ผอ.ลำปางโดนแล้ว!! สั่งเด้ง ผอ.ลำปางเข้ากรุ หลังพบ ผันเงินโรงเรียนเข้กระเป๋าตัวเองกว่า 40 ล้าน เร่งสอบเพิ่ม จ่อลงโทษทางวินัย (รายละเอียด)

Publish 2017-07-13 15:44:18

        จากกรณี นางสุรณี กัลยารัตนกุล หรือ “ครูต้อย”  อดีตครูเกษียณราชการ นำเอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของผู้อำนวยการโรงเรียนดังแห่งหนึ่งในในจังหวัดลำปาง ร้องต่อสื่อมวลชนหลังจากเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1 ไปแล้วแต่เรื่องยังไม่คืบหน้า ถึงกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนทุจริตเงินโรงเรียน มูลค่า 42 ล้านบาทโดยเฉพาะ นางสุรณี หรือครูต้อย ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากต้องรับหน้าเป็นคนใช้หนี้แทน ผอ. เพราะเป็นผู้กู้ยืมเงินมาให้กว่า 10 ล้านบาท แถมซ้ำ เมื่อทวงถามกลับถูกปฏิเสธว่าไม่เคยเซ็นต์เอกสารใดๆ ในการกู้ยืมเงิน



        ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับข้อมูลจากคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ที่สพป.ลำปาง เขต 1 ตั้งขึ้น สรุปว่า จากการสืบข้อมูลทั้งเอกสารและพยานบุคคล พบว่า ผู้อำนวยการโรงเรียน มีการจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการขึ้นบริเวณหน้าห้องผู้อำนวยการโรงเรียน โดยมีเจ้าหน้าที่โรงเรียน 3 ราย และผู้ร้อง 1 ราย รวม 4 ราย ทำหน้าที่บริหารเงินรายได้ ที่มาจาก 3 โครงการ ดังนี้
             1. โครงการฝากเด็กไว้กับครูตอนเย็น เก็บรายละ 500 บาท  
             2. โครงการจัดเรียนพิเศษ ในช่วงเดือนตุลาคม เก็บรายละ 2,000 ต่อคน และเรียนพิเศษช่วงเดือนเมษายน เก็บรายละ 2,500 บาทต่อคน
             3. โครงการเตรียมอนุบาล ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 โดยเปิดห้องปกติ 3-5 ห้องเก็บค่าเรียนภาคเรียนละ 20,000 บาท และเปิดห้องมินิอิงลิช โปรแกรม (Mini English Program) ภาคเรียนละ 40,000 บาท

        จากการสืบสวนข้อเท็จจริง พบว่าเงินที่เก็บจากทั้ง 3 โครงการ ไม่มีการนำเข้าเป็นรายรับของสถานศึกษา จึงเชื่อได้ว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีการนำไปใช้ส่วนตัวจริง โดยขณะนี้ สพป.ลำปาง เขต 1 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนไปปฏิบัติหน้าที่ สพป.ลำปาง เขต 1 แล้ว


        ทั้งนี้หากกระบวนการสอบสวนวินัยพบว่าผู้อำนวยการผิดจริง จะมีโทษไล่ออก ถึงปลดออก ส่วนจำนวนเงินที่ผู้อำนวยการรายดังกล่าวนำไปใช้ส่วนตัว แม้ยังไม่ได้สรุปผล แต่ผู้ร้องเผยว่าอยู่ที่จำนวน 40 ล้านบาท และถือว่าเป็นคดีอาญา ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมาย หากเป็นข้าราชการต้องลงโทษทางวินัย

 

ชมคลิป กรุณารอสักครู่

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน