วันขึ้นปีใหม่ปีแรกของสยาม!! ๒๔ ธันวาคม จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศ เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ จาก ๑ เมษายน  เป็น ๑ มกราคม #วันนี้ในอดีต !!

วันขึ้นปีใหม่ปีแรกของสยาม!! ๒๔ ธันวาคม "จอมพล ป. พิบูลสงคราม" ประกาศ เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ จาก ๑ เมษายน เป็น ๑ มกราคม #วันนี้ในอดีต !!

Publish 2017-12-24 10:14:51

           วันที่ ๒๔ ธันวาคม ปีพ.ศ. ๒๔๘๓ (ค.ศ. ๑๙๔๐) รัฐบาลไทยในสมัยนั้น นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ซึ่งแต่เดิมประเทศสยาม หรือไทยเราจะขึ้นปีใหม่วันที่ ๑ เมษายน ของทุกปี จากประกาศนี้จึงมีผลทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ ๑ เมษายน (เดิม) มาเป็นวันที่ ๑ มกราคม (ใหม่) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับบรรดานานาอารยประเทศ ดังนั้นปี พ.ศ. ๒๔๘๓ จึงมีเพียง ๙ เดือน




             ในปี ๒๔๘๓ รัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม มีนโยบายปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นสากล ครม.จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งพิจารณาเรื่องวันขึ้นปีใหม่ ที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จาก ๑ เมษายนเป็น ๑ มกราคม ด้วยเหตุผลว่าให้เป็นไปตามสากลที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก

             โดยเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ขัดกับหลักพระพุทธศาสนา ทั้งยังเป็นการเลิกเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพุทธศาสนาด้วย จึงได้ประกาศในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และนายพลเอกเจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน เป็นคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ มีความว่า ..

         โดยที่จารีตประเพณีของไทยแต่โบราณมา ได้ถือวันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้ายเป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นการสอดคล้องต้องกับคติแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งถือฤดูเหมันต์เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ ต่อมาจารีตอันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามคติพราหมณ์ ซึ่งใช้วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ เป็นวันขึ้นปีใหม่ ครั้นภายหลังเมื่อทางราชการนิยมใช้สุริยคติ จึงได้ถือเอาวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นต้นปีใหม่มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๓๒

         แต่ในอารยประเทศทั้งปวง ตลอดถึงประเทศใหญ่ๆทางปลายบูรพทิศนี้ ได้นิยมใช้วันที่ ๑ มกราคมเป็นวันขึ้นต้นปีใหม่ การนิยมใช้วันที่ ๑ มกราคมนี้ มิได้เกี่ยวข้องกับลัทธิศาสนา จารีตประเพณี หรือการเมืองของชาติใด ประเทศใด แต่เป็นการคำนวณโดยวิทยาการทางดาราศาสตร์ และนิยมใช้กันมาเป็นเวลากว่าสองพันปี เมื่อประเทศไทยได้นิยมถือสุริยคติตามอย่างนานาประเทศแล้ว ก็เป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นต้นปีใหม่เหมือนอย่างประเทศทั้งหลาย เพราะวันที่ ๑ มกราคมก็ใกล้เคียงกับวันแรม ๑ ค่ำของไทย และเป็นการใช้ฤดูหนาวเริ่มต้นปี การใช้วันที่ ๑ มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ จะเป็นการสอดคล้องตามจารีตประเพณีโบราณของไทย ต้องตามคติแห่งพระบวรพุทธศาสนา และได้ระดับกับนานาอารยประเทศทั้งมวล

         อนึ่ง ได้มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติปีปดิทิน พุทธศักราช ๒๔๘๓ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๓ และพระราชบัญญัตินั้นก็เป็นอันใช้ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นอันว่าทางรัฐนั้นได้ใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันเริ่มปีใหม่แล้ว จึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ คณะสงฆ์ และอาณาประชาราษฎรทั้งมวล นิยมถือวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ให้ถือเป็นจารีตประเพณีของชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

         และขอให้ปีใหม่วันเริ่มขึ้นในวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๔ นี้ จงเป็นเวลารุ่งอรุณแห่งชีวิต ให้ชาติไทยได้รับความเจริญและก้าวหน้าขึ้นสู่ความรุ่งโรจน์ใหญ่หลวง ให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงได้รับความร่มเย็นเป็นสุขทั่วกันเทอญ ประกาศมา ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจุบัน

(หมายเหตุ : . ปี ๒๔๘๓ ซึ่งตรงกับสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘.)

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ป. พิบูลสงคราม

(นายกรัฐมนตรี).


          ด้วยประกาศฉบับนี้ ประเทศไทยจึงเริ่มใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๘๔ เป็นต้นมา ทำให้ปี ๒๔๘๓ เป็นปีที่สั้นที่สุดของประเทศไทย เคยยาวไปถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ก็หดสั้นลงแค่วันที่ ๓๑ ธันวาคม เหลือเพียง ๙ เดือนเท่านั้น ประชาชนชาวไทยได้ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงวันขึ้นปีใหม่นี้ด้วยดี ต่างไปตักบาตรทำบุญที่ท้องสนามหลวงในวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๘๔ แทนการใส่บาตรในวันที่ ๑ เมษายน ประเทศไทยจึงก้าวเข้าสู่ความเป็นอารยประเทศอีกอย่างหนึ่งตามนโยบายของ “ท่านผู้นำ”

          กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติกันในวันขึ้นปีใหม่ก็คือ ทำบุญใส่บาตร ส่งบัตรอวยพร ให้ของขวัญ และจัดงานเลี้ยงกันในกลุ่มญาติมิตร รวมทั้งทำความสะอาดบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เพื่อให้ชีวิตปีใหม่สดใส และเป็นโอกาสดีที่จะตั้งสติทบทวนการดำเนินชีวิตที่ผ่านมา เพื่อจะได้แก้ไขไม่ให้เกิดข้อบกพร่องผิดพลาดขึ้นในปีใหม่ ที่ทุกคนตั้งความหวังไว้ว่า ชีวิตจะต้องดีขึ้นกว่าปีเก่า.

 

(พระสงฆ์รับบิณฑบาตร ประชาชนที่บริเวณท้องสนามหลวงในวันขึ้นปีใหม่ (ปีแรกตามประกาศ) เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ปี พุทธศักราชที่ ๒๔๘๔.)

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เพจ เรื่องเล่า ภาพเก่า  ในอดีตราชบุรี.



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ