น้อมส่งหลวงปู่สู่นิพพาน.."หลวงปู่สรวง วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์"ละสังขาร วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๑ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. สิริอายุ ๘๔ ปี ๑๑ เดือน ๑๑ วัน

Publish 2018-01-26 09:22:14

หลวงปู่สรวง วรสุทโธ วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้ละสังขารอย่างสงบ ในวันอังคารที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๑ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. สิริอายุ ๘๔ ปี ๑๑ เดือน ๑๑ วัน พรรษา ๕๙

ขอน้อมส่งองค์หลวงปู่สรวง สู่พระนิพพาน

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต

มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต

มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต

กรรมใดที่ลูกได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อองค์หลวงปู่สรวง วรสุทโธ ด้วยกายกรรม ด้วยวจีกรรม และด้วยมโนกรรม ที่ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ด้วยความขาดสติรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือด้วยความโง่เขลาเบาปัญญา ขอองค์หลวงปู่สรวง ได้โปรดเมตตางดโทษล่วงเกินนั้นให้แก่ลูกหลานนับจากนี้เป็นต้นไปเทอญ

ประวัติปฏิปทาย่อของหลวงปู่สรวง วรสุทโธ

พระครูสุทธิวราภรณ์ (หลวงปู่สรวง วรสุทโธ) เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี หรือ หลวงปู่สรวง วรสุทฺโธ นามเดิม สรวง นามสกุล พรหมสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๖ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ณ บ้านเลขที่ ๑ หมู่ ๑๐ บ้านน้อยนาเวิน ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันจังหวัดอำนาจเจริญ)



ตัดสินใจอุปสมบทตามเพื่อนครั้งที่ ๑ ณ วัดศรีบุรีรัตนาราม ตำบลปากเพียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๖ อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ เพื่อถวายเป็นพระราชชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเสด็จนิวัติกลับประเทศไทยหลังจากเรียนจบจากประเทศอังกฤษ แล้วได้แยกกันไปจำพรรษา ณ วัดบ้านพึ่ง อำเภอ เดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มีโอกาสได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ หลวงปู่แขม หลวงปู่แขมได้สอนวิชาอาคมต่างๆ อยุ่จวบจนตลอดพรรษา พ.ศ.๒๔๙๗ ปลายปีออกพรรษาเสร็จก็ได้ลาสิกขาและได้ไปทำงานต่อที่กรุงเทพฯ

หลังจากลาสิกขาแล้วก็ไดไปทำงานต่อที่กรุงเทพฯ ใช้ชีวิตในวัยหนุ่มอย่างสนุกสนานไม่ได้สนใจอะไรเที่ยวเล่นไปวันๆ ด้วยความที่เคยบวช และมีอุปนิสัยในการบวช อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตฆราวาส เบื่อหน่ายในหน้าที่การงาน ชีวิตเรานอกจากจะกินเที่ยวแล้วก็หาสาระแก่นสาระอะไรไม่ได้เลย ไม่มีคุณค่าและความหมายสมกับได้เกิดมา มีแต่ชักนำไปในทางที่ผิดมีแต่คิดไปในสิ่งที่ตกต่ำ ต่อไปนี้สิ่งใด ที่มันอยากทำเราก็จะไม่ทำ สิ่งไหนที่มันต้องการมากๆ เราก็จะไม่หามาให้มันลองดูสิทำไม่มันหลงมัวเมาอยู่อย่างนี้พอหนักๆ เข้ามันหลายปีก็มาหวนคิดอยากบวชให้โยมพ่อโยมแม่

พ.ศ.๒๕๐๐ ได้เข้าพิธีอุปสมบทโดยมีเจ้าอธิการคำ อิณณมุตโต วัดบางชะแงะ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันจังหวัดอำนาจเจริญ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ก่อนเข้าพรรษาได้ลาญาติโยมไปจำพรรษากับหลวงปู่แขม ที่วัดสำเภาร่ม อำเภอเดิมบางยางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เพราะยังมีความสนใจในสรรพเวทย์วิทยาคมต่างๆ ตามประสาความนิบมของคนในสมัยนั้น ได้จำพรรษากับหลวงปู่แขม ๒ พรรษาแล้วได้ตัดสินใจกราบลาหลวงปู่แขมเพออกเดินธุดงคืไปหาพระอาจารย์ฝ่ายกรรมฐาน และตั้งใจจะไปหาพระเอาจารย์จวนซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น และหลวงปู่คำบุ ธมมธโร ซึ่งท่านเป็นสหธรรมิกกับพระอาจารย์จวนซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ซึ่งท่านมึความชำนาญในเรื่องการฝึกกรรมฐาน และจาริกธุดงค์ หลวงปู่สรวงท่านได้มาพักปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่คำบุอยู่ป่าช้าใกล้บ้านเหล่าขวาวเป็นป่าดงใหญ่ซึ่งอยู่ติดกับเขตบ้านโคกเลาะและบ้านเหล่าขวาว ก่อนเข้าพรรษาในปีนั้นได้อำลาญาติโยมออกธุดงค์ไปพร้อมกับพระอาจารย์คำบุ เพื่อไปหาพระอาจารย์จวน ณ ถ้ำจันทร์ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย

พ.ศ.๒๕๐๒ อายุ ๒๔ ปี พรรษา ๑ ได้ญัตติใหม่เป็นธรรมยุติกนิกาย ณ วัดประชานิยม ตำบลค้อใต้ อำเภอสว่างดินแดน จังหวัดสกลนครเพื่อศึกษาในด้านกรรมฐานแล้วได้ออกธุดงค์ไปหาหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกองเพล

พ.ศ.๒๕๐๓ - พ.ศ.๒๕๐๗ อายุ ๒๗ - ๓๑ ปี พรรษ ๒ - ๖ จำพรรษาที่วัดโพนเมืองน้อยและวัดป่าบ้านเหล่าขวาว ตำบลโพนเมืองน้อย จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันจังหวัดอำนาจเจริญ) กลับมาจำพรรษาอยู่ที่บ้านเพื่ออยู่อุปการะโยมแม่ซึ่งแก่ชรา แล้วนำญาติโยมชาวบ้านก่อสร้างศาลาการเปรียญ และเสนาสนะต่างๆ อีกเป็นจำนวนมากเช่น ศาลาบ้านโพนเมืองน้อย ศาลาบ้านเหล่าขวาว และศาลาบ้านโคกเลาะ เป็นต้น ในระหว่างออกพรรษาของแต่ละปีหลวงปู่จะออกธุดงค์ไปหาครูบาอาจารย์และได้ร่วมเดินไปด้วยกัน ๔ องค์คือ พระอาจารย์จวน พระอาจารย์วัน พระอาจารย์คำบุ พระอาจารย์สิงห์ทอง และบางครั้งก็เดินธุดงค์ไปพร้อมกับ พระอาจารย์วัน อุตตโม เพียงสององค์


ครูอาจารย์ที่หลวงปู่เคยอยู่อบรมกัมมัฏฐานและจำพรรษาด้วยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ - พ.ศ. ๒๕๒๔

๑. พระครูพุฒิวราคม วัดประชานิยม

๒. หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกองเพล

๓. หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์

๔. หลวงปู่เทสส์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง

๕. หลวงปู่บุญ ชินวํโส วัดประชานิยม

๖. หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม วัดป่าอรัญวิเวก

๗. หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร

๘. หลวงปู่คำดี ปภาโส สำนักสงฆ์ถ้ำผาปูนิมิต

๙. พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ วัดเจติยาคิรีวิหาร ( ภูทอก )

๑๐. พระอาจารย์วัน อุตฺตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม ( ถ้ำพวง )

๑๑. พระอาจารย์คำบุ ธมฺมธโร วัดสันติวนาราม

๑๒. พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร วัดป่าแก้วชุมพล

๑๓. พระอาจารย์มหาสีทน สำนักสงฆ์ถ้ำผาปูนิมิต

๑๔. หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสระแก

หลวงปู่สรวง วรสุทฺโธ วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ ได้เมตตาอนุเคราะห์คณะสงฆ์และชาวบ้าน ซึ่งประกอบด้วย บ้านโคกเลาะ บ้านเหล่าขวาว บ้านอำนาจ สร้างเหรียญมงคลรุ่น “รักบ้านเกิด” ขึ้นเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างเสนาสนะต่างๆ ภายในวัดเพื่อในการประกอบกิจของสงฆ์ และชาวบ้านต่อไป ดังคำกล่าวของหลวงปู่ว่า..

การได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสานาถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐ

ฉะนั้นจงอาศัยร่างกายอันนี้ บำเพ็ญบุญกุศลให้มากๆ จะได้ไม่เสียที ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์และพบพระพุทธศาสนา . . .”

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

ท่องถิ่นธรรม พระกัมมัฏฐาน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน