้องมองดูท่านด้วยแววตาดุๆ ท่านก็ชักไม่ค่อยจะกล้าแล้วจากนั้นจึงเอามือชี้มาที่หูของตัวเองแล้วพูดขึ้นว่า "พ่อแม่ครูอาจารย์ครับ หูผม..."
ครูบาองค์นี้กล่าวยังไม่ทันจะจบ กำลังว่าจะพูดอะไรต่อไปอีกปรากฏว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ก็ขนาบเข้าให้ในทันทีว่า "ท่านนี่..ระวังจะเป็นบ้านะ"
พอครูบาได้ยินดังนั้นก็หันหลังลงจากกุฏิเปิดแน่บไปเลย ตอนหลังพ่อแม่ครูอาจารย์ก็เมตตาเทศน์สอนให้บริกรรมพุทโธถี่ๆ ๆ และอย่าไปยุ่งกับเสียงที่ได้ยินอีก เรื่องหูทิพย์ที่วาดภาพไว้ก็เลยจืดจางหายไป
ที่มา  บทที่ ๘ วัดป่าบ้านตาด..สมรภูมิฝึกทายาทธรรมหนังสือญาณสัมปันนธัมมานุสรณ์ชีวประวัติหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน 
ที่มา FB:เพจวัดป่า@watpah และเพจคติธรรมหลวงตา ค้ำจุลชาติศาสนาพระมหากษัตริย์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กิตติ จิตรพรหม