คิดถึงหลวงตามหาบัว!! เมื่อ "หลวงตามหาบัว" ได้พบ "หลวงปู่มั่น" ก็เหมือนดั่งนกที่พบร่มเงาเพื่อการพำนัก!! ... และ "เทศนาเปลี่ยนชีวิต" ในค่ำคืนแรกระหว่างศิษย์กับอาจารย์!!

Publish 2017-01-30 10:42:37

พ.ศ. ๒๔๘๕  "หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน" (ในพรรษาที่ ๙) ได้เดินทางไปพบ "หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" ที่จังหวัดสกลนคร พร้อมทั้งฝากตัวเป็นศิษย์

ณ วันที่ได้พบกับหลวงปู่มั่นอย่างประจันหน้ากัน  ประดาความรู้สึกลึก ๆ ข้างในของหลวงตามหาบัวก็บอกว่า การเดินทางเพื่อแสวงหาอาจารย์ได้สิ้นสุดลงแล้ว  เหมือนนกที่พบรมณียสถานเพื่อการพำนักตลอดไปแล้ว  สถานที่แห่งนี้ก็คือร่มเงาแห่งพระอาจารย์มั่นนั่นเอง

ต่อไปนี้คือคำแนะนำต่าง ๆ ที่หลวงปู่มั่นมีให้แก่หลวงตามหาบัวในค่ำคืนแรกของความเป็นศิษย์กับอาจารย์ เพื่อให้ความสงสัยคลางแคลงใจในเรื่อง "มรรคผลและนิพพาน" ของหลวงตามหาบัวอันตรธานไปสิ้น

 

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

 

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน



"... ท่านมาหามรรคผลนิพพาน  มรรคผลนิพพานอยู่ที่ไหน?

ดินเป็นดิน  น้ำเป็นน้ำ  ลมเป็นลม  ไฟเป็นไฟ  ฟ้าอากาศเป็นฟ้าอากาศ  แร่ธาตุต่าง ๆ เป็นของเขาเอง  เขาไม่ได้เป็นมรรคผลนิพพาน  เขาไม่ได้เป็นกิเลส

กิเลสจริง ๆ มรรคผลนิพพานจริง ๆ อยู่ที่หัวใจ  ขอให้ท่านกำหนดจิตจ่อด้วยสติที่หัวใจ  ท่านจะเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งธรรมของทั้งกิเลสอยู่ภายในใจ  แล้วขณะเดียวกัน ท่านจะเห็นมรรคผลนิพพานไปโดยลำดับ ...

ท่านมหาก็นับว่าเรียนมาพอสมควร จนปรากฏนามเป็นมหา  ผมจะพูดธรรมให้ฟังเพื่อเป็นข้อคิด

แต่อย่าเข้าใจว่าผมประมาทธรรมของพระพุทธเจ้านะ  เวลานี้ ธรรมที่ท่านเรียนมาได้มากได้น้อยยังไม่อำนวยประโยชน์ให้ท่านสมภูมิที่เป็นเปรียญ นอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการภาวนาของท่านในเวลานี้เท่านั้น  เพราะท่านจะอดเป็นกังวลและนำธรรมที่เรียนมานั้นเข้ามาเทียบเคียงไม่ได้ในขณะที่ทำใจให้สงบ

ดังนั้น  เพื่อความสะดวกในเวลาจะทำความสงบให้แก่ใจ  ขอให้ท่านที่จะทำใจให้สงบยกบูชาไว้ก่อนในบรรดาธรรมที่ท่านได้เรียนมา

ต่อเมื่อถึงกาลที่ธรรมซึ่งท่านเรียนมาจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ท่านได้รับประโยชน์มากขึ้นแล้ว ธรรมที่เรียนมาทั้งหมดจะวิ่งเข้ามาประสานกันกับทางด้านปฏิบัติและกลมกลืนกันได้อย่างสนิท  ทั้งเป็นธรรมแบบพิมพ์ ซึ่งเราควรจะพยายามปรับปรุงจิตใจให้เป็นไปตามนั้น

แต่เวลานี้ ผมยังไม่อยากจะให้ท่านเป็นอารมณ์กับธรรมที่ท่านเล่าเรียนมา

อย่างไรจิตจะสงบลงได้ หรือจะใช้ปัญญาคิดค้นในขันธ์ ก็ขอให้ท่านทำอยู่ในวงกายนี้ก่อน  เพราะธรรมในตำราท่านชี้เข้ามาในขันธ์ทั้งนั้น

แต่หลักฐานของจิตยังไม่มี จึงไม่สามารถนำธรรมที่เรียนมาจากตำราน้อมเข้ามาเป็นประโยชน์แก่ตนได้  และยังจะกลายเป็นสัญญาอารมณ์คาดคะเนไปที่อื่น จนกลายเป็นคนไม่มีหลัก เพราะจิตติดปริยัติในลักษณะไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า

ขอให้ท่านนำธรรมที่ผมพูดให้ฟังไปคิดดู  ถ้าท่านตั้งใจปฏิบัติ ไม่ท้อถอย  วันหนึ่งข้างหน้า ธรรมที่กล่าวนี้จะประทับใจท่านแน่นอน ..."

 


ความสงสัยคลางแคลงใจในเรื่องมรรคผลและนิพพานที่ค้างคาอยู่ในใจของหลวงตามหาบัวมานาน  บัดนี้มีแต่ความกระจ่างชัด

ในเมื่อมรรคผลและนิพพานได้รับการยืนยันโดยหลวงปู่มั่นแล้วว่าเป็น "ของจริง"  ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ความจริงของสิ่งเหล่านั้นแล้ว  แต่อยู่ที่หลวงตามหาบัวเองว่าจะจริงจังกับ "ของจริง" เหล่านั้นได้มากแค่ไหน

คำถามที่หลวงตามหาบัวตั้งไว้ในตอนแรกจึงย้อนกลับมาหาคำตอบที่ตัวท่านเองด้วย ...

"แล้วเราจะจริงไหม?"

และดูเหมือนว่าท่านจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว ...

"ต้องจริงซี

ถ้าไม่จริง.. ให้ตาย  อย่าอยู่ให้หนักศาสนาและหนักแผ่นดินต่อไป ...

หากว่าท่านอาจารย์มั่นยังมีชีวิตอยู่ตราบใดแล้ว  เราจะไม่หนีจากท่าน จนกระทั่งวันท่านล่วงไป หรือเราล่วงไป"

และนี่ก็คือ จุดเริ่มต้นของการหันเหชีวิตจาก "สังสารวัฏ" ไปสู่ "นิพพาน" ของหลวงตามหาบัว!!

-------------------------------------------------------------------------------------

 

ที่มา : หนังสือ "วินาทีบรรลุธรรม พระอรหันต์มีจริง ๕ : นิพพานแล้วไม่สูญ" โดย ปัญญาญาณ

ณัฐวุฒิ/สำนักข่าวทีนิวส์ : รายงาน



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฐวุฒิ แจ๊ดสูงเนิน
HASTAG :