ถูกและดีหากินก็ง่าย!! ผักพื้นบ้าน มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ไม่ใช่แค่อร่อย แต่ช่วยต้านโรคร้ายได้ด้วย

Publish 2017-10-06 07:11:20

โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายแรงที่ไม่มีใครอยากจะให้เป็น ซึ่งเกิดจากภาวะที่เซลล์ในร่างกายของเรามีการแบ่งตัวและเจริญขึ้นโดยรวดเร็วอย่างผิดปกติในสารพันธุกรรม (DNA) โดยเริ่มจากเป็นเซลล์เล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นตามเวลา นานวันเข้าเซลล์นั้นก็จะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงทำให้เซลล์ในก้อนเนื้อนั้นตาย จนกลายเป็นก้อนเนื้องอกร้ายที่ไปเบียดบังทั้งส่วนที่เกิดและส่วนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง จากนั้นก็จะค่อยๆ กระจายไปในส่วนอื่นๆ ของร่างกายโดยผ่านระบบกระแสเลือดหรือน้ำเหลืองของเราเป็นตัวนำเชื้อไป ดังนั้น เราควรเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพร่างกายของตัวเองกันมากขึ้นเลือกบริโภคอาหารให้ดีมีประโชยน์ ซึ่งผักพื้นบ้านของไทยเรานั้นก็มีส่วนช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งได้ดีเช่นกัน




1. ขี้เหล็ก
ขี้เหล็ก เป็นผักพื้นบ้านจากทางใต้  ดอกขี้เหล็กช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ในส่วนของแก่นขี้เหล็กยังช่วยรักษาโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย


 
2. สะเดา
เป็นผักที่มีรสชาติค่อนไปทางขม สะเดามีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านบำรุงร่างกาย ขับเสมหะ ลดไข้ แก้ท้องผูก ขับลม และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอก และมะเร็งได้อีกด้วย



3. ผักชีลาว
เป็นผักพื้นบ้านอีกหนึ่งชนิดที่มีประโยชน์และมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยแก้อาการท้องผูก, ขับลม, แก้วิงเวียนศีรษะ, ต้านอนุมูลอิสระ รวมไปถึงเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย และที่สำคัญเลยก็คือสามารถช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย
 


4. ผักติ้ว
ผักที่นิยมรับประทานในภาคอีสานเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีงานวิจัยของนิสิตโครงการปริญญาเอก กาญจนาภิเษก (คปก.) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในงานวิจัยส่วนหนึ่งระบุไว้ว่า “ผักติ้ว” มีฤทธิ์ต้านมะเร็งตับได้และไม่ทำลายเซลล์ปกติด้วย (แต่งานวิจัยยังไม่เสร็จสิ้นพอที่จะนำเอาไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์)
 


5. ผักแขยง
ผักแขยงหรือผักกะแยงพบมากในภาคอีสานสามารถนำมาจิ้มกินกับน้ำพริก ลาบ ก้อย หรือแกงได้หลากหลาย ซึ่งผักแขยงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมากจึงมีส่วนช่วยในการต้านมะเร็งได้

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล รายการ Midnight Family



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กนกวรรณ โอวาส