กู่ร้อง..รอบเมรุ 3 ครั้ง!! มารู้จัก "พิธีเดินสามหาบ" ประเพณีดั้งเดิมของคนอีสาน ในพิธีเก็บอัฐิ "จ่าแซม" วีรบุรุษถ้ำหลวง

กู่ร้อง..รอบเมรุ 3 ครั้ง!! มารู้จัก "พิธีเดินสามหาบ" ประเพณีดั้งเดิมของคนอีสาน ในพิธีเก็บอัฐิ "จ่าแซม" วีรบุรุษถ้ำหลวง

Publish 2018-07-16 11:55:31


 

           จากกรณีที่มีเด็กนักกีฬานักฟุตบอลและโค้ช รวม 13 ชีวิต ได้สูญหายเข้าไปในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา (23 มิถุนายน 2561) และไม่กลับออกมาอีกเลย ในขณะนี้หน่วยซีลและเจ้าหน้าที่ ได้พบเด็กๆและโค้ชทั้ง 13 ชีวิต และทุกคนปลอดภัยดี โดยจุดที่พบอยู่ห่างจากพัทยาบีช 400 เมตร

 

 

          ล่าสุด  เจ้าหน้าที่และหน่วยซีลได้ช่วยเหลือทีมหมูป่า ออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด 13 คน นำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ท่ามกลางการให้กำลังใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่เฝ้าติดตามชมข่าวสาร

 

 

          จากเหตุการณ์นี้เองทำให้ จ่าเอก สมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ เสียชีวิต ในภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่า ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ่าเอกสมาน เป็น นทต.จู่โจม รุ่น 30 อายุ 38 ปี แต่ลาออก ไป ทำหน้าที่จนท.ตระเวนระงับเหตุฝ่าย รปภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บ.ท่าอากาศยานไทย โดยทางสนามบิน ส่งตัวมาช่วย หน่วยซีล ทัพเรือ

 

 

 

 



 

          ซึ่งวันที่ 14 กรกฎาคม 2561 ที่วัดบ้านหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ นาวาตรี สมาน กุนัน ประชาชนทั่วประเทศ หลั่งไหลร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ นาวาตรี สมาน กุนัน แน่นวัดบ้านหนองคู จ.ร้อยเอ็ด เผยภาพพิธีเคลื่อนศพฮีโร่ถ้ำหลวงไปยังเมรุชั่วคราว อย่างสมเกียรติ ด้านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ร่วมงาน พร้อมอ่านประกาศเกียรติคุณ และวันต่อมา (15 กรกฎาคม 2561) ก็ได้มีพิธีเก็บอัฐิ นาวาตรีสมาน กุนัน โดยประกอบพิธี คานสามหาบ โดยให้ครอบครัวและญาติๆ หาบอาหารการกิน ปิ่นโต สามหาบ สลับกับผ้าไตร 3 ผืน วนรอบเมรุ สามรอบ ตามประเพณีดั้งเดิมโบราณ ขณะวน 3 รอบ และร้องฮู้ๆๆ 3 ครั้ง ตามตํานานดั้งเดิม ของคนอีสาน

 

 

 

 

โดยทางเฟสบุ๊ค รุ่ง โคราช ได้โพสต์ภาพและข้อความ ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

 

 

พิธีคานสามหาบ " พิธีเก็บกระดูก จ่าแซม ”

            วันนี้ที่วัดหนองคู มีพิธีการเก็บกระดูก " จ่าแซม " ขึ้น ภายในบริเวณวัด ด้วยการ " ประกอบพิธี คาน 3 หาบ " ให้ บรรดาเครือญาติ หาบอาหารการกิน ปิ่นโต สามหาบ สลับกับผ้าไตร 3 ผืน วนรอบเมรุ สามรอบ ตามประเพณีดั้งเดิมโบราณ ขณะวน 3 รอบ และร้องฮู้ๆๆ 3 ครั้ง ตามตํานานดั้งเดิม ของคนอีสาน ซึ่งจัดขึ้นตามพิธีการท้องถิ่น วิถีอิสาน อันเป็นส่วนหนึ่ง การประกอบกิจกรรม เก็บกระดูก เพื่อบำเพ็ญกุศล

 

 

 

            ซึ่งกิจกรรมโดยมี คุณพ่อวิชัยถือผ้าไตรเดินนำหน้า แล้วมีหาบสัมภาระอาหารการกิน ปิ่นโตขั้นกลาง แล้วต่อด้วยผ้าไตร ของคุณแม่ ตามด้วยผ้าไตร โดยคุณวลียพร แล้วจะตามต่อท้าย พร้อมกับปิ่นโต และบรรดาทุกคน เดินตามสามรอบ ก่อนกลับมาเก็บกระดูก ล้างทำความสะอาด แล้วนำเข้า "พิธีสวดมาติกา บังสกุลอุทิศส่วนกุศล" เป็นวาระสุดท้าย
ในขณะที่เป้าหมายเดิม ที่วางไว้ว่า วันนี้จะมีการนำอัฐฐิ ไปลอยน้ำโขง ที่ จ.นครพนม และส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ สร้างเป็นพระธาตุบรรจุไว้ ที่วัดบ้านเกิด เกิดมีการเปลี่ยนแปลง

 

 

 

            โดยเพระราชพรมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าประธานในพิธี ได้ขอให้ญาติเก็บกระดูกไว้ที่วัด เพื่อบำเพ็ญกุศล ให้ครบ 100 ก่อน เพื่อเป็นการบำเพ็ญกุศล ให้คนเดินทางมาสักการะบูชา กราบไหว้ในฐานะ วีรบุรษอีกระยะหนี่ง ก่อน จึงค่ออยนำไปลอยอังคาร ดังนั้นจึงเปลี่ยนแปลง เป็นเพียงการนำเถ้าอังคาร ไปลอยน้ำชี ที่ข้างวัดท่าแสบง เขต อ.เสลภูมิ ไปก่อน

 

 

 



 

           สำหรับ พิธีเดินสามหาบ เป็นคำเรียกพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่ทำเมื่อเผาศพแล้ว  วันรุ่งขึ้นเจ้าภาพจะต้องไปเก็บอัฐิ  เพื่อนำมาเก็บในที่อันควรและนำเถ้าที่เหลือไปลอยน้ำเรียกว่า  ลอยอังคาร  ในการเก็บอัฐิ เดิมลูกหลานจะจัดข้าวของและอาหารเป็นหาบ 3 หาบ พันไม้คานด้วยผ้าขาว ข้างหนึ่งของหาบมีหม้อข้าว หม้อแกง เตาไฟ ข้าวสาร พริก หอม  กระเทียม กะปิ ซึ่งล้วนเป็นเสบียงอาหารแห้ง หาบอีกข้างหนึ่งบรรจุข้าวและอาหารคาวหวานที่ทำสุกแล้วทำดังนี้ทั้ง 3 หาบ

 

 

            ในสมัยโบราณจะให้ลูกหลาน 3 คนแต่งกายสีขาว นำหาบทั้งสามไปเดินเวียนรอบที่เผาศพ กู่ร้อง 3 ครั้ง  แล้วนำหาบทั้ง 3 นั้นไปถวายพระภิกษุ 3 รูป พร้อมกับผ้าบังสุกุลอีกรูปละ 1 ชุด  เมื่อพระชักผ้าบังสุกุลและรับถวายหาบแล้ว  ก็เสร็จพิธี ปัจจุบัน  มักไม่ใช้หาบแค่จัดอาหารใส่ปิ่นโต หรือถาดตามสะดวก ก็เรียกว่า ทำสามหาบ เช่นเดียวกัน. คำว่า สาม ใน เดินสามหาบ และ ทำสามหาบ ต้องเขียนเป็นตัวหนังสือ

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟสบุ๊ค รุ่ง โคราช

                           http://www.royin.go.th (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา)

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ