คนนครต้องการคนดี...เปิดตัวเลขจิมมี่ เศรษฐีใจบุญ จ่ายภาษีเพื่อคนคอนปีละเท่าไหร่??? ผู้การฯรับหย่าศึก ปืนจี้บังคับกราบเท้าแค่เรื่องเข้าใจผิด?!

คนนครต้องการคนดี...เปิดตัวเลขจิมมี่ เศรษฐีใจบุญ จ่ายภาษีเพื่อคนคอนปีละเท่าไหร่??? ผู้การฯรับหย่าศึก ปืนจี้บังคับกราบเท้าแค่เรื่องเข้าใจผิด?!

Publish 2018-03-08 12:35:12

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า เสนอ ผันแปรจิตร ซึ่งเป็นของนายเสนอ ผันแปรจิตร ได้โพสต์ข้อความ ว่า “สวรรค์มีตาเทวดามีจริงขอกราบขอบพระคุณท่าน ผวจ.ท่าน จำเริญ ทิพญพงค์ธาดาและ ผบก.ภ.จว. พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ที่ไห้ความเมตตารับเรื่องร้องเรียนขอกระผมและรับฟังเหตุผลของกระผมและบอกไห้ผมอโหสิกรรมไห้กับคนที่กระทำกับกระผมถ้าไม่ได้ท่านทั้งสองไม่รู้ว่าผมจะมีชีวิตรอดหรือไม่ผมขออโหสิกรรมไห้กับคนที่ป่วยและคิดจะทำร้ายผมก็แล้วกันนะครับ กราบขอบพระคุณครับ”



ต่อมาเมื่อข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปปรากฏว่า มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดอะไรขึ้น ขณะที่ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Jimmy Chawala ซึ่งเป็นของนายจิมมี่ ชวาลา นักธุรกิจเจ้าของร้านผ้าชื่อดัง เศรษฐีใจบุญของชาวนครศรีธรรมราช ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย จากนั้นก็มีการตอบโต้กับนายเสนอ เจ้าของโพสต์ดังกล่าวตามที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น (http://www.tnews.co.th/contents/423769)


 

       ขณะที่นายจิมมี่ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า นายเสนอมีปัญหาธุรกิจล้มเหลว เคยเข้าขอคำแนะนำ ซึ่งตนก็แนะนำไปจะต้องอยู่ในร้าน ไม่ควรไปปรากฏตัวตามร้านอาหารต่างๆ ดื่มเหล้าเมามายขึ้นเวทีร้องเพลง ลูกค้าและคนทั่วไปจะไม่นับถือ จะต้องอยู่บริหารจัดการร้านของตัวเอง

 

“ นอกจากนั้นยังเอาโฉนดที่ดินมาขอความช่วยเหลือ แต่มันไม่ใช่หน้าที่ตนจึงปฏิเสธไป ที่ผ่านมาให้เกียรติเขามาตลอด แต่เขากลับไม่เคยให้เกียรติเลย สร้างภาพทำให้คนทั่วไปมองตนในภาพไม่ดีต่างๆนานา คือเรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค. เบียร์ยี่ห้อดังได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่สนามลีวัฒนา ถนนพัฒนาการคูขวาง มีตูน บอดี้สแลม มาร้องเพลง ผู้จัดก็เชิญผมไปด้วย เพราะเคยบริจาคเงินให้ตูน

 

       ผมไม่พอใจกระทั่งเกิดการโต้เถียง ผมจึงกดเรียกพนักงาน 2 คน ให้เข้ามาตบปากเขา และบอกให้เขากราบขอโทษ พนักงานผมจึงเข้าไปกระชากคอเสื้อทันที แต่ก็ไม่ได้ตบปากตามที่ผมสั่ง ก่อนที่เขาจะยอมก้มกราบ ผมจึงไล่ให้ออกจากห้องไปอ้างว่าผมให้มือปืนชักปืนจี้หัวนั้นไม่เป็นความจริง แต่เชื่อว่าทำไปเพราะต้องการจะทำลายผม ยังไม่สำนึกเข้าไปร้องเรียนกับท่านผู้ว่าฯ และท่านผู้การฯ ผมก็เครียดเนื่องจากทั้ง 2 ท่านเป็นผู้ใหญ่พอที่จะรู้ว่าใครเป้นอย่างไร ถ้าหลังจากนี้มีการเรียกผมไปเคลียร์กับคุณเสนอต่อหน้าท่านผู้ว่าฯและท่านผู้การฯ ผมจะตบปากเขาเพื่อสั่งสอนทันที มันเหลือทนแล้วจริงๆ ผมรักคนนครศรีธรรมราชที่สุด พวกเขาคือครอบครัวผม ถ้าวันหนึ่งพวกเขาไม่ต้องการ ผมก็จะไปอยู่จังหวัดอื่นแทน และจะไปด้วยความเสียใจที่สุด” นายจิมมี่ กล่าว ( http://www.tnews.co.th/contents/424181 ถ้าคนนครไม่ต้องการ ผมก็จะไปอยู่จังหวัดอื่น...จิมมี่ แจงปมร้อน!!! เหลือทนกับนักธุรกิจพาล หากเจอขอทำอะไรบางอย่างต่อหน้าผู้ว่าฯ-ผู้การตำรวจ???)

 

 

       นอกจากนี้นายจิมมี่ กล่าวย้ำว่า หากคนนครศรีธรรมราช มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายทำลายผมและครอบครัวเช่นนี้ ทั้งๆที่ผมทุ่มเท เสียสละสร้างประโยชน์ให้กับสังคมนครศรีธรรมราชมากมาย แม้แต่การเสียภาษีธุรกิจครอบครัว ผมก็จ่ายภาษีหลายสิบล้านบาทในแต่ละปี หากคนนครฯไม่ต้องการผม ผมและครอบครัว ก็พร้อมที่จะไปอยู่จังหวัดอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้หลักผู้ใหญ่ในหลายจังหวัด รวมทั้งในกรุงเทพฯ ซึ่งผมมีธุรกิจในเครือข่ายอยู่หลายแห่งเขาก็ต้องการผม หากคนนครฯ เขาไม่ต้องการผม ต้องการทำลายผม ผมก็พร้อมที่จะไปทันที

 

       ล่าสุด พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เผยด้วยว่า ขณะนี้ตนอยู่ที่ กทม.มาราชการ ซึ่งนายเสนอ ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับตนในเบื้องต้น และยังไม่มีการแจ้งความอะไรแต่อย่างใด ซึ่งเท่าที่พูดคุยเบื้องต้นน่าจะมีการเข้าใจผิดอะไรกันบางอย่าง ซึ่งตนกำลังหาทางไกล่เกลี่ยหย่าศึกระหว่างคุณจิมมี่กับคุณเสนอ ให้ได้เข้าใจดีต่อกันและจับมือดีต่อกันในเร็วนี้ เพื่อภาพพจน์ที่ดีของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะทั้งคู่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช

 

       ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเอาปืนจี้หัวคุณเสนอหรือไม่ พล.ต.ต.วันไชย ตอบว่า 'เรื่องนี้คงเป็นการเข้าใจผิดกัน เดี่ยวตนจะนัดมาคุยและจับมือคืนดีกัน' ผบก.นครศรีฯ กล่าวในที่สุด

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน