เผย ตำนานพญานาคมีอยู่จริง ตามความเชื่อของคนโบราณ  !?!

เผย ตำนานพญานาคมีอยู่จริง ตามความเชื่อของคนโบราณ !?!

Publish 2017-10-16 19:50:44

 หากพูดถึงเรื่องราวของ พญานาค ตามตำนานความเชื่อสะสมของคนโบราณที่เล่าสืบทอดต่อๆกันมาต่างๆนานาในหลายยุคหลายสมัยนั้น พบว่าคนโบราณมีความเชื่อความผูกพันเกี่ยวกับเรื่องราวของ พญานาค สัตว์ ในตำนานที่คล้ายคลึงกันมากเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่คนโบราณเชื่อกันว่า พญานาค เป็นเทวดาเหล่าหนึ่งในสวรรค์ชั้น “จาตุมหาราชิกา”มีภพภูมิที่สูงกว่ามนุษย์ ซึ่ง มีอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ความมหัศจรรย์มาก 
           
            และตัวผู้เขียนเองก็ได้พบว่ามีอีกหนึ่งตำนานเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับ พญานาค ของคนโบราณที่ผู้เขียนได้นำมาพินิจพิจารณาดูแล้วพบว่าเป็นตำนานความเชื่อที่มีเค้าโครงเรื่องราวในลักษณะที่ใกล้เคียงกันมาก ซึ่งกล่าวว่า พญานาค นั้นเป็นสัตว์กึ่งเทพกึ่งมนุษย์ จัดเป็นพวก”โอปปาติกะโยนิ “คือ ผุดเกิดขึ้นโดยฉับพลันทันทีเหมือนเทวดา ซึ่งมีฤทธิ์เดชสูงมีพลังอำนาจมหาศาล และมีรูปกายเป็นทิพย์ สามารถจำแลงเนรมิตรกายได้ทุกรูปแบบภายในชั่วพริบตาเดียว

 




ด้วยเพราะ พญานาค นั้นมีรูปกายอันเป็นทิพย์ จึงสามารถที่จะอาศัยอยู่ได้ทุกๆที่ เช่นอาศัยอยู่ในอากาศกลุ่มม่านเมฆหมอกควันอยู่ในสวรรค์ชั้นฟ้า ,อาศัยอยู่ใต้น้ำ-ลำห้วย-หนอง-คลอง-บ่อ-บึ่ง-น้ำตก-ทะเล-มหาสมุทร หรือ เมืองบาดาล,อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลกมนุษย์ หรือ ผืนพสุธาตามทุ่งหญ้า-ป่า-ถ้ำ-ภูเขาลำเนาไพร-ตามวัดวาอาราม สถูป เจดีย์ ปราสาทราชวังต่างๆที่มีอายุยาวนานมีความศักดิ์สิทธิ์ความเก่าแก่เกี่ยวโยงทางพุทธศาสนา,ตามสถานที่ผู้คนมีความเคารพศัทธาเข้ากราบไหว้สักการะจำนวนมาก และ อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือ เรียกว่าใต้พิภพ

 

                  นอกจากเรื่อง “การกำเนิด” พญานาค ที่มีความแปลกแล้ว “การกินอาหาร” ของ พญานาค ก็ยังถือว่าแปลกอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเคยได้ยินและรับทราบในทำนองเดียวกันมาว่า“ชาวเมืองฟ้าเมืองสวรรค์”โดยปกติ แล้วจะ“อิ่มทิพย์” แต่ก็มีการพบเนื้อความที่แสดงอยู่ใน“ไตรภูมิพระร่วง” ซึ่งกล่าวว่า “พญานาค เมื่อหิวก็จะจำแลงแปลงกายออกหากิน”

 


 และในหนังสือ “ไตรภูมิพระร่วง” ยังได้กล่าวบรรยายเอาไว้ว่า “วังบาดาล” อันเป็นสถานที่ที่ พญานาค อาศัยอยู่นั้น มีความลึกลงไปในใต้ชั้นดิน ราว ๑ โยชน์ หรือ ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ซึ่งมีปราสาทราชวังที่สวยงามวิจิตรพิศดาร ไม่แพ้เมืองสวรรค์ และ มีถึง ๗ ชั้น เป็นรูปแบบลักษณะ เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ชั้นที่สูงๆจะยิ่งมีความสุขมาก เหมือนสวรรค์ โดยขั้นของความสุขเหล่านั้น ได้ถูกกำหนดจัดเรียงไว้ให้เป็นไปตามลำดับของแต่ละชั้นอย่างชัดเจน


     
          กล่าวคือ ภพภูมิที่อยู่ของ พญานาค หรือผู้มีกายทิพย์ (ทิพย์ภาวะ) แต่ยังคงมีความเกี่ยวข้องอยู่กับกาม เรียกว่า
“ฉกามาพจรภูมิ”  ซึ่งมีความหมายถึง ภพภูมิ 6 ชั้น ที่ยังติดอยู่ในบ่วงกามตัณหา ยังมีความอยาก ความใคร่ มีการจุติ เกิด ดับ เหมือนโลกมนุษย์  หรือ “สวรรค์ 6 ชั้น” อันประกอบไปด้วย

     สวรรค์ชั้นที่ 1 ชื่อว่า จาตุมหาราชิกา เป็นดินแดนแห่งราชามหาราชทั้ง 4 มีหน้าที่ดูแล ในแต่ละทิศ เป็นใหญ่เสมอกัน ซึ่งรู้จักกันในนามของ ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ซึ่งหมายถึง ผู้ปกครอง ดูแล ปกปักษ์รักษา โลก
    
     สวรรค์ชั้นที่ 2 ชื่อว่า ดาวดึงส์  หรือ ไตรตรึงษ์ มี” พระอินทร์” เป็นจอมเทพ  
    
     สวรรค์ชั้นที่ 3 ชื่อว่า ยามา มี “ท้าวสยามเทวราช “เป็นผู้ปกครอง    
    สวรรค์ชั้นที่ 4 ชื่อว่า ดุสิต มี” ท้าวสันดุสิตเทพยราช” เป็นใหญ่ ซึ่งในชั้นนี้ จะเป็นที่อยู่ของพระโพธิสัตว์ ที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ในอนาคต เทวดาชั้นนี้จะเป็นผู้รู้ธรรมะ    
    
    สวรรค์ชั้นที่ 5 ชื่อว่า นิมมานรดี มี ท้าวสุนิมมิต เป็นจอมเทพ     
    สวรรค์ชั้นที่ 6 ชื่อว่า ปรนิมิตวสวัตตี  โดยสวรรค์ชั้นนี้ได้แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายธรรมะ มี”ท้าวปรนิมิตวสวัตตีเทวราช” เป็นใหญ่ 
 ฝ่ายมาร มี “พระยามาราธิราช “หรือ ที่เรียกกันทั่วไปว่า    “พระยามาร “เป็นใหญ่ ทั้ง 2 ไม่ไปมาหาสู่กัน เพราะเป็นใหญ่เสมอกัน

     

        เฉพาะสวรรค์ชั้น  “ จาตุมหาราชิกา”ซึ่ง เป็นสวรรค์ชั้นที่ 1 จัดอยู่ในกามภพ หรือ เป็นปรโลกฝ่าย”สุคติภูมิ “ในบรรดาสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นนั้น สวรรค์ชั้นนี้จะมีความแปลกแยกความหลากหลายมากที่สุด เพราะอยู่ใกล้ชิดกับพื้นโลก หรือ ภพภูมิ”มนุษย์”
มากกว่าสวรรค์ชั้นอื่นๆ และมีบางส่วนที่เป็นมิติซึ่งซ้อนกับภพภูมิ “มนุษย์”
      วรรค์ชั้นที่ 1 เป็นสวรรค์ชั้นแรกและอยู่ต่ำที่สุด คือ ตั้งอยู่เหนือยอดเขา “ยุคันธร” ซึ่งเป็นภูเขาที่ล้อมรอบ
“เขาพระสุเมรุ “ตามคติความเชื่อใน “ศาสนาพราหมณ์”
และ “พระพุทธศาสนา”คือ ภูเขาที่เป็นหลักของโลก ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของโลกหรือจักรวาล เป็นที่อยู่ของสิ่งที่มีดวงจิตวิญญาณในภพและภูมิต่างๆ นับแต่ “สัตว์นรก” ไปถึงมนุษย์นาค ครุฑ ยักษ์มาร คนธรรพ์ ฤษี และเทวดา โดยมีปลาอานนท์หนุนอยู่ รอบๆ เขาพระสุเมรุ


            เขาพระสุเมรุ นั้นตั้งอยู่เหนือน้ำ 84,000 โยชน์ มีภูเขารองรับ 3 ลูก โดยส่วนฐานคือ ตรีกูฏ (สามเส้าหรือสามยอด) มีภูเขาล้อมรอบ 7 ทิว เรียกว่า สัตตบริภัณฑคีรี คือ ทิวเขา ยุคนธร กรวิก อิสินธร สุทัศ เนมินธร วินตกและอัสกัณ มีเทวดาจตุมหาราชิก และบริวารสถิตอยู่สูงกว่าแผ่นดินขึ้นไป 326,000,000 วา คิดเป็น 46,000 โยชน์

     สวรรค์ชั้นนี้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ มี 4 เมือง โดยมีเทวดาปกครองตามเมืองของตน ได้แก่

     1. ท้าวธตรฐ เป็นหัวหน้าปกครองเหล่าพวก คนธรรพ์ เทวดาทั้งหมด  อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสิเนรุ รูปร่างสูงโปร่งและสูงกว่าทุกๆองค์ใน4ท้าวจตุโลกบาลมีผิวกายสีเขียว, มือซ้ายถือพิณ, มือขวาดีดพิณ  พวกคนธรรพ์เป็นบริวาร
     
2. ท้าววิรุฬหก เป็นหัวหน้าปกครองเหล่าพวกครุฑ ยักษ์กุมภัณฑ์และยักษ์ผีเสื้อ  อยู่ทางทิศใต้ของภูเขาสิเนรุ รูปกายมีรูปร่างท้องป่องพุ่งใหญ่ ขาสั้น กำยำล่ำสัน ตามความเชื่อบางคติจะพบได้ว่าท้าววิรุฬหกคือผู้ปกครองครุฑและนก มีหน้าแดง, มือซ้ายมีงูเลื้อยพันฝ่ามือจับคองูไว้, มือขวาถือพระขรรค์, มีมงกุฎประดับด้วยรูปนาค  มีพวกอสูรเป็นบริวาร
    
3. ท้าววิรูปักษ์  เป็นหัวหน้าปกครอง เหล่าพญานาค เทวดาทั้งหมด อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาสิเนรุ  มีพระวรกายสีทอง พระนาภีสีทอง และพระเศียรสีทองพูดง่ายๆสีทองทั้งองค์ อยู่ในตระกลูวิรูปักขะแต่ดวงเนตรสีขาวอมฟ้าเหมือนตามนุษย์ด้วยเหตุที่ท่านเป็นเทวดาแปลง...แผลงเศียรได้ ๙ เศียรหรือกว่านั้นเมื่อท่านเสด็จประพาสบาดาล มักจะมาประทับอยู่กับพระวรชายา
“ องค์นางพญานพเกตุนาคิณีวิสุทธิเทวี “มีพวกนาคเป็นบริวาร


     
4. ท้าวเวสสุวรรณ  (ซึ่งมีหลายชื่อ เช่น ท้าวกุเวร ท้าวไพรศรพณ์ )เป็นหัวหน้าปกครองพวกเหล่าเทวดา, ยักษ์ ,ภูติ ,ผี ,ปิศาจ และ มนุษย์ ทั้งหมดอยู่ทางทิศเหนือของเขาสิเนรุ ซึ่งเป็นยักษ์ 3 ขา มีฟัน 8 ซี่ มี ๔ กร พระวรกายขาวกระจ่างสวมอาภรณ์งดงาม มีมงกุฎเป็นน้ำเต้าทรงอยู่บนพระเศียร, แต่มีรูปกายพิการร่างกายกำยำล่ำสันดูแข็งแรงรูปร่างสมส่วน, มือขวาถือกระบองยาว  มีพวกยักษ์เป็นบริวาร

     เทวดาผู้เป็นใหญ่ปกครองทั้ง 4 องค์นี้เรียกว่า “ท้าวจตุโลกบาล” หรือ “ท้าวมหาราชทั้ง 4” ซึ่งตำแหน่งของท้าวทั้ง 4 นั้น ถูกจัดสรรขึ้นโดย “พระอินทร์” ผู้เป็นใหญ่แห่งสวรรค์ชั้น “ดาวดึงส์”

     ส่วนสาเหตุที่ทำให้ “พญานาค” ได้ไปเกิดอยู่ในสวรรค์ชั้นที่ 1 นี้ ตามความเชื่อกล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ไม่รู้ “หลัก” ในการทำบุญ และไม่ค่อยได้ “สั่งสม” บุญกุศล แต่เป็นประเภทที่ว่า นานๆ ทำที หรือเป็นประเภททำบุญแบบไม่บริสุทธิ์ใจ บุญกุศลที่ได้เลยไม่บริสุทธิ์เท่าที่ควร และนอกเหนือจากนั้น บาปในตัวก็ยังหลงเหลืออยู่ แต่อาศัยที่มีบุญช่วยอยู่บ้าง และเมื่อก่อนจะสิ้นใจได้นึกถึงบุญกุศลที่เคยทำมา จึงได้มาเกิดที่สวรรค์ชั้นนี้ก่อน หากหมดบุญแล้วก็จะไปชดใช้กรรมที่เคยก่อมา

     อายุของผู้มีภาวะอันเป็นทิพย์ในสวรรค์ชั้นนี้ คือ 500 ปีทิพย์ เท่ากับ 9,000,000 ปีในเมือง “มนุษย์”

     ในบรรดาสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นดังกล่าวนั้น “สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา” เรียกได้ว่ามีความหลากหลายแห่ง “ภาวะ” มากที่สุด เพราะนอกจากจะมีท่านผู้มีภาวะอันเป็นทิพย์หลาย “เผ่า” อาศัยอยู่รวมกันแล้ว เช่น เทวดา นางฟ้า คนธรรพ์ ยักษ์ พญานาค ครุฑ เป็นต้น สวรรค์ชั้นนี้ยังอยู่ใกล้กับโลกมนุษย์มากกว่าชั้นอื่นๆ และมีบางส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับมนุษย์ภูมิ

     ฉะนั้น ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษย์บางคนจึงมีประสบการณ์กับเรื่องที่สัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับท่านผู้มีภาวะอันเป็นทิพย์ในสวรรค์ชั้นนี้ หนึ่งในเหตุการณ์ที่คนทั้งหลายให้ความสนใจและกล่าวถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ “พญานาค”

ขอขอบคุณท่านเจ้าของเครดิตภาพที่นำมาใช้ในการประกอบสาระข้อมูลนี้จาก (อินเตอร์เน็ต)และขอขอบคุณแหล่งประวัติความรู้ที่มาของข้อมูลบางส่วน”จาก (อินเตอร์เน็ต)

เรียบเรียงโดย:โชติกา  พิรักษา และ ศศิภา ศรีจันทร์ ตันสิทธิ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

โชติกา พิรักษา