ตำนาน "กัญชา" ที่รู้แล้วจะอึ้ง !! สมุนไพรสำคัญในอารยธรรมต่างๆ ที่พระศิวะเจ้าทรงประทานแด่มวลมนุษย์...ที่นิยมใช้เพื่อ "ติดต่อกับพระเจ้า" !!

ตำนาน "กัญชา" ที่รู้แล้วจะอึ้ง !! สมุนไพรสำคัญในอารยธรรมต่างๆ ที่พระศิวะเจ้าทรงประทานแด่มวลมนุษย์...ที่นิยมใช้เพื่อ "ติดต่อกับพระเจ้า" !!

Publish 2018-05-26 14:42:56


กัญชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis indica (Cannabis sativa forma indica) หรือในภาษาไทยวัยรุ่นนิยมเรียกว่า ปุ๊น หรือ เนื้อ เป็นชื่อของพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ในวงศ์ Cannabidaceae มีสรรพคุณทำให้มึนเมา ซึ่งในประเทศไทยนั้น กัญาชาถือว่า เป็นพืชที่ห้ามปลูก เนื่องจากผิดกฎหมาย แต่ในบางประเทศสามารถปลูกได้ และเสพได้ แต่รู้ไหมว่า ในอดีตกัญชามีความเกี่ยวเนื่องกับเทพมากมายในตำราสมัยครั้งอดีต ซึ่งทางด้านเพจ ชื่อว่า เทพเจ้าและตำนานจากทั่วทุกมุมโลก ได้โพสต์เรื่องราวน่าสนใจนี้ไว้ดังต่อไปนี้...

 

 

 



กัญชา(Ganja) ราชาแห่งพืชสมุนไพรที่มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อศาสนา และเทพเจ้ามายาวนานนันพันปี กัญชาถูกยกย่องให้เป็นราชาแห่งพืชสมุนไพร มีความสำคัญในอารยธรรมต่างๆมาช้านาน ทั่งโลกต่างนิยมชมชอบสมุนไพรชนิดนี้ บ้างใช้ติดต่อกับพระเจ้าบ้างใช้เป็นสื่อเพื่อเข้าถึงพระเจ้า บ้างเชื่อว่าเป็นสมุณไพรที่พระเป็นเจ้าทรงกระทานมาเพื่อให้มนุษย์ได้สุขสันต์ 
กัญชาคือ “ลมหายใจของเทพเจ้า” สำหรับชาวอียิปต์ เป็นพืชที่ใช้เพื่อการ “ต่อต้านปีศาจทั้งปวง” สำหรับชาวอัสซีเรียนแห่งเมโสโปเตเมีย และผู้นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ในเปอร์เซียยุคโบราณ
ส่วนชาวไซเธียน(Scythians)แห่งยุโรปเหนือเชื่อว่ากัญชาเป็นพืชวิเศษ เมื่อเสพแล้วทำให้ผู้เสพสามารถ “เหินอยู่ในหมอกควัน”

 

 

ตำราสมุนไพรโบราณที่ชื่อ ‘มักข์ซาน’ ที่เกิดจากการผสมผสานความรู้ด้านสมุนไพรของอาหรับและกรีกไว้ด้วยกัน กล่าวถึงกัญชาไว้อย่างน่าประทับใจ : “คาเนห์บอส (กัญชา) คือผู้ประทานความปิติสุข, ผู้โบยบินสู่ฟากฟ้า, ผู้ชี้ทางสวรรค์, เป็นสวรรค์ของคนยาก แลผู้ปลอบประโลมยามทุกข์ระทม”

ในคติความเชื่อของศาสนาฮินดู เรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า"ภังค์ bhang"(หรือ bhanga) เชื่อว่า เป็นสมุนไพรที่พระศิวะเจ้าทรงประทานแด่มวลมนุษย์ มีบทบาทสำคัญในศาสนาอินเดีย ในสมัยโบราณ ถูกใช้เป็นเครื่องสักการะพระศิวะ ด้วยฤทธิ์ในการกระตุ้นความอยากและมีผลต่อระบบกระบวนการคิด ภังค์จะถูกดื่มโดยผู้บูชาพระศิวะในการสักการะ ในพิธีบูชายัญและพิธีกรรมต่างๆ นอกจากนี้ภังค์ยังถูกใช้การการฝึกโยคะสมาธิต่าง เช่นถูกใช้ในการกระทำภักดิโยคะเพื่อนอบน้อมสู่พระเจ้าให้เป็นหนึ่ง โดยเหล่าอโฆรี นักบวชผู้บูชาพระศิวะ

ตามตำนานการกำเนิดกัญชาในคติฮินดูกล่าวว่า ต้นกัญชาเกิดจากการกวนเกษียรสมุทธ จนได้น้ำอมฤต แต่การกวนเกษียรสมุทธครั้งนั้นก็เป็นผลให้พญานาคราช คายพิษออกมาเป็นจำนวนมากเป็นภัยอย่างยิ่งแก่โลกและสรรพสัตว์ พระศิวะเจ้าจึงได้กลืนพิษนั้นลงท้อง ยังให้พระองค์ต้องพิษนาคแสบร้านพระศอ(คอ) เพื่อเยียวยาพระศอ, ศิวะเทพทรงหยิบมังสา(เนื้อ)จากพระวรกายแล้วนิรมิตสมุนไพรขึ้นมา ด้วยเหตุนี้กัญชาจึงได้สมญาอีกประการว่า “อังกาจ” แปลว่า “เกิดจากกาย เมื่อพระศิวะเจ้าได้ลิ้มลองผลปรากฎว่าทรงทุเลาจากพิษนาคและได้สร้างความปิติแก่พระศิวะเจ้าเป็นอย่างมาก พระองค์จึงนำภังค์ จากภูเขาหิมาลัยเพื่อสร้างความสุขให้กับมนุษย์ ภังค์ถูกตั้งชื่อว่า “หญ้าศักดิ์สิทธิ์” หรือ “อาหารของพระเจ้า”

ด้วยเหตุนี้ ศาสนาฮินดูตั้งแต่โบราณจึงใช้กัญชาบูชาพระศิวะ กัญชาที่พระศิวะสูบเรียกว่า"โอสถมวน" แปลว่าของมึนเมาแห่งจักรวาล มีพิธีที่เรียกว่า"ศิวะราตรี" จัดขึ้นในเนปาล โดยจะมีพวกนักบวชและนักแสวงบุญมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายเพื่อสูบกัญชากันไม่มีหยุด 1วัน1คืนเต็มๆ เพื่อถวายแก่พระศิวะ

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น ชาวอินเดียยังถือว่ากัญชาเป็นทั้งโอสถพระศิวะ และเป็นพระศิวะในตัวมันเอง ด้วยว่ามันเกิดจากเนื้อหรือมังสาของพระองค์ พวกเขาจึงใช้กัญชาบูชาเทพองค์นี้ และเทพอื่นๆในวาระสำคัญต่างๆ
คัมภีร์พระเวท บัญญัติให้กัญชาเป็นหนึ่งในห้าพืชศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้เป็นโอสถและในพิธีบวงสรวง ทั้งเป็นราชาแห่งสมุนไพรทั้งปวง คัมภีร์พระเวทที่รจนาขึ้นเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล เรียกเครื่องดื่มที่ทำจากการกัญชาว่า ‘โซมา’ (Soma) หรือ โสม (ที่แปลว่าพระจันทร์) มีไว้ทำเครื่องดื่มของเทพเจ้า เมื่อดื่มแล้วจิตวิญญาณจะเป็นอมตะ ขณะน้ำอมฤตดื่มแล้วร่างกายจะเป็นกายเป็นอมตะ

นอกจากในศาสนาความเชื่อของชาวฮินดูแล้วยังมี ชาวราสตาฟาเรียน (Rastafarian) เป็นลัทธิที่นับถือกัญชาว่าเป็นสมุนไพรศักดิ์สิทธิ เป็นสื่อกลางเพื่อเข้าถึงจิตวิญญาณ ศาสนานี้เป็นศาสนาที่มีรากฐานมาจากจาไมก้า ศาสนานี้ศรัทธาอย่างแรงกล้าในกัญชา แรกๆชาวจาไมก้าเค้าใช้กัญชาเป็นยาสมุนไพร เอามาต้มๆเป็นชา น่าจะคล้ายๆกับวิธีการกินยาีจีนยาหม้อบ้านเรา แต่ก็มีแบบสูบด้วยเหมือนกัน ชาวราสตาฟาเรียนยังให้ชื่อกัญชาว่าเป็น "Wisdom Weed" หญ้าแห่งปัญญา บอกว่าเป็นพืชที่จะช่วยให้ฉลาดขึ้น โดยช่วยให้เข้าถึงจิตวิญญาณภายในตัวเองมากกว่าเดิม

และสำหรับชาวราสตาฟาเรียนแล้วยกให้กัญชาเป็นส่วนช่วยให้เข้าถึงจิตวิญญาณของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งการเข้าถึงจิตวิญญาณของตนเองถือว่าเป็นความฉลาดตามความหมายของราสตาฟาเรียน และต้องพัฒนาวิญญาณตนเองไปตลอดชีวิต เพราะเขาถือว่ากายภายนอกไม่ยั่งยืน ไม่ใ่ช่สิ่งแท้จริง วิญญาณเป็นตัวตนแท้จริงและเป็นสิ่งเดียวที่ยังอยู่หลังจากตาย

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการเอากัญชาเข้ามาผสมผสานกับการทำโยคะด้วย เรียกว่า "โยคะกัญชา" หรือ "Ganja Yoga” มีการสูบแบบจริงๆจังๆในห้องโยคะกันเลยทีเดียว โดยว่ามันทำให้ผ่อนคลายได้ลึกขึ้น โดยครูสอนโยคะเปรียบกัญชาว่ามันก็เหมือนกับเกลือบนอาหาร คือช่วยเพิ่มรสชาดให้การทำโยคะนุ่มนวลกว่าเดิม

 



ดังกล่าวแล้ว, กัญชาเป็นราชาแห่งสมุนไพรที่น่าทึ่งที่สุดในบรรดาสมุนไพรทั้งหลาย มีคุณูปการสำคัญอยู่สี่ด้าน กล่าวคือเพื่อใช้ในความเชื่อทางศาสนา (ในพิธีกรรม, การทำสมาธิ, บวงสรวงเทพเจ้าฯลฯ), ใช้ในอุตสาหกรรม (ทำกระดาษ, เสื้อผ้า,เชือก, เส้นใย,อาหาร ฯลฯ),ใช้เป็นยาสมุนไพรและยาสมัยใหม่(ที่รักษาสารพัดโรค จากการวิจัยพบว่ามีตัวยาอยู่ในกัญชาไม่น้อยกว่า 200 ชนิด), ใช้เพื่อความเริงรมย์ทางสังคม ที่ทุกเผ่าพันธุ์สืบทอดกันมาในทุกทวีป, ทุกชาติทุกภาษา ทุกหนแห่งบนพื้นพิภพ
สมุนไพรของพระเจ้าเคยถูกกล่าวหาว่าเป็น “สมุนไพรของซาตาน” โดยคริสตจักร แต่ท้ายที่สุดกระดาษจากพืชชนิดนี้ถูกนำมาตีพิมพ์ไบเบิ้ล กัญชาเคยพุ่งสู่ความรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดในยุคล่าอาณานิคม,แต่ตกต่ำลงด้วยอคติของมนุษย์ กระทั่งพืชพันธุ์แห่งเสรีกลายมาเป็นพืชแห่งอาชญากรรม

 

 

บทความพิเศษจากเพจ : เทพเจ้าและตำนานจากทั่วทุกมุมโลก《Gods and mythology from around the world》




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง