เมื่อในหลวง ร.๙ ทรงเลี่ยงคำสั่งแพทย์ ห้ามเป่าแซกโซโฟน ที่อ่านกี่ครั้ง ก็อดอมยิ้มตามไม่ได้

Publish 2016-11-27 14:16:08

ด้วยพระอัจริยภาพทางดนตรี ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นประจักษ์แก่สายตาปวงชนชาวไทย รวมไปถึงชาวต่างชาติทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งทรงได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2529ให้เป็นองค์อัครศิลปินแห่งชาติ โดยพระองค์ทรงเล่นได้เครื่องดนตรีหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็น แซกโซโฟน, เปียโน, ทรัมเปต, กีตาร์, ไวโอลิน, ขลุ่ย, คลาริเนต, แตร แต่ที่ทรงโปรดที่สุดก็คือ แซกโซโฟน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นมาตั้งแต่อายุ 13 พรรษา ขณะประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กับครูชาวอัลซาส ชื่อนายเวย์เบรชต์

 

 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

 



ซึ่งในวันนี้ ( 27 พ.ย. 59 ) ผู้สื่อข่าวได้นำบทความจากหนังสือจ้าวแผ่นดินไทย ราชันแห่งโลก ที่กล่าวถึง หม่อมเจ้าจักรพันธุ์ เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ เมื่อครั้งประทานเล่าถึงความฝักใฝ่ในการทรงดนตรีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเนื้อความว่า ในสมัยที่ทรงจำเริญพระชันษาขึ้นวัยรุ่นแล้ว ขณะประทับอยู่ที่พระตำหนักวิลลาวัฒนา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้งหนึ่งประชวรด้วยพระโรคทางเดินหายใจ (หวัด) แพทย์ถวายการรักษาแล้วขอพระราชทานพระราชานุญาตห้ามทรงดนตรีเครื่องเป่าไว้สักระยะหนึ่ง แต่เมื่อ “พระอารมณ์ศิลปิน” เกิดขึ้น ทรงพระราชดำริทำนองเพลงปรากฏขึ้นมาในพระจินตนาการ ก็ทรง “รอไม่ได้” เพราะทรงเกรงว่าถ้ารอไว้อาจจะทรงลืมเลือนหรือแปรเปลี่ยนไปเสียอีก ดังนั้นอีกครู่หนึ่งต่อมา เสียงแซกโซโฟนก็กังวานแว่วขึ้นได้ยินไปทั่วพระตำหนักอย่างไพเราะเพราะพริ้ง สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และบรรดาข้าราชบริพารได้ยินเสียงก็พากันตกพระทัย ต่างรีบไปห้องประทับอย่างชุลมุน พลางคิดหาคำพูดไว้กราบบังคมทูลทัดทานและประเมินผลสำเร็จอยู่ในใจ เพราะต่างรู้กันอยู่ว่า “หมอห้าม”

 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดนตรี

 

 


แต่แล้วทุกพระองค์และทุกคนต่างก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ และอดที่จะขำขันกับภาพที่ได้เห็นนั้นไม่ได้ เพราะที่เห็นคือ หม่อมเจ้าจักรพันธุ์ฯ ประทับนั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้น มีแซกโซโฟนห้อยอยู่ที่คอ โอษฐ์ทรงอมลิ้นแซกโซโฟน เป่าจนแก้มโป่ง สองกรยันองค์อยู่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับคุกพระชานุ (เข่า) อยู่เบื้องปฤษฎางค์ (หลัง) ของหม่อมเจ้าจักรพันธุ์ สองพระกรโอบองค์หม่อมเจ้าจักรพันธุ์ไป ทรงไล่นิ้วแซกโซโฟนอยู่ข้างหน้า เป็นอันว่าหม่อมเจ้าจักรพันธุ์ทรงเป่าลมให้ออกเสียง ส่วนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงไล่นิ้วเสียงให้เป็นไปตามทำนองเพลง เป็นภาพที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ จะทรงเป็นเช่นนี้เสมอมา คือ เมื่อทรงสนพระราชหฤทัยในสิ่งใดจะทรงทุ่มเท ฝักใฝ่จริงจังกับสิ่งนั้น ไม่สำเร็จไม่รู้ผลจะไม่ทรงเลิกราเป็นอันขาด แม้ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมประชาชนก็เช่นเดียวกัน เมื่อทรงตั้งพระราชหฤทัยว่าวันนี้จะเสด็จไปไหน ไปถึงไหนแล้ว ไม่ว่าจะค่ำมืดดึกดื่น หนทางจะทุรกันดารเพียงไร จะต้องเสด็จฯ จนครบตามจุดหมายที่ทรงกำหนดไว้เสมอ

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : หนังสือจ้าวแผ่นดินไทย ราชันแห่งโลก

เรียบเรียงโดย : ศรัญญา สิงขรณ์ ทีมข่าวภูมิภาคทีนิวส์

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "นั่นไง ยิ้มของฉัน" ในหลวง ร.9 พระมหากษัตริย์ผู้เปี่ยม "พระราชอารมณ์ขัน" เผย 9 เหตุการณ์สร้างรอยยิ้มในวันที่คิดถึงพระองค์

- พอสมรักษ์ชกชนะ เราก็เผลอตัวกระโดดโลดเต้นดีใจ!บทสนทนา เมื่อครั้ง สมรักษ์ เข้าเฝ้าในหลวง ร.๙ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโอลิมปิก

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศรัญญา สิงขรณ์