เถียงไปไม่เว้นวัน!!! "ธรรมกาย" เถียง DSI ออกหมายเรียกพระไม่ได้ อ้างเหตุผลบางอย่าง ทำเอาสังคมอึ้ง???

Publish 2016-08-03 17:28:28


 

อ้างไปไม่เว้นวัน!!! "ธรรมกาย" เถียง DSI ออกหมายเรียกพระไม่ได้ ปม ผอ.ฝ่ายการเงินวัดธรรมกายขัดหมายเรียก ไม่เข้าให้ปากคำต่อพนักงานฯ โดยอ้างเป็นเอกสิทธเฉพาะ และไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความ คุยกันดี ๆ แบบสันติวิธีก็ได้ คำอ้างดังกล่าวทำเอาสังคมอึ้งไปตาม ๆ กัน???

 

วันนี้ (3 ส.ค.) จากกรณี พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน คดีฟอกเงินจากการรับเช็คของวัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ดำเนินคดีกับพระมหาบุญชัย จารุทัตโต ผอ.ฝ่ายการเงินและบัญชีวัดพระธรรมกาย ในข้อหาขัดหมายเรียก กรณีไม่เดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อนำไปประกอบการสอบสวนคดีของพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร โดยพระมหาบุญชัย ได้ขอเลื่อนนัดพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมาแล้ว 3 ครั้ง โดยสองครั้งแรกอ้างว่าติดศาสนกิจ และครั้งสุดท้ายวานนี้ (2 ส.ค.) อ้างว่ามีเอกสารจำนวนมากที่ต้องนำมาชี้แจง จึงไม่สามารถเตรียมการได้ทัน

 

ล่าสุดวันนี้ พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย แถลงข่าวชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 59 พระมหาบุญชัย ได้ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยได้มีการนัดหมายใหม่เป็นวันที่ 2 ส.ค. 59 แต่ต่อมาพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งผ่านพระถวัลย์ศักดิ์ ยติสักโก ผู้ช่วยของพระมหาบุญชัย ว่าให้เตรียมรายละเอียดทางการเงินของวัดมาด้วยในวันที่ 2 ส.ค. 59 ด้วยเวลากระชั้นชิด ทำให้พระมหาบุญชัย ไม่สามารถเตรียมเอกสารได้ทันจึงขอเลื่อนนัดอีกครั้งเป็นวันที่ 18 ส.ค. 59 แต่ดีเอสไอไม่ยินยอมจึงไปแจ้งความดำเนินคดีกับพระมหาบุญชัย

 

พระสนิทวงศ์ กล่าวด้วยว่า วัดพระธรรมกายได้ให้ความร่วมมือในการสอบสวนของดีเอสไอด้วยดี ทั้งพระถวัยส์ศักดิ์ ที่เดินทางไปให้ปากคำ และในวันที่ 4 ส.ค. รักษาการเจ้าอาวาส ก็มีกำหนดจะเดินทางไปให้ปากคำด้วย และข้ออ้างของดีเอสไอที่บอกว่าต้องสรุปสำนวนเพิ่มเติมให้อัยการให้ทันวันที่ 11 ส.ค. 59 นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะมีหนังสือจากดีเอสไอไปยังพยานอื่นๆ อีกหลายคน ระบุให้มาสอบปากคำในช่วงวันที่ 17 , 23 , 24 ส.ค. 59 จึงเป็นไปไม่ได้ที่ดีเอสไอจะสรุปสำนวนส่งอัยการภายในวันที่ 4 ส.ค. นี้

 

 



 

 

 

 

ทั้งนี้ พระสนิทวงศ์ ได้ยกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.106/1 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ที่ระบุว่าห้ามมิให้ออกหมายเรียกพระภิกษุมาเป็นพยานไม่ว่ากรณีใดๆ มาชี้แจงว่า การที่พระภิกษุได้รับหมายเรียกจะเดินทางไปให้ปากคำหรือไม่ เป็นเอกสิทธิตามกฎหมาย แต่กรณีนี้พระมหาบุญชัย ก็ได้ให้ความร่วมมือไปเป็นพยาน เพียงแต่ขอเวลาเตรียมเอกสารเท่านั้น เหตุใดดีเอสไอจึงยังแจ้งความดำเนินคดี อีกทั้งในข้อกฎหมายพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาทั้งแพ่งและอาญาหรือไม่ หรือสามารถออกหนังสือเชิญให้พระภิกษุ ทูตานุทูต พระบรมวงศานุวงศ์ มาให้ปากคำได้โดยอิสระ หากไม่มาก็สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีได้

 


"เราให้เกียรติดีเอสไอ ถึงให้ความร่วมมือตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ขอยืนยันอีกครั้งว่าเตรียมเอกสารเสร็จจะไปแน่นอน ไม่เห็นต้องไปแจ้งความเลย จริงๆคุยกันดีๆก็ได้ แบบสันติวิธี ปรองดองด้วยกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ตอนนี้ต้องการความรักสามัคคีของคนในชาติเพื่อความสงบสุข"  ผอ.สื่อสารองค์กร วัดธรรมกาย กล่าว

 

ภาพ : บ้านเมือง