เช็กก่อนสาย!!! มะเร็งรังไข่ ภัยเงียบที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ผู้หญิงทุกคนต้องอ่าน!!

Publish 2018-01-30 17:04:18

มะเร็งรังไข่ อาการร้ายแรงไหม อีกหนึ่งภัยเงียบที่สาว ๆ พึงระวัง และควรหมั่นเช็กสุขภาพตัวเองก่อนจะสายเกินไป เพราะภัยเงียบนี้ก็ถือว่าเป็นโรคที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากอันดับต้น ๆ ในบรรดาโรคมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ผู้หญิง เพราะเรามักไม่ค่อยตรวจเจอมะเร็งรังไข่ในระยะต้น ๆ แต่มารู้ตัวอีกทีก็พบว่าเป็นมะเร็งรังไข่ในระยะท้าย ๆ แล้ว

สาเหตุของโรคมะเร็งรังไข่อาจยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ก็พบเหตุส่งเสริมที่อาจจะทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ได้ดังต่อไปนี้
1. สภาพแวดล้อม เช่น สารเคมี อาหาร เนื่องจากพบว่าในประเทศอุตสาหกรรมมีผู้ป่วยเป็นมะเร็งรังไข่มากกว่าประเทศเกษตรกรรม
2. สตรีที่ไม่มีบุตร หรือมีบุตรน้อย
3. ผู้ที่เคยเป็นมะเร็งที่เต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร โอกาสเป็นมะเร็งรังไข่อาจมีมากกว่าคนปกติ



7 สาเหตุที่สามารถเช็คได้ว่าคุณคือกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งรังไข่เริ่มจากสาเหตุแรกคืออายุ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยมะเร็งไข่ มีอายุเฉลี่ย 55 ปี หรือมากกว่า แต่ก็สามารถพบมะเร็งรังไข่ในเด็กหญิงก่อนหรือหลังวัย 10 ขวบ ได้เช่นกัน
2 ประวัติครอบครัว    โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีแม่ พี่สาว น้องสาว ยาย ป้า หรือน้า เป็นมะเร็งรังไข่ จะมีความเสี่ยงการเป็นมะเร็งรังไข่สูงขึ้น
3 การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม (Genetic Mutations) ในผู้ที่พบการกลายพันธุ์ของ 1 ใน 2 ยีนมะเร็งเต้านม BRCA1 และ BRCA2 มีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งรังไข่สูงขึ้น 
4 รอยโรคมะเร็งเต้านม, ลำไส้ใหญ่ หรือเยื่อบุโพรงมดลูก ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่ง มีความเสี่ยงสูงขึ้นในการพัฒนาเป็นมะเร็งรังไข่ได้
5 การคลอดบุตร  ผู้หญิงที่มีการคลอดบุตรอย่างน้อย 1 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนอายุ 30 ปี มีความเสี่ยงมะเร็งรังไข่น้อยกว่าผู้หญิงที่มีบุตรหลายคน และการให้นมบุตร พบว่ามีความเสี่ยงมะเร็งรังไข่น้อยลง
6 โรคอ้วน ผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ที่ 30 หรือสูงกว่า อาจมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่มากขึ้น 
7 การใช้ฮอร์โมนทดแทน (HRT) บางการศึกษามีการเชื่อมโยงระหว่างฮอร์โมนทดแทน (HRT) และมะเร็งรังไข่ ซึ่งความเสี่ยงนี้ดูเหมือนจะมากสำหรับผู้หญิงที่ใช้เอสโตรเจนเพียงอย่างเดียวนานกว่า 5 ปี แต่ต้องทำการศึกษามากกว่านี้

สัญญาณเตือนอาการมะเร็งรังไข่ที่สามารถเช็คได้ด้วยตัวเองนั้นอย่างที่บอกว่ามะเร็งรังไข่จะตรวจพบได้ค่อนข้างยาก จนกระทั่งมารู้ตัวอีกทีก็เจอมะเร็งรังไข่ในระยะลึก ๆ แล้ว ดังนั้นสาว ๆ ต้องหมั่นเช็กอาการของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะหากมีอาการต่อไปนี้ ให้สงสัยไว้ก่อนเลย
1.ท้องอืดเป็นประจำ
2.มีก้อนในช่องท้องหรือช่องเชิงกราน จึงอาจทำให้เกิดอาการแน่นหรือปวดท้อง 
3.ก้อนเนื้ออาจกดเบียดลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทำให้รู้สึกปวดถ่วง ถ่ายอุจจาระไม่สะดวกหรือลำบาก
4.เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้น จะกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อยและขัด
5.เมื่อเซลล์มะเร็งมีการกระจายไปในช่องท้อง อาจทำให้เกิดน้ำในช่องท้อง ซึ่งจะทำให้ดูเหมือนอ้วนขึ้นได้ ท้องโตขึ้นกว่าเดิม
6.เบื่ออาหาร ผอมแห้ง น้ำหนักลด
7.อาจมีประจำเดือนผิดปกติ บางรายอาจพบการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น มีเสียงห้าว มีหนวด หรือขนขึ้นตามลำตัวคล้ายผู้ชายได้ เนื่องจากผลของมะเร็งรังไข่ที่ทำให้ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนที่ผิดปกติไป
8.ในบางรายอาจไม่มีการแสดงอาการเลย แพทย์อาจตรวจพบโดยบังเอิญว่ามีก้อนในท้องน้อย


อาการของมะเร็งรังไข่ตั้งแต่ระยะแรก-ระยะสุดท้ายนั้น
มะเร็งรังไข่ระยะแรก หรือระยะที่ 1 : เซลล์มะเร็งยังอยู่ภายในรังไข่ 1 หรือ 2 ข้าง

มะเร็งรังไข่ระยะที่ 2 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่สู่อวัยวะในช่องเชิงกราน เช่น ท่อนำไข่ หรือมดลูก

มะเร็งรังไข่ระยะที่ 3 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่และช่องเชิงกราน ไปยังช่องท้องหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง

 

 

มะเร็งรังไข่ระยะสุดท้าย หรือระยะที่ 4 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่ไปยังอวัยวะที่ไกลออกไป เช่น ตับ ปอด

ศึกษารักษาสามารถทำได้ 3 วิธี คือ 1. การผ่าตัด 2.การใช้รังสีรักษา 3.เคมีบำบัด แต่ท่างที่ดีอย่างรอจนสายป้องกันง่ายด้วยการหมั่นตรวจภายในด้วยคลื่นความถี่สูง อย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งนอกจากการตรวจภายในปีละครั้งแล้วยังสามารถป้องกันมะเร็งรังไข่ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ด้านต้านมะเร็งรังไข่อีกด้วย!! 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนัง มะเร็งลำไส้ มะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งสมอง มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งตับ มะเร็งปอด



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต