สุดซึ้งประทับใจ!!! อาม่ายอมขายอาหาร "ขาดทุน" เป็นเวลา 55 ปี จนเป็นหนี้ 2.5 ล้าน หลังเสียชีวิตคนมาร่วมงานกว่า 2,000 #บทความดีๆที่ทุกคนควรอ่าน

Publish 2017-08-05 20:55:27

ถือเป็นบทความดีๆ อีกบทความหนึ่งที่โลกออนไลน์กำลังให้สนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องราวของอาม่า อายุ 95 ปี คนหนึ่งที่ประเทศไต้หวัน ได้มีการยอมขายข้าวแกงขาดทุนในราคา 10 บาทดอลล่าห์ไต้หวัน หรือประมาณ 10 บาทไทยเท่านั้น มา 55 ปีเต็ม โดยอาหารนานาชนิดที่ถูกขายวางเต็มแผงจะมีทั้งผัก ทั้งหมู ทั้งปลา มากมายจะตักกับข้าวเท่าไหร่ก็ได้ และอาม่ามักจะอาหารให้กับลูกค้าเยอะๆ โดยให้เหตุผลว่า "ซื้อทั้งที ต้องกินให้อิ่ม" และอีกคำถามหนึ่งที่คนมักจะถามอาม่าคนนี้คือ "จะได้กำไรหรือเปล่า" อาม่ามักจะตอบกับบุคคลเหล่านั้นว่า "เป็นไปไม่ได้ มีแต่ขาดทุนแน่ๆ"

 

 

ทั้งนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมอาม่าถึงยอมขายข้าวแกงราคาขาดทุนขนาดนี้ ซึ่งเธอได้ให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุญบุคคลต่างๆที่มีให้เธอ โดยเธอได้ เผยว่า ตอนอายุ 16 ก็แต่งงานมาอยู่จังหวัดเกาสง ประเทศไต้หวัน หลังแต่งงานได้ไม่นานสามีของเธอก็โดนเกณฑ์ไปเป็นทหาร ทำให้เลี้ยงลุกคนเดียว  ชีวิตระหกระเหเร่ร่อนไปทั่วสารทิศ ไม่มีเงินหมดจนหนทาง แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากคนงานที่ท่าเรือจนๆ เธอก็เลยจดจำขึ้นใจ ต่อมาเมื่อสามีกลับมา ชีวิตก็ดีขึ้นมาหน่อย เธอและสามีจึงเช่าคลังสินค้าที่ท่าเรือเกาสง แล้วเปิดบริษัทเอาของขึ้นลงจากเรือ จากนั้นไม่นานอาม่าเธอก็พบว่าคนงานที่ทำงานที่ท่าเรือเหนื่อยยากลำบากมาก รายได้น้อย แม้แต่ที่จะซุกหัวนอนก็ยังไม่มี เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองได้รับความช่วยเหลือจากคนงานที่ท่าเรือ อาม่าก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก เธอประกาศให้คนงานสามารถมานอนในคลังสินค้าของเธอได้โดยไม่ต้องเสียเงิน และไม่เรียกร้องอะไรตอบแทน และเมื่อปัญหาเรื่องที่อยู่ได้รับการแก้ไขแล้ว อาม่าก็เริ่มสงสารที่คนงานไม่เคยได้กินอาหารร้อนๆ เธอเลยทำอาหารมาให้คนงานกินโดยไม่คิดเงิน ที่น่านับถือก็คืออาม่า ทำทานแบบนี้มาตลอดชีวิต ทุกวันไม่เคยหยุด โดยเธอจะไปซื้ออาหารสดที่ตลาด จากนั้นก็เอากลับมาล้าง แล้วปรุงออกมาวางบนแผง เพื่อให้คนงานได้กินข้าวอิ่มๆตั้งแต่เช้า ไม่ว่าจะฝนตกพายุเข้า อาม่าก็ไม่เคยหยุด




ต่อมาไม่นานเรื่องราวความใจดีของอาม่าก็แพร่ขยายไปทั่วบริเวณ ไม่เพียงแค่คนงานที่ท่าเรือมากินข้าวเท่านั้น คนจน คนข้างถนนแถวนั้นก็มากินด้วย อาหารฟรีๆ มีคนมากินวันละกว่า 200 คน ยิ่งเป็นเหตุผลให้อาม่ารู้สึกว่าสิ่งที่เธอทำสามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากมาย เธอก็ยิ่งมีแรงใจที่จะทำต่อไป แต่ทั้งนี้การทำอาหารให้คนจำนวนมากกินทุกวันใช้เงินไม่น้อย โดยเธอต้องควักเงินตัวเองมาโดยตลอด เพื่อจะหาเงินมาซื้อกับข้าว แผงข้าวจะได้อยู่ได้ต่อไป เธอเริ่มเก็บเงินจากจานละ 3 บาท 5 บาท และขายราคา 10 บาท มาเป็นเวลา 55 ปี แต่ทั้งนี้เวลาเจอคนลำบากเธอจะกินฟรี โดยไม่คิดเงิน ผู้คนมากมายต่างก็ซึ้งในน้ำใจของอาม่า

 

 

แต่ทั้งนี้ ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของการช่วยเหลือผู้คนมากมายนี้ กลับทำให้อาม่าเกือบต้องหมดตัว เพราะการทำอาหารขายจะต้องใช้เงิน แต่ว่าเธอไม่เคยขายได้กำไรเลย จึงต้องอาศัยเก็บของเก่าขาย เพื่อที่จะนำเงินมาลงทุนซื้อกับข้าวขาย และเธอยังต้องขายบ้านไป 7 หลัง และมีหนี้นอกระบบอีก 2.5 ล้าน เนื่องจากที่ผ่านมาเธอไม่ได้แค่ทำอาหาร แต่เธอยังช่วยเหลือคนงานที่ท่าเรือไม่มีเงินแต่งงาน ก็จะออกเงินจัดงานแต่งงานให้เอง จนดูเหมือนเธอจะคิดว่าคนงานทุกคนเป็นญาติ และเธอมักบอกลูกๆว่าการช่วยคนอื่น เป็นตอบแทนบุญคุณของหลายๆชาติที่ผ่านมา


ตอนช่วงอายุ 70 สุขภาพเธอเริ่มแย่ลง จากที่ทำอาหาร 3 มื้อก็ต้องลดเหลือแค่ 2 มื้อ พอช่วงอายุ 80 อาการแกก็แย่ลงเรื่อยๆ จนต้องนอนบนเตียงไปไหนไม่ได้ จนทำให้ใครๆก็สงสาร แต่เธอยังเป็นกังวลว่าคนงานจะไม่มีข้าวกิน พออาการดีขึ้นมา เธอก็รีบไปทำอาหารขายเหมือนเดิม ลูกหลานจะห้ามยังไงก็ไม่ฟัง ก็เลยต้องประนีประนอม ให้เหลือแค่วันละมื้อ แต่ไม่นานอาม่าก็เกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก ต้องนอนอยู่แต่บนเตียง และครั้งนี้อาการไม่ยอมกลับมาดีขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นคนดี มีน้ำใจแค่ไหนก็เอาชนะโรคภัยไม่ได้ หลังจากนั้น 5 ปีเธอก็เสียชีวิต โดยเธอจากไปในวัย 96 ปี ในงานศพของเธอ มีคนมาร่วมงานมากกว่า 2,000 คน พวงหรีดวางยาวเรียงต่อกันเป็นหลายร้อยเมตร ทั้งคนงานท่าเรือในอดีตและปัจจุบันมากมายมางานศพอาม่า พวกเขาระลึกถึงบุญคุณ ตอนที่ทุกคนกำลังลำบากก็ได้ข้าวของอาม่าช่วยเหลือไว้ ทุกคนร้องไห้น้ำตาไหลพราก แต่ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขก็คือ หลังจากครบรอบ 1 ปีวันเสียชีวิตของอาม่า ลูกๆของเธอก็จัดตั้งมูลนิธิจวงจูอวี้ เพื่อทำตามปณิธานของแม่ต่อไป

 

 

ซึ่งบทความนี้คนบนโลกออนไลน์ต่างสนใจ ซาบซึ้งกับเรื่องราวของอาม่าชาวไต้หวันคนนี้ และแชร์บทความนี้เป็นจำนวนมาก ต่างแสดงจุดยืนที่จะเสียสละแบบอาม่าจำนวนมาก

 

 

 

 

 

 

 

 


ขอบคุณข้อมูล liekr

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย