ไม่ได้มีแค่รายเดียว!! เจออีกเพื่อนครู "เซ็นค้ำประกัน" ก่อนเจอชิ่งหนีทุน หายเข้ากลีบเมฆ !!

Publish 2016-02-05 11:49:42

วันนี้(5 ก.พ. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาจารย์จันทิรา วิเศษณัฐ อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้นำหลักฐานออกมาเปิดเผยว่า ถูกเพื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยเดียวกันขอช่วยให้เซ็นค้ำประกันทุนของ สกอ. เพื่อที่จะไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อปี 2539 ก่อนที่จะยื่นลาออกจากราชการและไม่ยอมชดใช้เงิน ส่งผลให้ผู้ค้ำประกัน 3 คน คือตนเอง, อาจารย์ชายมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และนายทหารซึ่งเป็นสามีของเพื่อนสนิท ต้องชำระหนี้แทนกว่า 14 ล้านบาท

โดยอาจารย์คนดังกล่าวใช้เวลาเรียนช่วงปี พ.ศ. 2539 - 2546 ก่อนจบปริญญาเอกบริหารธุรกิจ ซึ่งระหว่างนั้นก็ขยายระยะเวลาเรียนไป 3 ครั้ง ก่อนจะกลับมารายงานตัวเข้ารับราชการใช้ทุนเมื่อปี 2546 ตอนนั้นยอดหนี้เกือบ 5 ล้าน และอาจารย์คนดังกล่าวแต่งงานกับชายชาวสหรัฐ ซึ่งเป็นคนมีฐานะ ตอนนั้นตนเองก็คงไม่คิดว่ามีปัญหาเรื่องใช้ทุนคืน  ต่อมาปี 2548 มีหมายศาลจากศาลปกครองกลาง ฟ้องร้องมายังผู้ค้ำ 3 คน ให้ร่วมกันชดใช้เงิน 14 ล้านบาท เนื่องจากอาจารย์คนดังกล่าว ทำเรื่องออกจากราชการเมื่อปี 2546 โดยที่อาจารย์จันทร์จิราและผู้ค้ำคนอื่นๆ ไม่เคยรับรู้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดสัญญาการรับทุนของรัฐบาล ทำให้ต้องเสียค่าปรับ 2 เท่า รวมค่าปรับและดอกเบี้ยต่างๆ 


หลังจากนั้นอาจารย์จันทิราได้ติดต่อไปหาอาจารย์คนดังกล่าวก็ยังติดต่อได้ และบอกว่าจะชดใช้คืนให้แน่นอน และให้เบอร์ทนายมา และบอกว่าไม่ต้องไปศาลและให้เซ็นมอบอำนาจให้ทนายดำเนินการ แต่ต่อมาปี 2557 กลับมีหมายศาลล้มละลายกลาง มาติดที่หน้าบ้านผู้ค้ำประกันทั้ง 3 คน และให้ชดใช้เงินเป็นจำนวน 14 ล้าน ตนและผู้ค้ำคนอื่นๆ ไปยื่นเรื่องกับกรมบัญชีกลางขอชดใช้เฉพาะเงินต้น

จากนั้นในปี 2558 ศาลนัดผู้ค้ำทั้ง 3 คน ไปเซ็นสัญญารับสภาพหนี้ เฉพาะเงินต้น 4 ล้านกว่าบาท เฉลี่ยรับภาระคนละ 1,400,000 บาท ให้ผ่อนจ่ายเป็นรายเดือนๆ เดือนละ 14,000 บาท มีตั้งแต่ 8-12 ปี ตามอายุราชการของแต่ละคน หากขาดชำระเกิน 2 งวด จะถูกสั่งให้กลายเป็นบุคคลล้มละลายทันที

ขณะที่ตัวอาจารย์ผู้หนีทุนถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายไปแล้ว ก่อนหน้านั้นระหว่าง 2550-2553 อาจารย์คนดังกล่าวมีการใช้เงินคืนรวมประมาณ 6 ล้าน แต่ถือเป็นการชำระดอกเบี้ย เงินต้นก็เลยไม่ลด และอาจารย์สาวคนดังกล่าวหย่ากับสามีชาวสหรัฐแล้ว ขายบ้านที่กรุงเทพฯ และไม่ทราบว่าไปประกอบอาชีพอะไร ขณะที่สามีของตน ซึ่งเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊กของอาจารย์คนดังกล่าว เห็นภาพว่ามีชีวิตความเป็นอยู่ดีที่สหรัฐอเมริกา มีลูกเป็นคุณหมอ โดยที่ไม่สามารถติดต่อได้


ทั้งนี้ อาจารย์จันทิรา ระบุว่า ที่ตัดสินใจออกมาให้สื่อรับรู้ เพราะทราบจากข่าวที่รายงานว่ามีแค่ทันตแพทย์หญิงหนีทุนคนเดียว อยากจะให้สังคมรู้ว่ามีกรณีของตนเองอีกรายอยู่ด้วย


ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้






ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นางสาวอัจจิมา วรรณโร
HASTAG :