ใกล้ถึงวันแห่งความรัก และรู้ไหมความรักคืออะไร !?! คติธรรมสุดเลิศ โดย "ท่านชยสาโรภิกขุ" ที่อ่านแล้วจะเข้าใจคำว่า "รัก" มากขึ้น

Publish 2018-02-10 14:26:45

ใกล้ถึงวันแห่งความรัก บางคนก็มักมองโลกสดใส แต่หารู้ไม่บางทีในความรักที่แสนงดงามนั้นอาจจะแฝงอะไรบางอย่างไว้ก็ได้ โดยทางเพจสาธารณะชื่อ สาขาวัดหนองป่าพง ได้แชร์เรื่องราวจาก ท่านชยสาโรภิกขุ ที่พูดถึงเรื่องความรักได้อย่างดีเยี่ยมโดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้...



ความรักแบบโรแมนติก คงประกอบไปด้วยความอยากได้ในทางเพศเป็นธรรมดา ความอยากหรือความต้องการนี้เรียกว่าเป็น กิเลส เพราะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความสงบและปัญญา

แต่ในเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ ฆราวาสผู้ยังต้องการเอากิเลสนี้ไว้ก่อน ควรควบคุมมันให้ดี ไม่หลงใหล ไม่ตกเป็นทาสของมัน ไม่ให้กามเป็นศูนย์กลางของชีวิตคู่ เพราะกามมีจุดเบื่อ และเมื่อจุดเบื่อของทั้งสองคนไม่ตรงกัน

กามเป็นต้นเหตุให้เกิดความทะเลาะวิวาท ความขัดข้องใจ ความน้อยใจ ความเคืองใจได้ง่าย

ยิ่งกว่านั้นความมักมากในกาม อาจนำไปสู่การนอกใจได้ ซึ่งบ่อนทำลายความสงบ และความไว้วางใจในบ้าน อาจทำให้คู่ที่เคยรักกันมากไม่อยากเห็นหน้ากันอีกเลย และหย่าในที่สุด

สำหรับคู่ที่มีลูกแล้ว ผลกระทบของการผิดศีลข้อ 3 ก็หนักยิ่งขึ้น อาจจะมีผลร้ายต่อความสุขและสุขภาพจิตของลูกในระยะยาว

กิเลสก็มีเหตุผลของมันเหมือนกัน ผู้ผิดศีลข้อที่ 3 มักจะมีข้ออ้างอยู่เสมอ

ผู้ชายชอบอ้างธรรมชาติของความต้องการทางเพศ ผู้หญิงชอบอ้างความรัก

ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง อยากจะให้เข้าใจว่า ไม่ใช่ฉันทำ ความต้องการของร่างกายพาทำหรือ ความรักพาทำ

จริงอยู่ปุถุชนธรรมดาต้องเผชิญหน้ากับความยั่วยุจากร่างกายหรืออารมณ์เป็นประจำ แต่จะถึงขั้นละเมิดศีลจริงๆ ขอพูดตรงๆว่าเป็นเพราะ อยากละเมิด ไม่ใช่อย่างอื่น

ถ้าคนเรารักษาศีลเฉพาะเวลาที่ไม่มีกิเลส ศีลก็คงไม่ใช่ศีล

เพราะศีล เจตนางดเว้น มีหน้าที่เป็นรั้วกันบาปกรรม การฝึกความอดทน ความยับยั้งชั่งใจโดยมีศีลเป็นเครื่องระลึกของสติ เป็นทางสู่การเลี่ยงกรรมชั่วและความปลอดภัย


การแต่งงานน่าจะหมายถึงว่า เราสัญญากับสามี หรือ ภรรยาว่า จะไม่หากามสุขนอกบ้าน คือ ยอมเสียสละความสุขในทางนี้บ้าง เพื่อความถูกต้องต่อคู่ครอง และเพื่อเสวยความสุขในการเป็นผู้ตรง ไม่หลอกลวง ไม่ทรยศ

เพื่อความภูมิใจและความเคารพนับถือตัวเองว่าเป็นผู้ทรงศีล และศีลนี่แหละที่เป็นฐานของการเข้าถึงความสุขของสมาธิ ซึ่งเลิศกว่ากามสุขอย่างเทียบไม่ได้เลย

เมื่อแต่งงานแล้ว จะอยู่ในโลกโดยไม่เกิดความรู้สึกชอบใคร หรือไม่รู้สึกในเสน่ห์ดึงดูดของใครเลยคงเป็นไปได้ยาก

เราห้ามความรู้สึกชั่วแวบไม่ได้หรอก แต่สิ่งที่เราห้ามได้คือ กาย วาจา

ไม่ทำหรือพูดสิ่งใดที่จะเติมเชื้อของความรู้สึกนั้น เช่น พูดคุยสองต่อสอง คุยทางโทรศัพท์ อีเมล์ ฯลฯ ไม่ส่งเสริมให้คนที่เราชอบคนนั้นคิดผิด หรือ ทำผิด และที่สำคัญยิ่งคือ ไม่ยินดีในความรู้สึกนั้น ไม่คิดปรุงแต่งด้วยอำนาจของความยินดี

ผู้มีความละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป มีสัจจะ มีความอดทน ย่อมมองว่ากามเป็นไฟเผาลนใจ ผู้รักความถูกต้องย่อมชนะใจได้

พอความรู้สึกนั้นหายไปแล้ว ก็ได้ปัญญาว่า เป็นของแค่นั้นแหละ

จากหลักรัก ท่านชยสาโรภิกขุ หน้าที่ ๓๐-๓๒

อ้างอิงข้อมูลจาก - สาขาวัดหนองป่าพง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง