เจอะนักเลงโตเข้าเรอะ.."หลวงพ่อจง พุทธสโร"หยอกล้อ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ..ถูกผีนางไม้หลอก เสียงร้องไห้คร่ำครวญในกุฏิร้างจากเสาตกน้ำมัน.

Publish 2018-02-17 17:00:15

" ผีนางไม้ เรื่องนี้เล่าโดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง)

จะเล่าเรื่องของหลวงพ่อจงต่อไป อีกคราวหนึ่งทางวัดไทรใหญ่ อำเภอไทรน้อย อยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี เขาจะฝังลูกนิมิตโบสถ์ คราวนั้นอาตมาก็รับนิมนต์ไปด้วย หลวงพ่อจงท่านก็ไป อาตมาไปในฐานะลูกศิษย์ของหลวงพ่อปาน หลวงพ่อจงไปในฐานะของท่าน ที่นี้เวลารับแขก รับแขกกันที่ศาลาการเปรียญ หลวงพ่อจงท่านเป็นคนลง “นะหน้าทอง” นะ อะไรต่ออะไรก็ตาม อาตมามีหน้าที่อย่างเดียวก็คือคุย เพราะว่าอาตมามีหน้าที่อย่างเดียวก็คือคุย เพราะว่ามีคนมาหาหลวงพ่อจงเต็มศาลาการเปรียญทั้งวัน ท่านก็ลงนะหน้าทองให้ สำหรับบาตรทางวัดก็ตั้งไว้ได้เงินเท่าไรก็เป็นเรื่องของวัด ข้างตัวท่านเองท่านไม่มีราคา และหากว่าว่างก็ไม่รังเกียจ ทำได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ทีนี้ตกเวลากลางคืน ถึงเวลาพักผ่อนก็เป็นเวลาที่มหรสพเลิกแล้วเป็นเวลาสักหกทุ่ม เขาก็จัดกุฏิให้พักหลังหนึ่งเป็นกุฏิ ๒ ชั้น อาตมากับหลวงพ่อจงพักอยู่ด้วยกัน ทีนี้เวลาประมาณตี ๒ อาตมาไม่รู้ว่าฉันอะไรเข้าไปอยากจะไปส้วม ไอ้ส้วมวัดนั้นก็อยู่ไกลกันเหลือเกินเป็นส้วมสมัยเก่า ต้องเดินจากกุฏิไปในป่าช้า ก็ไป ในเมื่อมันปวดท้องส้วมนี่ก็ทนไม่ไหว ถ้าขืนทนมันก็จะเกิดการขายหน้าขึ้นมา ก็ไปส้วมกลับมา แล้วก็งานวัดขนาดนั้นไฟฟ้าก็สว่างเต็มวัด

ตานี้พอเดินผ่านกุฏิหลังหนึ่ง ปรากฏว่าได้ยินเสียงผู้หญิงร้องครวญคราง แสดงถึงความเจ็บปวดก็เดินหันกลับเข้าไปดูคิดว่าผู้หญิงป่วย หรือมีคนมานอนป่วยในกุฏิหลังนี้ ก็ปรากฏว่ากุฏิหลังนี้ใส่กุญแจเรียบร้อย พอเข้าไปในกุฏิหลังนั้น เสียงครวญครางก็เงียบหายไปแล้วเดินอ้อมไปดูทางด้านหลังหน้าต่างปิด ไปเคาะประตูเรียกก็ไม่ปรากฏมีคน เดินกลับออกมาอีกห่างประมาณ ๔-๕ วา ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นร้องครวญครางอีก แสดงถึงความเจ็บปวดอีกวาระหนึ่ง ก็กลับเข้าไปดูใหม่

อีคราวนี้เข้าไปดันประตูก็ดันไม่เข้า ขึ้นไปเปิดหน้าต่างบานใดบานหนึ่งก็เปิดไม่ออก ก็กลับถอยออกมา พอถอยออกมาสัก ๓-๔วา ก็ได้ยินเสียงร้องครวญครางอีก คราวนี้เอาใหม่เข้าไปดูหน้าต่างบานหนึ่งรู้สึกว่าจะอ่อนแอมาก เลยเอาไม้กระทุ้งเสียกลอนหัก เปิดเข้าไปเดินเข้าไปดูในกุฏิหลังนั้น ปรากฏว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย มืดไปหมด เอาไฟฉายฉายดู จะหาคนหรือสัตว์หรือแมวสักตัวก็ไม่มี ก็รู้ได้ทันทีว่าเสียงที่ร้องนี้เป็นเสียงของผี

หลวงพ่อจง



เรื่องผีนี่เป็นเรื่องธรรมดาที่อาตมาพบมามากแล้วไม่รู้สึกหนักใจ เมื่อรู้ว่าเป็นเรื่องของผีก็เลยเดินกลับเสียงร้องก็หายไป พอกลับมาถึงกุฏิชั้นบนที่พักอยู่กับหลวงพ่อจง เมื่อขณะที่ไปปรากฏว่าหลวงพ่อจงจำวัด เมื่อกลับขึ้นมาปรากฏว่าหลวงพ่อจงลุกขึ้นนั่ง อาตมาขึ้นไปท่านก็ยิ้มกวักมือเรียกให้เข้าไปหา ก็นอนอยู่คนละมุมคนละด้าน

ท่านถามว่าเจอะนักเลงโตเข้าเรอะ ก็ถามว่าอะไรล่ะขอรับหลวงพ่อ ท่านก็ว่าเมื่อกี้เธอไปส้วมได้ยินเสียงผู้หญิงร้องใช่ไหม ก็กราบเรียนท่านว่าใช่ ท่านก็เลยบอกว่าไม่ใช่คนหรอก นางไม้ ถามว่าหลวงพ่อทราบได้อย่างไรขอรับ เพราะกุฏิหลังนั้นอยู่ห่างไปถึง ๒๐ วา แล้วเสียงร้องครวญครางก็ไม่ดังนัก หลวงพ่อท่านก็บอกว่าฉันรู้ รู้ตั้งแต่เธอเดินไปแล้วว่าขากลับเขาจะแกล้งร้อง

ถามว่าเขาร้องทำไม บอกเขาแกล้งร้องหลอกเธอน่ะซิ แล้วถามถึงความประสงค์ ท่านบอกไม่ใช่อะไรหรอกเพราะเขารู้ว่าเธอไม่กลัวผี ก็เลยถามว่าผู้หญิงคนนั้นเขาเป็นอะไร ท่านก็เลยบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นเขาอยู่ที่กุฏินั้น ฉันดูแล้วเพราะเห็นเสาตกน้ำมัน เสาด้านทิศตะวันออกมุมด้านทิศเหนือนั่นละนะแต่อยู่แถบตะวันออกเป็นเสาตกน้ำมัน เมื่อทราบแล้วก็มานอนกัน ต่างคนต่างนอน ตอนเช้าถึงเวลาฉันเช้า ถามเจ้าอาวาสว่ากุฏิหลังนั้นมีใครอยู่หรือเปล่า ท่านก็ตอบว่าไม่มีใครอยู่ได้หรอกขอรับ ทั้งนี้ก็เพราะกุฏิหลังนี้มีเสาตกน้ำมัน ใครอยู่ไม่ได้ พระองค์ไหนก็อยู่ไม่ได้ ถูกหลอกเสียจนอยู่ไม่ได้

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ


ที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทฟัง ก็เพื่อจะได้ทราบว่าความรู้ในพระพุทธศาสนาน่ะ ที่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทเรียนกัน ศึกษากันในด้านเจริญพระกรรมฐาน ถ้าหากว่าจิตเข้าถึงอภิญญาคือทรงกสิณ ๑๐ แล้ว ฝึกอภิญญาจนคล่องก็จะได้อย่างหลวงพ่อจงนี้แหละ หลวงพ่อจงเป็นพระอภิญญานะ เรียกว่าเป็นพระอภิญญาจริงๆ แต่สำหรับตัวท่านไม่สนใจงานก่อสร้าง ก็หมายความว่างานสร้างเป็นหน้าที่ของน้องชาย

ตัวท่านมีหน้าที่อย่างเดียวคือรับใช้ประชาชน ในเมื่อประชาชนจะไปใช้ท่านละก็ไม่ต้องห่วง เวลาไหนก็ได้ จะทำน้ำมนต์หรือตะกรุด หรือจะทำอะไรต่ออะไรก็ได้ทุกอย่าง ทำได้ทุกเวลา ไปถึงดึกดื่นเที่ยงคืนอย่างไรก็ตาม ถ้าปรากฏว่าหลวงพ่อจงตื่นขึ้นมาแล้ว ก็เป็นว่าท่านทำให้ทันที เคยถามเรื่องนี้กับท่านว่า หลวงพ่อทำไมทำอย่างนี้ครับ ท่านก็เหนื่อยแย่ซิครับควรจะมีเวลาแน่นอน

ท่านบอกว่าไม่เป็นไรหรอกคุณเราใช้หนี้เขาเสียให้หมด เราใช้เสียชาตินี้ชาติเดียวชาติหน้าจะได้ไม่มีเจ้าหนี้มาคอยทวงเรา นี่แสดงว่าท่านเป็นพระไม่ต้องการการเกิดต่อไปนะบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท สังฆัง นะมามิ

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

www.facebook.com/Legendknowledge888

ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม

เพื่อเผยแผ่กิตติคุณเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี