เรื่องใหญ่ ภัยพิบัติ!! นาซ่าเผย 4 ขั้นตอนลับที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน ช่วยพิทักษ์โลกไว้ได้จากภัยอุกกาบาต

เรื่องใหญ่ ภัยพิบัติ!! นาซ่าเผย 4 ขั้นตอนลับที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน ช่วยพิทักษ์โลกไว้ได้จากภัยอุกกาบาต

Publish 2017-11-07 11:40:20

เรื่องใหญ่ ภัยพิบัติ!! นาซ่าเผย 4 ขั้นตอนลับที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน ช่วยพิทักษ์โลกไว้ได้จากภัยอุกกาบาต

วันนี้เฟสบุ๊ค :เพจของหมีCNNได้โพส เล่าวิธีการที่ทางองค์การนาซ่าพยายามหาวิธีช่วยโลกเราให้พ้นจากการจะโดนดาวเคราะห์พุงชน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนยุคจากยุดไดโนเสาร์มาเป็นยุคปัจจุบัน เพราะโลกเกิดหายนะสัตว์และสิ่งมีชีวิตอย่างไดโนเสาร์ล้มหายตายจากโลกเกือบหมด โดยทางนาซ่าได้นำเสนอ 4 วิธีตามที่คุณหมีCNN และทีมการแปลได้แปลเนื้อหาบทความ และโพสให้คนไทยได้อ่านดังนี้




06-11-60/11 : Divert, intercept, destroy: 4 ways NASA plans to save us from Earth-bound asteroids! เบนทิศทาง สกัดกั้น และทำลาย สี่วิธีที่นาซ่าวางแผนช่วยโลกจากดาวเคราะห์น้อยที่มุ่งมายังโลก ในระหว่างที่สำนักงานการปกป้องโลกของนาซ่าใช้ดาวเคราะห์น้อย “2012 TC4” เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการตอบโต้ภัยคุกคามจากวัตถุใกล้โลก (นีโอส์) ทำให้เห็นวิธีการ 4 ขั้นตอนที่นานาชาติหวังว่าจะสามารถช่วยโลกไม่ให้สูญพันธุ์เหมือนไดโนเสาร์ได้!
---------------------------------------------------------------------------
RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : เบนทิศทาง
สกัดกั้น และทำลาย สี่วิธีที่นาซ่าวางแผนช่วยโลกจากดาวเคราะห์น้อยที่มุ่งมายังโลก
ในระหว่างที่สำนักงานการปกป้องโลกของนาซ่าใช้ดาวเคราะห์น้อย “2012 TC4” เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการตอบโต้ภัยคุกคามจากวัตถุใกล้โลก (นีโอส์) ทำให้เห็นวิธีการ 4 ขั้นตอนที่นานาชาติหวังว่าจะสามารถช่วยโลกไม่ให้สูญพันธุ์เหมือนไดโนเสาร์ได้


1.เครื่องฉุดดึงแรงโน้มถ่วง : เป็นที่ทราบกันดีว่าไม่มีอาวุธไดมีอานุภาพเพียงพอที่จะทำลายดาวเคราะห์น้อยที่รับรู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ นาซ่าเชื่อว่าวิธีที่ปลอดภัยที่สุดที่จะเลี่ยงเหตุการณ์หายนะคือการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า
ดาวเคราะห์น้อยที่มุ่งมายังโลกต้องได้รับการตรวจพบล่วงหน้าหลายทศวรรษ หากนักวิทยาศาสตร์ต้องการโอกาสเพื่อหยุดยั้งหายนะ แน่นอนว่าพวกเขาต้องการเวลาเพื่อที่จะสามารถศึกษาองค์ประกอบและหาวิธีเบี่ยงเบนวงโคจรที่จะใช้ก่อนภารกิจจริงๆ
หากสามารถตรวจจับดาวเคราะห์น้อยได้ล่วงหน้า มันจึงเป็นไปได้ที่จะเบนวงโคจรของมันโดยใช้แรงโน้มถ่วงจากยานอวกาศที่โคจรอยู่รอบโลก ในอนาคต เราอาจใช้เครื่องดึงแรงโน้มถ่วงโคจรรอบๆดาวเคราะห์ เพื่อค่อยๆเปลี่ยนทิศทาง เบนวงโคจรของมันออกไปในระยะที่ปลอดภัย เพื่อให้เราสามารถศึกษามันหรือทำการขุดเอาแร่ธาตุต่างๆมาใช้ในเชิงพาณิชย์


2. การกร่อนด้วยเลเซอร์ : ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2013 อุกกาบาตเชลยาบินสก์ได้เป็นเป็นเครื่องเตือนที่ดีสำหรับภัยคุกคามจากนีโอส์ เมื่ออุกกาบาต เข้ามายังชั้นบรรยากาศของโลกโดยไม่มีการตรวจจับแต่อย่างใด ก่อนจะระเบิดเหนือน่านฟ้ารัสเซียด้วยกำลังที่มากกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิม่า 20-30 เท่า
ในอนาคต วัตถุที่คล้ายกับอุกกาบาตเชลยาบินสก์ดังกล่าวเป็นเป้าหมายของการกร่อนด้วยเลเซอร์ ที่เป็นวิธีการใช้เลเซอร์เพื่อฉายลำแสงไปยังพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย เปลี่ยนสภาพมันจากของแข็งให้เห็นแก๊ส งานวิจัยจากห้องปฎิบัตการณ์ขั้นสูงด้านแนวคิดเกี่ยวกับอวกาศ มหาวิทยาลัยสแตรทไคลด์ แสดงให้เห็นว่า การใช้รังสีจากดวงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานสำหรับยานอวกาศที่ติดตั้งเครื่องยิงเลเซอร์ขนาดใหญ่ นั้นเป็นไปได้
การเปลี่ยนหินให้กลายเป็นแก๊ส จะช่วยทำลายชิ้นส่วนต่างๆที่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อโลกในอนาคตได้ และด้วยวิธีการดังกล่าว จึงไม่มีความจำเป็นในการขับยานอวกาศเพื่อไปลงจอดบนพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยซึ่งเป็นภารกิจที่เสี่ยงอันตรายด้วย


3. เครื่องชนพลังงานจลน์ : นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ”เครื่องชนพลังงานจลน์” หรือจรวดที่จะใช้ผลักดันดาวเคราะห์น้อยออกจากวงโคจร น่าจะมีประสิทธิภาพกับวัตถุที่ใกล้โลกที่มีขนาดใหญ่ โดยในอนาคตอันใกล้นี้ นักวิทยาศาสตร์มีแผนที่จะทดลองปล่อยจรวดเพื่อศึกษาถึงวิธีการนี้ โดยเป็นโครงการร่วมของนาซ่า-อีซ่า ในการส่งกระสวยอวกาศสองลำเพื่อสกัดกั้นดาวเคราะห์น้อยดีไดมอสที่จะเข้าใกล้โลกในปี 2022 โดยขั้นตอนแรก กระสวยอวกาศลำแรก หรือ ดาร์ท จะพุ่งเข้าไปปะทะกับดาวเคราะห์น้อยเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนกระสวยอวกาศลำที่สอง หรือ เอมจะเข้าไปในวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย เพื่อเก็บข้อมูลการชน และหวังว่ากระสวยอวกาศเอม จะสามารถเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สามารถใช้ป้องกันโลกได้ในอนาคต


4. เครื่องชนพลังงานนิวเคลียร์ : วิธีนี้ถูกใช้เป็นวิธีสุดท้าย การใช้นิวเคลียร์เพื่อเบี่ยงเบนวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยจากโลกจะเป็นการท้าทายทางศีลธรรมและการเมือง นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ได้ศึกษาวิธีการใช้เครื่องชนนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในปี 1967 ที่ถูกเรียกว่าโครงการอิคารัส กลุ่มนักศึกษาได้แนะนำให้นาซ่าใช้จรวดซาเทิร์น 6 ลูกเพื่อเป็นตัวขับดันในโครงการดวงจันทร์และให้เพิ่มหัวรบนิวเคลียร์อีก 44,000 ปอนด์ในแต่ละลูก โดยทางทีมวิจัยได้แถลงว่าจรวจซาเทิร์น-อิคารัสจะถูกติดตั้งที่ดาวเคราะห์น้อย 13 วันก่อนเข้าปะทะโลก และในช่วง 10 วันหลังจากนั้น และทุกๆ 10 วันจากนั้น โดยโครงการดังกล่าวมีโอกาสสำเร็จสูงถึงร้อยละ 71 ในขณะที่อีกร้อยละ 86 สำหรับการลดผลกระทบจากการชนกับโลก
อย่างไรก็ดี จากสนธิสัญญาว่าด้วยอวกาศ ได้ห้ามไม่ให้มีการใช้อาวุธทำลายล้างสูงในอวกาศ หมายความว่านานาชาติต้องทำประชามติก่อนจะทำการปล่อยจรวดหัวรบนิวเคลียร์ทุกครั้งที่มีอุกกาบาตพุ่งตรงมายังโลก
ข้อมูลและภาพต้นเรื่องจาก  https://www.rt.com/news/408805-nasa-earth-asteroids-plans/
ที่มา FB เพจ หมีCNN และทีมแปลบทความจากเวป www.rt.com


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กิตติ จิตรพรหม