ใครปวดหัวข้างเดียวต้องระวัง!!! ไขความรู้ ยาคู่มรณะ กินผิดอาจจบชีวิตได้

Publish 2017-07-07 10:50:41

เมื่อพูดถึงอาการปวดไมเกรน ใครหลายๆคนจะคิดว่าเป็นอาการปวดหัวข้างเดียว แต่แท้จริงแล้วอาการปวดไมเกรน  ไม่จำเป็นต้องปวดศีรษะเพียงข้างเดียวเท่านั้น แต่อาจปวดทั้ง 2 ข้างก็ได้ อาการของโรคไมเกรนเป็นผลจากการขยายและหดของหลอดเลือดที่กะโหลกศีรษะ โดยมักมีอาการนำก่อนอาการปวด อาการนำที่พบบ่อยคือ อาการทางตา เช่น เกิดตาพร่า เห็นภาพ หรือ แสงสีผิดปกติ อาการนำอื่นๆ คือ รู้สึกหนักที่แขนขาเหมือนไม่มีแรง มีความรู้สึกผิดปกติที่ผิวหนัง เช่น รู้สึกคัน ชา หรือแสบร้อน อาการนำจะเกิดนานประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นไม่นานจะเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ซึ่งจะปวดเป็นพักๆ ปวดตุบๆ ข้างเดียว อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมด้วย อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงนี้จะอยู่นาน 2-3 ชั่วโมง จากนั้นอาการจะทุเลาลง แล้วเกิดอาการปวดขึ้นใหม่ได้ แต่ผู้ป่วยไมเกรนบางคนอาจไม่มีอาการนำ แต่จะเกิดอาการอื่นแทน คือ รู้สึกไวกับแสง เสียง หรือกลิ่นมากกว่าปกติ รู้สึกเพลีย หิวอาหารและน้ำ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดก่อนนานหลายๆ ชั่วโมงกว่าจะมีอาการปวดศีรษะ 

 




นอกจากโรคปวดไมเกรนแล้ว ยังมีโรคปวดศีรษะข้างเดียวอีกหลายประเภท คือ โรคปวดศีรษะที่เกิดจากความเครียด , โรคปวดศีรษะเนื่องจากมีแรงดันในสมองสูง ซึ่งโรคเหล่านี้ทำให้เกิดการปวดศีรษะเพียงข้างเดียวได้ ซึ่งคนมักจะเข้าผิดว่ามีเป็นไมเกรน ทำให้มีการไปซื้อยาปวดไมเกรนมารับประทานกัน ซึ่งยาที่ซื้อมารับประทานส่วนใหญ่นั้นเป็นยาคู่มรณะ ซึ่งยาคู่มรณะเป็นยาในกลุ่ม Ergot เป็นยาที่รักษาโรคไมเกรนอย่างเดียวเท่านั้น โดยยาที่มีผลเสริมฤทธิ์ของยากลุ่ม Ergot ก็ได้แก่
1. Protease inhibitor เป็นยาต้านไวรัสเอชไอวี
2. ยากลุ่มฆ่าเชื้อราชนิดรับประทาน
3. ยาฆ่าเชื้อในกลุ่ม Macrolide เช่น Clarithromycin
4. น้ำGrapefruit (ซึ่งทำให้อาจจะต้องระวังน้ำส้มโอไปด้วย)
5. ยาต้านอาการซึมเศร้าบางชนิด เช่นfluoxetine (บางตัวอยู่ในยากลุ่มที่ใช้ลดความอ้วน)

 


แต่ถ้าหากใครที่ไม่ได้เป็นโรคไมเกรนแล้วกินเข้าไป จะมีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง คือมีฤทธิ์หดหลอดเลือดได้ ถ้าเรารับได้ยามากเกินไปหรือยาออกฤทธิ์มากเกินไป ก็จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น  เส้นเลือดสมองตีบ นอกจากนี้บางรายถึงขั้นเป็นอัมพาต หรือถูกตัดแขนและขาได้เนื่องจากขาดเลือด ดังนั้นก่อนที่จะสรุปว่าเป็นโรคปวดไมเกรนหรือเปล่า เราควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดก่อน ไม่ควรคิดเอาเองว่ามีอาการปวดศีรษะข้างเดียว แสดงว่าเป็นโรคปวดศีรษะไมเกรนแน่ๆ แล้วไปหาซื้อยาแก้ไมเกรนมารับประทานเอง เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่น่ากลัวจนถึงชีวิตนี้ได้

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก FB : ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย