ฉิบหาย ๑๐ ประการ!! กรณีคนดัง "ชูวิทย์-เสก" ปรามาส "หลวงปู่ฯ" ดูไว้ซะ..ตายแล้วไม่ได้ไปดี!! ผลกรรมในนรกต้องเจอแบบนี้!!

ฉิบหาย ๑๐ ประการ!! กรณีคนดัง "ชูวิทย์-เสก" ปรามาส "หลวงปู่ฯ" ดูไว้ซะ..ตายแล้วไม่ได้ไปดี!! ผลกรรมในนรกต้องเจอแบบนี้!!

Publish 2018-05-30 15:19:03

 

           จากกรณีที่ หลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ถูกตำรวจกองปราบได้นำชุดคอมมานโด บุกจับตั้งแต่รุ่งเช้า และได้มีการเผยแพร่คลิปวินาทีที่หลวงปู่พุทธะอิสระ ถูกจับกุมไปทั่วโลกโซเซียล ด้วยข้อหาคดีปล้นทรัพย์และเป็นหัวหน้าอังยี่ ซ่องโจร และปลอมพระปรมาภิไธย

 

 

 



 

           ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ตำรวจกองปราบปราม ได้เข้าบุกจับ "พระพุทธะอิสระ" แต่กรณีที่น่าสนใจ ก็คือ ประเด็นที่นายชูวิทย์ กล่าวว่า ไม่เห็นสงสัยเลยว่า ทำไมนายสุวิทย์บวชแล้วทำตัวไม่เหมือนพระ ? อย่าไปโทษตำรวจกองปราบเลย ป่านนี้นายสุวิทย์ได้ไปสงบจิตสงบใจทำวัตรในคุกเสียบ้าง

 

           อ้อ ผมลืมบอกไป อดีตพระที่ไปติดคุก เรือนจำจะให้เป็นผู้นำสวด ตอนพระสุวิทย์อยู่ข้างนอกคงไม่ได้สวด กิจของสงฆ์อาจลืมเลือน มัวแต่ไปปั่นหัวญาติโยมเรื่องการเมือง เลยลืมบทสวดไปแล้วก็ได้

 

 

           ต่อมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ "เสก โลโซ" นักร้องเพลงชื่อดังโพสต์ ข้อความลงในเฟซบุ๊ก SEK LOSO  กรณีพุทธะอิสระว่า "อันนี้ส่วนตัวนะ ไม่เกี่ยวกับการเมือง" ถ้ามันไม่ได้ห่มผ้าเหลืองนี่โดนข้าด่าเลอะไปนานแล้ว เดี๋ยวถ้าเจอจะตบซักที ไอ้นี่สารเลว ที่มันเคยทำนั้นไม่บังควรเป็นอย่างมาก ไม่ใช่กิจของสงฆ์ มารศาสนา!!!"

 

 

 

             ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา สมาชิกเฟสบุ๊ชื่อ Suvinai Pornavalai ซึ่งเป็นนักเขียน นักวิชาการ ชื่อดัง ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณี หลวงปู่พุทธะอิสระ ยังเป็นพระอยู่หรือไม่โดยได้ชี้ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจมากๆ โดยได้ระบุรายละเอียดไว้ดังต่อไปนี้...

 

 

             ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องราวนี้ อยู่ที่หลวงปู่พุทธะอิสระท่านยังเป็นพระอยู่เพราะไม่ได้เปล่งวาจาสึก ต่อให้คดีที่กล่าวหาหลวงปู่ถึงที่สุดก็ไม่อาจทำให้ท่านขาดจากความเป็นพระได้ เพราะคดีที่ท่านถูกกล่าวหาไม่เข้าข่ายเป็นปาราชิก 4 เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าท่านได้มีเวลาเป็นของตนเองเพื่อบำเพ็ญกรรมฐานในเรือนจำน่าจะดีกว่า

 

 


 

             ทั้งนี้จากหนังสือ ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู ได้ยก โอวาทหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ท่านเคยได้ตือนไว้ว่า การปรามาสพระก็ดี การพูดจาจาบจ้วงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือท่านที่มีศีลมีธรรมก็ดี จะเป็นกรรมติดตัวเรา และขัดขวางการปฏิบัติธรรมในภายหน้า ดังนั้น หากเห็นใครทำความดี ก็ควรอนุโมทนายินดีด้วย แม้ต่างวัดต่างสำนักหรือแบบปฏิบัติต่างกันก็ตาม”  ไม่มีใครผิดหรอก เพราะจุดมุ่งหมายต่างก็เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์เช่นกัน เพียงแต่เราจะทำให้ดี ดียิ่งดีที่สุด

 

โทษการบริภาษพระอริยะสงฆ์ นั้นมีโทษ ๑๐ ประการ

๑. ผู้นั้นยังไม่บรรลุธรรมที่บรรลุ หรือที่บรรลุแล้วในคุณธรรมเบื้องต่ำ ก็จะไม่บรรลุในคุณธรรมบื้องสูง

๒. เสื่อมจากคุณธรรมที่บรรลุแล้ว มีโลกียฌาน เป็นต้น

๓. สัทธรรมของผู้นั้นย่อมไม่ผ่องแผ้ว

๔. เป็นผู้เข้าใจตนว่าบรรลุสัทธรรมทั้งหลาย

๕. เป็นผู้ไม่ยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์

๖. ต้องอาบัติเศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง

๗. ย่อมเป็นโรคอย่างหนัก

๘. ถึงความเป็นบ้า จิตฟุ้งซ่าน

๙. เป็นผู้หลงใหลในการทำกาลกิริยา

๑๐. เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงทุคติ อบายภูมิ

     หากผู้ภาวนาไม่ทำการขอขมาก็จะถูกปิดกั้นด้วยอกุศกรรมนั้นๆ ดังนั้นผู้ภาวนา ต้องทำการขอขมาเพื่อไม่ให้คุณธรรมถูกปิดกั้น

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

                           เพจ SEK LOSO

                          เฟสบุ๊ค Suvinai Pornavalai

                          หนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู"


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ