ปตท.สผ.เคลื่อนไหวแล้ว !! ออกคำชี้แจง ยืนยัน เหตุการณ์มอนทาราไม่กระทบต่อระบบนิเวศน่านน้ำอินโดฯ!!หลัง"รบ.อินโดฯ"เรียกค่าเสียหายกว่า7หมื่นล้าน

Publish 2017-05-06 20:27:08

ภายหลังจากที่นายอารีฟ ฮาวาส โอโกรเซโน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกิจการทางทะเลของอินโดนีเซีย ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่าขณะนี้ทางรัฐบาลอินโดนีเซีย ได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่าน เพื่อที่จะเรียกค่าเสียหายมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท จากบริษัทปิโตเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด ( มหาชน ) หรือปตท. บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด ( มหาชน ) หรือปตท.สผ. และบริษัทพีทีทีอีพี ออสตราล เอเซีย ซึ่งเป็นบริษัทลูกในออสเตรเลียของปตท. จากกรณีเหตุน้ำมันรั่วไหลในทะเลติมอร์ ทางตอนใต้ของอินโดนีเซีย เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2552

โดย นายอารีฟ ฮาวาส โอโกรเซโน เปิดเผยว่า อินโดนีเซียเคยติดต่อเจรจากับบริษัทคู่กรณี เพื่อหาทางประนีประนอมยอมความกันนอกศาลร่วมกันหลายครั้งแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ปตท.กลับไม่เข้าร่วมลงนามในข้อตกลง นั่นถือว่า ปตท. ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกิดขึ้น



ล่าสุด ปตท.สผ.ได้ออกคำชี้แจง เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ โดยคำชี้แจงฉบับดังกล่าวระบุว่า..

คำชี้แจงฉบับที่ 1 กรณีการฟ้องร้องในประเทศอินโดนีเซีย

6 พ.ค. 2560

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อเกี่ยวกับการยื่นฟ้องคดีต่อศาลในกรุงจาการ์ตาโดย The Coordinating Ministry for Maritime Affairs อินโดนีเซีย เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลของแหล่งมอนทารา ในทะเลติมอร์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 2552 นั้น

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ทราบข่าวเรื่องการฟ้องร้องดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้รับเอกสารเกี่ยวกับการฟ้องร้องอย่างเป็นทางการ จึงไม่ทราบรายละเอียดของการยื่นฟ้องครั้งนี้

ทั้งนี้ ปตท.สผ. ขอชี้แจงว่านับจากที่เกิดเหตุการณ์มอนทาราจนถึงปัจจุบัน ปตท.สผ. ได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอินโดนีเซียมาโดยตลอด และพร้อมให้ความร่วมมือต่อไป โดยจะพิจารณาจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ที่ผ่านมา PTTEP Australasia หรือ PTTEP AA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. และเป็นผู้ดำเนินการในแหล่งมอนทารา ยังไม่เคยได้รับพยานหลักฐานที่ชัดเจนจากรัฐบาลอินโดนีเซียที่แสดงให้เห็นได้ว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจากเหตุการณ์มอนทาราในประเทศอินโดนีเซียแต่อย่างใด นอกจากนี้ จากผลการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งควบคุมโดยหน่วยงานรัฐบาลของประเทศออสเตรเลีย ยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณที่ติดกับน่านน้ำอินโดนีเซีย โดยผลการศึกษาวิจัยมีเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ดังนี้ http://www.au.pttep.com/sustainable-development/environmental-monitoring/


อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนั้น เกิดจากแท่นขุดเจาะมอนทารา เกิดการระเบิด และทำให้น้ำมันกระจายสู่ทะเลติมอร์ นานกว่า 10 สัปดาห์ โดยเว็บไซต์เอบีซีนิวส์ ของสหรัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินโดนีเซียต้องการเรียกร้องความยุติธรรม โดยต้องการค่าชดเชยที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหายเป็นเงิน 1,725 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.97 หมื่นล้านบาท และเป็นค่าดำเนินการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมอีก 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.14 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมประกอบด้วยป่าชายเลน พี้นที่ราว 7,500 ไร่ หญ้าทะเล ราว 8,750 ไร่ และแนวปะการัง ราว 4,300 ไร่

 

ที่มา http://www.pttep.com/th/Newsandnmedia/Mediacorner/Pressreleases/Holdingstatement1legalactioncommencedinindonesia.aspx





ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม