ศึก 2 พระดัง...ฉะกันยับ !!! "หลวงพี่น้ำฝน" โต้ "พระพยอม" หลังเปรียบเทียบแรง !!! "กระเป๋ามหามงคล" กับ "ตูน บอดี้สแลม" #มีคลิป

Publish 2018-01-03 16:05:07


จากที่กระแสโซเชียลกำลังพูดถึงอย่างรุนแรงในวงการปลุกเสกนั้นคงหนีไม่พ้น กระเป๋ามหามงคล วัดไผ่ล้อม ที่จัดสร้างโดยหลวงพี่น้ำฝน โดยเพจสาธารณะ Line Share โจโฉ ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวไว้อย่างละเอียดดังต่อไปนี้...

(พระพยอม)

(หลวงพีน้ำฝน)




หลวงพี่น้ำฝน ออกโรงโต้ พระพะยอม บอกทำเรื่องการกระเป๋ามหามงคล คิดมานานกว่า 7 ปี กว่าจะได้ผลิตออกจำหน่าย เผยตั้งใจช่วยโรงพยาบาลมานานหลายปี บอกพระพะยอมอย่าโยงว่าจะเทียบชั้นตูน บอร์ดี้สแลม วิ่งโครงการก้าวคนละก้าว บอกคนละชั้นกัน เพราวัดไผ่ล้อมไม่ได้ขอบริจาค แต่เป็นการร่วมทำบุญจากศรัทธา และไม่ได้สร้างความงมงายในเรื่องการโชคลาภจากกระเป๋า แต่คนนิยมเพราะศรัทธาในตัวและหลวงพ่อพูล

วันที่ 3 มกราคม 61 กระแสร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากวัดไผ่ล้อม ได้มีการเปิดตัว กระเป๋ามหามงคล “พูล เพิ่ม ทรัพย์” ซึ่ง ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของวัดไผ่ล้อม บอกว่า เป็นนวัตกรรมใหม่ สำหรับกระเป๋าที่จะเป็นการเสริมเสริมบุคลิกราศี โชคดีมีลาภ ถูกโฉลกร่ำรวย เติมเต็มยอด เงินทองไหลมาเทมา เมตามหานิยม

โดยมีทั้งกระเปาใส่เงิน กระเป๋าสะพาย และกระเป๋าหิ้ว หลากหลายรูปแบบ โดยมีหลายคนออกมาวิจารณ์ว่า เหมือนกับกระเป๋า หลุยส์วิตอง ซึ่งเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลก ซึ่งพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า กระเป๋าที่ผลิตออกมาจำหน่ายนั้นจะเป็นการนำรายได้ไปช่วยสนับสนุนการก่อสร้างอาคารรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม แต่ก็ได้รับการคัดค้านและไม่เห็นด้วยจาก พระพะยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดป่าสวนแก้ว ถึงความไม่เหมาะสมและกระเป๋าดังกล่าวจะไม่สามารถนำเงินทองเข้ากระเป๋าได้ และหากจะนำรายได้ไปช่วยสนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ นั้น คำถามคือ กระเป๋าดังกล่าวจะสามารถสู้กับการหารายได้จากการวิ่ง ของ ตูน บอร์ดี้สแลมได้หรือไม่ จนเกิดเป็นกระแสสองฝั่งที่มีแนวความคิดต่างกัน

โดย หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้ออกมาแสดงความเห็นตอบโต้กับสิ่งที่พระพะยอม ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า กระเป๋าที่ได้ออกมาจำหน่ายนั้น เป็นความตั้งใจมาตั้งแต่ 7 ปี แล้วและเพิ่มาเจอผู้ผลิตที่ทำงานได้สวยงาม และวัตถุมงคลต่างๆนั้น สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่ละลึก เป็นกำลังใจ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มิใช้สร้างให้หลงงมงาย อิทธิและปาฎิหาริย์ นั้นเกิดจากแรงศรัทธาของญาติโยม เป็นเรื่องของใครที่อยากจะช่วยร่วมบุญกับหลวงพี่ และหลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสที่ล่วงลับ

ส่วนกระแสที่พระพะยอม ได้บอกว่า กระเป๋านี้จะมาสู้กับกระแสของคุณตูน บอร์ดี้สแลม ต้องบอกว่าอย่าเอามาทเทียบกัน และมันต่างกันเพราะอาตมามีญาติโยมมาถวายปัจจัยให้อาตมา ซึ่งอาตมาก็มีของที่ระลึกให้กลับไป มันต่างกันตรงที่ ตูน บอร์ดี้แสลม นั้นเป็นการวิ่งเพื่อขอรับเงินบริจาค แต่ถือว่าเป็นการทำดีก็ต้องถือว่าน่ายกย่อง แต่อย่าเอามาเทียบกันเพราะมันคนละชั้นกัน อาตมาทำมาหลายปีแล้วให้กลับไปดูว่าที่ผ่านมาทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล หรือแม้แต่การสนับสนุนกิจกรรมของตำรวจ ก็ทำมาโดยตลอดหลายปีแล้ว อยากจะให้ไปดูว่าอาตมาทำอะไรไปบ้างและไม่เคยไปเรี่ยรายหรือขอรับบริจาคจากใคร เพราะนโยบายวัดไผ่ล้อมนั้นไม่ได้มีการทำแบบนั้น ซึ่งก็เป็นมาตั้งแต่สมัย หลวงพ่อพูล ยังคงอยู่ และท่านสอนมาอย่างนี้ คือการมอบของที่ละลึกให้ กับญาติโยม คือมันเปรียบกันไม่ได้มันคนชั้นกัน



สำหรับกรณี ความเห็นต่อพระพะยอม นั้น ก็ต้องขอถวายความเคารพ เพราะท่านเป็นพระชั้นราช ส่วนอาตมานั้นเป็นพระผู้น้อย แต่ว่าพระผู้น้อยนั้นได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมามากมาย พระเดชพระคุณจะทำอะไรให้กับสังคมก็ทำไปก็ดีแล้ว อาตมาก็ทำประโยชน์ตามแนวทางไป แต่ถ้ามาเทียบชั้นกัน อาตมาอายุน้อยขนาดนี้ พระเดชพระคุณอายุเท่านั้น ถามว่าจะมีสติปัญญา จะมีสมอง จะทำอะไรเพื่อสังคมได้ไหม นี่คือการเสียสละ นั่นคือการปลงนั่นเอง เพราะฉะนั้นทำคนเราต้องเกิดแก่ เจ็บ ตาย ตามรอยที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ให้แนวทางไว้ พระเดชพระคุณเคยทำความดีอะไรไว้ ก็ดีแล้ว อาตมาก็ทำความดีไม่เคยด่างพร้อยใดใดทั้งสิ้น ฉะนั้นไปดูเอาครับ ใช้สองตาดูเอาว่ามีอะไรบ้าง

ฉะนั้นอาตมาก็พูดด้วยความบริสุทธิ์ใจที่สุดและด้วยความเคารพต่อพระผู้ใหญ่ ฉะนั้นในระยะการบวชของอาตมา 20 กว่าปี ก็ทำมาตลอด นั่นคือการปลงได้ ซึ่งการได้ผ่านการสูญเสีย ตั้งแต่ หลวงพ่อพูล หรือ โยมแม่ ที่ผ่านมานั้น ก็เหลือทำแต่ความดี เพื่อทดแทนพระคุณครูบาอาจารย์ และเป็นสิ่งที่คอยสั่งสอนศิษยานุศิษย์ มาตลอดเมื่อเขาทราบข่าว ก็พร้อมใจมาช่วยกันในเรื่องการทำกระเป็นมหามงคลนี้ โดยที่เขาได้ของกลับไป แล้วไปทำให้เขาหลงงมงายได้อย่างไร ก็ขอฝากไว้ตรงนี้

ขณะที่ วันนี้มีการสั่งกระเป๋า และผ้าพันคอสาลิกา มหาสเน่ เพียงวันเดียว 2 แสนกว่าบาท ถ้านับจากการเปิดตัว ถึงวันนี้มียอดจำหน่ายไป 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งผู้ที่นิยมสั่งซื้อมาบูชาส่วนใหญ่ช่วงนี้จะเป็นลูกศิษญ์ชาวจีนที่มีการสั่งปากต่อปาก ซึ่งทางวัดบอกว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ โครงการนี้อีกเพื่อนำรายได้มาสนับสนุนการซื้อุปกรณ์การแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ที่ต้องใช้เงินอีกจำนวนมาก โดยยังมีกระแสวิจารณ์ ใน 2 ด้านอย่างต่อเนื่องและมีประเด็นที่ร้อนแรงในกรณีดังกล่าว

อ้างอิงข้อมูลจาก - เพจสาธารณะ Line Share โจโฉ 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง

;